Archive for November, 2008

สมองเริ่มเสื่อมเมื่อ อายุ 40 ปี

Sunday, November 9th, 2008

นักประสาทวิทยามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ของอเมริกาเปิดเผยให้ทราบว่า ที่สมองของคนเราชักจะเริ่มเชื่องช้าลง เมื่ออายุ 40 ปี เป็นเพราะกลไกในสมองเริ่มเสื่อมโทรม

ดร.ยอร์จ บาร์โซกิส นักประสาทวิทยาหัวหน้าคณะนักวิจัย กล่าวชี้ว่า ไม่ว่าจะขว้างลูกบอลหรือหักพวงมาลัยหลบหลีกได้ รวดเร็วแค่ไหน อยู่ที่เซลล์สมองจะยิงคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อได้เร็วเท่าใด และการที่คำสั่งจะเดินทางไปได้เร็ว ก็ขึ้นอยู่กับฉนวนที่หุ้มสายที่โยงใยสมองว่ายังคงสภาพดีอยู่

เขาบอกต่อไปว่า ตามปกติเมื่อคนเราย่างเข้าวัยกลางคน แม้ว่าจะยังคงแข็งแรงสมบูรณ์ดีอยู่ แต่ส่วนที่เป็นฉนวนในสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ก็ชักจะเริ่มเสื่อมลง ทำให้ความว่องไวลดลงไปตามส่วนด้วย

คณะนักวิจัยได้ยกให้เห็นความ สำคัญของการออกกำลังร่างกายและสมองว่า จะช่วยให้สมองเองพบฉนวนส่วนที่หลุดลุ่ยลง และแจ้งให้รีบซ่อมแซมเซลล์ให้ใช้งานโดยรีบด่วน

ดร.ยอร์จได้เปรียบสมองว่าคล้ายกับอินเตอร์เน็ต ซึ่งความรวดเร็วขึ้นอยู่กับความกว้างของแถบคลื่น แต่ของสมองอยู่กับส่วนที่เรียกว่า ไมอีลิน ซึ่งเป็นแผ่นไขมันที่หุ้มใยประสาทอยู่

ไมอีลีนที่สมบูรณ์ จะหุ้มเป็นฉนวนอยู่รอบใยประสาทอย่างแน่นหนา ทำให้ส่งสัญญาณไฟฟ้าที่สมองส่งคำสั่งได้ทันควัน ประจุไฟฟ้าความถี่สูง จะส่งให้ทำการเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว เขาได้ยกยอดนักบาสเกตบอล อย่างไมเคิล จอร์แดนเป็นตัวอย่างว่า “วงจรไฟฟ้าของสมองของเขา ที่สร้างให้เขาเป็นนักบาสผู้ยิ่งใหญ่ อาจจะเป็นเพราะมีไมอีลีนดีกว่ามนุษย์คนอื่นส่วนใหญ่”.

http://thairath.co.th

กาแฟมีฤทธิ์พิชิตความง่วง

Sunday, November 9th, 2008

ทีมนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สวินเบิร์น ของออสเตรเลีย ได้ยืนยันว่า กาแฟมีอานุภาพทำให้หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง และยังมีฤทธิ์ทำให้ตื่นตัวอยู่อีกนานนับเป็นชั่วโมง

นักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการประสาทวิทยา ศาสตร์กล่าวแจ้งว่า “เราได้ใช้เครื่องออพตาเลิร์ท ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญเอามาใช้วัดความรู้สึกง่วงเหงาหาวนอน วัดจับความยาวนานของการกะพริบตา และหาอัตราส่วนของช่วงเวลาที่หลับตากับความเร็วของการหลับตา

ทั้งนี้ ได้ทำกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในวัยระหว่าง 18-29 ปี ผู้เป็นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหญ่ ของเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยบนท้องถนน ผู้เข้ารับการทดลองจะได้ รับยาหลอก หรือไม่ก็เป็นแคปซูลที่มีคาเฟอีนปริมาณเท่ากับกาแฟ 2 ถ้วย

คำแนะนำสำหรับผู้ขับขี่ยวดยานในการเดินทางโดยทั่วไป มักแนะนำวิธีแก้ง่วงให้ใช้การจอดรถออกมาเดินเร็วๆ ไม่ก็หาเวลางีบหลับ หรือหากาแฟดื่ม

ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในการจราจร กล่าวว่า ยังรู้สึกสับสนอยู่ ในเรื่องประโยชน์ของกาแฟ เพราะมักได้หลักฐานที่ยังขัดกันอยู่.

http://thairath.co.th

ขยะอวกาศดิ่งพสุธาสู่พื้น

Sunday, November 9th, 2008

องค์การอวกาศสหรัฐฯเปิดเผยว่า ชิ้นส่วน ของขยะที่ถูกทิ้งจากสถานีอวกาศเมื่อร่วมปีมาแล้ว ชิ้นหนึ่ง ขนาดโตเท่ากับตู้เย็น ได้ตกผ่านชั้นบรรยากาศลงมา เมื่อปลายสัปดาห์ ก่อนนี้

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ทั้งองค์การและข่ายติดตามวัตถุทางอวกาศของสหรัฐฯ ได้ติดตามชิ้นส่วน ซึ่งมีน้ำหนัก 635 กก. มันเป็นถังก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งใช้ในการทำความเย็น มนุษย์อวกาศได้โยนมันทิ้งจากสถานีมาตั้งแต่เมื่อตอนต้นปี

ทางองค์การได้คอยติดตามชิ้นส่วนของถัง ที่ได้ตกลุกไหม้ลงมาในชั้นบรรยากาศ ได้รวม 15 ชิ้นด้วยกัน แต่ละชิ้นมีน้ำหนักตั้งแต่ 40 กรัม ไปจนถึงเกือบ 17.5 กก. และถ้าหากจะมีชิ้นใด ยังคงเหลือหลุดรอดจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศลุกไหม้ ตกลงมาถึงพื้นได้ มันจะตกลงมาด้วยความ เร็ว 161 กม.ต่อ ชม.

ขอบคุณ
http://thairath.co.th

หนูน้อย เป็นโรคโดนต่อย

Sunday, November 9th, 2008

หนูน้อยผู้ดีป่วยโรคพิลึก หน้าตาช้ำเหมือนถูกซ้อม-พบแค่60รายในโลก

เด็กหญิงเบธาน-เมย์ สเลเตอร์ วัย 9 ขวบ จากเมืองปีเตอร์โบโรห์ เป็นโรคประหลาดที่มีผู้ป่วยเพียง 60 คนในโลก และเป็น 1 ใน 14 เป็นผู้ป่วยชาวอังกฤษ

เธอมีอาการช้ำตามตัวและใบหน้ากว่า 100 แห่ง อยู่ตลอดเวลา เหมือนถูกทำร้ายร่างกาย จนผู้พบเห็นเข้าใจผิดว่า พ่อแม่ทำร้ายลูกหรือเปล่า

นางแจ๊กกี้ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า “คนที่ไม่รู้จักฉันและลูก จะด่าว่าฉันว่าทำร้ายลูก ฉันต้องอธิบายให้เข้าใจว่าลูกป่วย”

โรคที่เด็กหญิงเป็นมีชื่อว่า “กลอมิวเวนนัสมัลฟอร์มเมชั่น (Glomuvenous Malformation-GVM)” เธอต้องกินยาวันละ 12 เม็ด และไปหาหมอเพื่อตรวจเช็กที่โรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา และกำลังทำให้เด็กหญิงตาบอด

GVM เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบยาก ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตโปรตีนสำคัญ ส่งผลให้เส้นเลือดแตกจนเกิดรอยช้ำ

เบธาน-เมย์ เปราะบางต่อสภาพอากาศ ถ้าอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด จะรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกายมาก จนเมื่อต้นปี แพทย์ทดลองให้เธอเข้ารับการรักษาด้วยวิธี “ออรัล คีโม ธาลิโดมายด์ (Oral Chemo Thalidomide)” เพื่อลดการเจ็บปวด และป้องกันไม่ให้โรคลุกลามมากขึ้น แต่การรักษานี้มีผลข้างเคียง คือไปทำลายประสาท ทำให้แพทย์ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด

นางแจ๊กกี้ กล่าวว่า “แม้ลูกจะป่วย แต่ฉันพยายามให้ลูกได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ เช่น ให้ได้ไปว่ายน้ำ เต้นรำ ฉันอยากให้ลูกคิดว่า เขาสามารถทำอะไรๆ ได้เหมือนคนอื่น เพื่อให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง และอยากให้เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงของชีวิต เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี” - เดลี่เมล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://www.matichon.co.th/khaosod/

คดีฆ่าสะท้านกรุง ฆ่าสาวบริการ

Sunday, November 9th, 2008

สร้างความตะลึงงันไปทั่วสำ หรับพฤติกรรมของนายลี วู ฮัน หนุ่มเกาหลีใต้ที่ลงมือสังหาร น.ส.ธิติมา ศรีตุลา สาวบริการย่านห้วยขวาง จนถึงแก่ความตายอย่างน่าสงสาร

ฆ่าเปลือยมีดกรีดหน้า เอาขวดยัดอวัยวะเพศอย่างวิปริต!?!

สาเหตุที่ทำให้ นายลี วู ฮัน คลุ้มคลั่งขนาดนี้ คาดว่าเป็นเพราะหมอนี่เมายาไอซ์ เมื่อเรียก น.ส.ธิติมา มาใช้บริการแล้วเกิดมีปากเสียงกัน จึงเกิดปัญหาลงมือฆ่าจนตาย ก่อนที่ตัวเองจะแก้ผ้าล่อนจ้อนปีนหนีลงจากห้องจนกระทั่งถูกรปภ.ไล่จับกุมเอาไว้ได้

“ลี วู ฮัน” ก่อเหตุสยองขึ้นแล้วกลางกรุง!!

ย้อนไปดูเหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นตอนเช้าวันที่ 31 ตุลาคม พ.ต.ท.ชรินทร์ ถนัดหนังสือ พงส. (สบ3) สน.ยานนาวา รับแจ้งจากพ.จ.อ.อิษฎา ภรณ์ ศศิประพันธ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อาคารสเตททาวเวอร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ว่า สามารถจับคนร้ายชาวต่างชาติ ก่อเหตุฆ่าผู้หญิงไทยเสียชีวิต ภายในห้องพักหมายเลข 1055/1221 ชั้น 46 ของอาคาร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ครู่เดียวที่นั่นก็คลาคล่ำไปด้วยตำรวจ!!

พ.ต.อ.เสถียร ตัณฑกูล ผกก.สน.ยานนาวา พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.6 พ.ต.ท.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผกก.(สส.)ฯ พ.ต.ต.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ สว.สส. ร.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง รอง สว.สส. พร้อมแพทย์นิติเวชร.พ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มูลนิธิร่วมกตัญญู นำกำลังเข้าตรวจสอบที่อาคารสเตททาวเวอร์ทันที

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัย บริเวณทางเดินชั้น 46 มีกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กำลังยืนคุมตัวนายลี วู ฮัน อายุ 29 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ เจ้าของห้องพักหมายเลข 1055/1221 ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท ชิน ดอง อา จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 481/2 ถ.สาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. ซึ่งประกอบธุรกิจขายของชำร่วยส่งออกต่างประเทศเอาไว้ในสภาพเปลือยกาย ท่าทางคล้ายเมายาเสพติด พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง ได้แต่นอนทำตัวแข็งอยู่หน้าห้องพัก มีคราบเลือดเต็มตัว ที่หัวเข่าขวามีบาดแผลเลือดไหล และที่แขนซ้ายมีร่องรอยขีดข่วนเต็มไปหมด

ตำรวจจึงอายัดตัวไว้

เจ้าหน้าที่ตรงเข้าตรวจสอบห้องพัก พบภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย บนพื้นและผนังห้องมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนจำนวนมาก และยังพบมีดดาบซามูไรเปื้อนเลือด อุปกรณ์การเสพยาไอซ์วางอยู่บนโต๊ะ บนเตียงนอนมีมีดคัตเตอร์ และคีมหนีบสีเหลืองวางอยู่ ส่วนที่ระเบียงหลังห้องพบศพน.ส.ธิติมา ศรีตุลา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 341/1 ถนนอารีราษฎร์ อ.เมือง จ.ระยอง ทำงานเป็นสาวบริการ ย่านห้วยขวาง ถูกฆ่าตายอย่างสยดสยอง ในสภาพนอนคว่ำหน้าเปลือยกาย สวมกางเกงในแบบจีสตริง สีขาวเพียงตัวเดียว ลำคอด้านซ้ายมีมีดปอกผลไม้ยาวประ มาณ 10 นิ้ว ปักคาอยู่ ส่วนที่ศีรษะด้านซ้ายมีบาดแผลถูกฟัน ท้ายทอยมีบาดแผลถูกฟันจนกระดูกคอด้านหลังขาด ใบหน้ามีรอยมีดกรีด 4 แผล ที่สะโพกมีบาดแผลถูกแทงด้วยมีด และที่สำคัญ บริเวณอวัยวะเพศมีขวดน้ำพลาสติกยัดอยู่ แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายลีไปสอบสวน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สถานทูตเกาหลีใต้เข้าร่วมสอบสวน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://www.matichon.co.th/khaosod
คอลมน์ สดจากสนามข่าว
สมโภชน์ อ่ำพันธ์ สมชาย จรรยา เรื่อง/ภาพ

หอพักสุดหลอน

Sunday, November 9th, 2008

“บุ๋ม” เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากรังสิต

ถึงแม้จะเคยอ่านหนังสือและดูหนังเกี่ยวกับผีๆ สางๆ มานับไม่ถ้วน มีทั้งน่ากลัวมากและน้อย ไหนจะฟังพวกเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยเล่าเรื่องผีอื้อซ่า แต่หนูมั่นใจว่าทั้งหมดนั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับที่หนูเจอะเจอมาสดๆ ร้อนๆ หรอกค่ะ

เพื่อนๆ อยู่หอแถวรังสิตหลายคน ทั้งมาจากต่างจังหวัดก็มี ทั้งบ้านอยู่ไกลๆ ก็มี

หลิน เป็นคนหนึ่งที่เช่าห้องอยู่คนเดียว เธอเป็นลูกจีนหุ่นสูงโปร่ง หน้าตาเรียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น ค่อนข้างพูดน้อย นัยน์ตาแคบดูดำขลับเยือกเย็น ไม่ค่อยแสดงอารมณ์อะไรแรงๆ เหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป

นอกจากจะไม่สนใจเรื่องเที่ยวเตร่ ชอบหมกมุ่นอยู่กับการเรียนจนน่านับถือ หลินยังเล่าว่าเธอชอบทำสมาธิและวิปัสสนาอีกต่างหาก!

โห…ผิดกับเพื่อนๆ ส่วนมากที่ชอบเที่ยวเตร่ ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ อีกคนก็ริเล่นยา เคยชวนหนูทดลองแต่หนูไม่เล่นด้วย…นานๆ มีเบียร์มีไวน์คูลเลอร์เล็กน้อยหนูก็ว่าแย่เต็มทีแล้ว ผิดกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งซึ่งทำตัวเหมือนไม่ใช่นักศึกษา ทั้งที่ยังต้องแบมือขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่แท้ๆ

“ช็อปไว ใช้แหลก แดกด่วน” คือคติประจำใจของพวกเธอค่ะ!

คิดอีกทีก็เรื่องใครเรื่องมัน…ว่าแต่เรื่องผีนี่ซีคะ หนูเจอะเจอเรื่องสุดหลอนในหอพักของหลินนี่เอง…ไม่ช็อกตายก็นับว่าเป็น บุญแล้ว

ได้ข่าวว่าที่นั่นผีดุ แต่หนูเฉยๆ ค่ะเพราะไม่ได้อยู่หอ… เขาเล่ากันนะคะ ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งจะแวะไปหาเพื่อน แต่เพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนอยู่ก็เลยใช้มือถือกดไปถามก่อน ปรากฏว่าเพื่อนบอกว่าอยู่ในห้อง…แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีใครอยู่เลย ห้องใส่กุญแจ เล่นเอาโมโหจัดที่โดนหลอก เลยโทร.ไปด่าให้สมแค้น

อ้าว? เพื่อนยืนยันว่าไม่ได้รับโทรศัพท์เลยค่ะ!

ใครรับสายล่ะ…ก็ผีน่ะซี!!

เรื่องนี้จะอำกันเล่นหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ เพราะเพื่อนอาจจะอยู่ที่อื่นแล้วอำว่าอยู่ในห้องก็เป็นได้ แต่หลายๆ คนก็เชื่อกันเป็นตุเป็นตะว่าเรื่องจริงๆ โดนผีหลอกวิญญาณหลอนแน่แล้วหล่อน! บรื๋ออออ…

คราวนี้เล่นเอาใครๆ ขนลุกขนพอง ไม่กล้าโทร.ไปถามเพื่อนก่อนอีกแล้ว อยากไปหาก็ไปเลย…ต่อมาไม่นานก็ชักเลือนๆ กันไป มีการโทร.ไปหาก่อนตามเคย ถ้าอยู่ก็จะได้แวะไปหา ไม่อยู่ก็แล้วไป…ยกเว้นอยู่ไหนใกล้ๆ ก็ไปพบกันได้ และยังไม่เคยเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้นอีก

ในที่สุด เรื่องสุดหลอนก็เกิดขึ้นกับหนูจนได้ เมื่อมีธุระและคิดถึงหลินก็เลยขึ้นรถไปที่หอพักเธอ…

ทีแรกว่าจะใช้มือถือถามก่อนว่าอยู่หรือเปล่า? แต่อย่าดีกว่า….ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน จนกระทั่งไปถึงกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์อยู่แล้ว แต่มีเสียงเรียกให้หยุด หนูหันไปมองก็เห็นสาวสวยรุ่นพี่ในชุดสีเทา ถามยิ้มๆ ว่าจะไปหาใครคะ?

แหม! จำหน้าเก่ง คนอยู่เป็นร้อยได้มั้ง? ทุกทีไม่เคยมีใครถาม แต่หนูก็บอกไปโดยดีว่ามาหาเพื่อนชื่อหลิน อยู่ห้อง 508 เธอก็พยักหน้าให้…หนูนึกยังไงไม่รู้ บอกว่าพี่ช่วยขึ้นไปบอกหน่อยได้ไหมคะว่าเพื่อนชื่อบุ๋มมาหา

ไม่ทราบว่ารู้ทันหรือเปล่าที่หนูออกลูกประชด เธอจัดการติดต่อไปหาหลิน พูดไปยิ้มไป…ค่ะๆๆๆ เพื่อนกำลังขึ้นไปหานะคะ

คนอะไรอารมณ์ดีจริงๆ น่าจะชื่อคุณแฉล้มแจ่มใสนะ!

เมื่อขึ้นลิฟต์ไปถึงชั้นห้า หนูรู้สึกมีลมพัดวูบมากระทบหน้า เอ๊ะ! มีแต่ห้องเช่าเรียงรายทั้งซ้ายและขวา แล้วลมบ้านี่พัดมาจากไหน? แต่ไม่อยากคิดอะไรมากจนไปถึงห้องหลิน

คุณพระคุณเจ้า! ห้องนั้นใส่กุญแจค่ะ!

โลกมืดไปชั่วครู่ ม่านตาพร่าพรายไปหมด…คิดในแง่ดีว่าหลินอาจจะเพิ่งลงจากลิฟต์อีกตัวแล้วสวนกัน! รีบเผ่นอ้าวลงมา แต่พี่คนสวยหันมองยิ้มๆ ถามว่าเพื่อนไม่เปิดประตูหรือคะ?

โอ๊ย! อยากเป็นบ้าตาย! ยังไม่ทันจะพูดจาอะไรเพราะใจเต้นโครมๆ เหมือนจะกระเด้งออกมานอกอก รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็แล่นมาจอด…หลินโดดลงมาจ่ายเงินแล้วเดินผลักกระจกเข้ามาหน้าตาเฉย หนูหันขวับไปทางพี่คนสวย…จะว่าให้เจ็บเชียวที่เล่นตลกร้ายแกล้งกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.matichon.co.th/khaosod/
ขนหัวลุก / ใบหนาด

แฉคลิปเซ็กซ์เศรษฐินี อูย

Sunday, November 9th, 2008

เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 3 พฤศจิกายน สื่อมวลชนในยุโรปต่างตีข่าวนางซูซาน คลัตเทิน เศรษฐินีที่รวยที่สุดของเยอรมนี ถูกคนรักเก่าขู่แฉแพร่คลิปเริงสวาทที่แอบถ่ายในโรงแรมหรูที่เมืองมิวนิก หากไม่จ่ายเงินให้ 1,800 ล้านบาท

นางคลัตเทิน วัย 46 ปี ลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัทบีเอ็มดับเบิลยู ยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์เยอรมัน และเจ้าของหุ้นใหญ่ในบริษัทแอตทานา ยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมเคมี ได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่รวยที่สุดในเยอรมนี คาดว่ามีทรัพย์สินส่วนตัวราว 7,800 ล้านยูโร หรือราว 350,000 ล้านบาท เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างเก็บตัวไม่อยากเป็นข่าว กระทั่งมาเผชิญเรื่องอื้อฉาวกระฉ่อนไปทั่วประเทศ เมื่อถูกหนุ่มสวิสลูกครึ่งอิตาลี ชื่อ เฮลก์ สการ์บี วัย 41 ปี ขู่แฉคลิปลับที่แอบบันทึกไว้

หนังสือพิมพ์บิลด์รายงานว่า นางคลัตเทิน พบกับสการ์บีที่บาร์ของโรงแรมที่มอนติคาร์โล ช่วงกลางปี 2550 และต้องเสน่ห์ของฝ่ายชาย ที่สื่อมวลชนเรียกว่าเป็น จิกโกโล่ หรือผู้ชายขายตัว จากนั้นได้มีสัมพันธ์สวาทด้วยกันหลายแห่ง รวมถึงที่ห้องพักหมายเลข 629 ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ในเมืองมิวนิก

ต่อมา นายสการ์บี หลอกหญิงสาวว่า ถูกแก๊งอาชญากรไล่ล่า ต้องการเงิน 260 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายหญิงเชื่อและให้เงินไปในเดือนกันยายน กระทั่งเมื่อหญิงสาวขอยุติความสัมพันธ์ นายสการ์บี ได้ข่มขู่เอาเงินเกือบ 1,800 ล้านบาท ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกแฉคลิปลับที่บันทึกด้วยกล้องวิดีโอที่ติดตั้งอยู่ในห้อง 630ซึ่งเป็นห้อง นายเออร์นานี บาร์เร็ตตา ชาวอิตาลี ผู้สมรู้ร่วมคิด โดยนายสการ์บีส่งดีวีดีตัวอย่างพร้อมจดหมายขู่ไปให้หญิงสาวในเดือนธันวาคม นางคลัตเทิน จึงนัดพบนายสการ์บีเพื่อส่งมอบเงินในวันที่ 14 มกราคม 2551 ที่เมืองทิโรล แต่แจ้งตำรวจให้ไปจับกุมนายสการ์บีในที่สุด เรื่องดังกล่าวเพิ่งเป็นข่าวดัง เมื่ออัยการมิวนิกยืนยันกับสื่อว่า นายสการ์บี ถูกจับขังอยู่

ขอขอบคุณข้อมูล
http://www.matichon.co.th/khaosod