Archive for January, 2009

จำคุกอดีตกิ๊ก “พิงค์กี้” ดื่มแล้วขับ ซ่าอาละวาด เมาคลั่ง! ดารา “เบนซ์”

Saturday, January 31st, 2009

เมาแล้วเลือดร้อนอีกราย ”เบนซ์-นิพิธ” ถูกตำรวจจับข้อหา ”เมาแล้วขับ” แถมยังโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่และนักข่าวแบบไม่ได้สติ ล่าสุดศาลสั่งจำคุกนักแสดงหนุ่ม 2 เดือน ปรับ 5 พันบาท แต่ให้รอลงอาญาสองปี ด้านแม่ของ ”พิงค์กี้-สาวิกา” เผยรู้จักนักแสดงหนุ่มเพราะสนิทกับลูกสาว แต่ไม่ทราบถึงนิสัยที่แท้จริง เท่าที่เจอเป็นคนเรียบร้อยดี แต่ไม่ทราบว่าดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไปแล้วจะเป็นอย่างไร

วงการบันเทิงเกิดเรื่องฉาวอีกแล้ว เมื่อนักแสดงหนุ่มลูกครึ่ง นายฐิติฉัตร หรือ ”เบนซ์” นิพิธ ฮันเก้ ดาราหนุ่มวัย 28 ปี ซึ่งเคยเป็นเพื่อนชายที่สนิทของนางเอกสาว ”พิงค์กี้” สาวิกา ไชยเดช ได้ถูกตำรวจจับเพราะว่า ”เมาแล้วขับ” เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.20 น. ของวันที่ 10 มกราคม ร.ต.ท.ธนากร พิมพ์ชัย รองสารวัตรจราจร สน.มักกะสัน ซึ่งตั้งด่านตรวจค้นและตรวจวัดแอลกอฮอล์ ที่บริเวณปากซอยศูนย์วิจัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ระหว่างตั้งด่านได้โบกเรียกรถยนต์โตโยต้ายาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน สก 420 กทม. ให้จอด ทราบชื่อคนขับว่า นายฐิติฉัตร ฮันเก้ อายุ 28 ปี นักแสดงและพิธีกร อยู่บ้านเลขที่ 67 ซ.บางนา-ตราด 4 แขวงและเขตบางนา กทม. ซึ่งมีอาการมึนเมา ตำรวจจึงได้ขอให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่ปรากฏว่านักแสดงหนุ่มไม่ยอมแถมยังโวยวายเสียงดัง จนเจ้าหน้าที่ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน

ต่อมาดาราหนุ่มได้ยอมเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ผลตรวจวัดออกมาได้ 82 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร.ต.ท.ธนากร จึงนำตัวหนุ่มเบนซ์ ไปส่งให้ พ.ต.ท.ศิริพงศ์ ภูมิเหล่าแจ้ง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.มักกะสัน เพื่อทำประวัติและลงบันทึกจับกุม ข้อหา ”เมาแล้วขับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนักแสดงหนุ่มเดินทางถึงโรงพัก ยังคงแสดงอาการอาละวาดโวยวายอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำนองว่าที่ตนต้องถูกจับครั้งนี้เพราะตำรวจเสียพนัน จึงต้องมาตั้งด่านเพื่อเรียกเก็บเงิน เท่านั้นยังไม่พอ นักแสดงหนุ่มลูกครึ่งยังได้วิ่งขึ้นลงชั้น 1 และชั้น 2 ไปมาด้วยอาการมึนเมา และยังกระโดดลงมาจากบันไดจากชั้นลอยของชั้น 2 ลงมาชั้น 1 เหมือนคนไม่ได้สติ ตำรวจเห็นว่าปล่อยไว้แบบนี้คงจะไม่ดี จึงได้ควบคุมตัวเข้าห้องขัง เพื่อรอญาติมาประกันตัวภายหลัง ซึ่งระหว่างที่ ”เบนซ์-นิพิธ” อยู่ในห้องขังนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นักแสดงหนุ่มยังโวยวายและตะโกนออกมาจากมุมมืดว่าอยากมีเรื่องหรือ

จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อนของนักแสดงหนุ่มได้เดินทางมาที่โรงพัก เพื่อทำเรื่องขอยื่นประกันตัว ใช้หลักทรัพย์ 20,000 บาท โดยขณะที่รอการประกันตัว ”เบนซ์-นิพิธ” ไม่ยอมออกมาจากห้องขัง ขลุกอยู่แค่ข้างใน เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพตัวเอง และในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวดาราหนุ่มออกจากห้องคุมขังเพื่อไปพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัตินั้น ดาราหนุ่มได้มีการนำเสื้อคลุมหน้าตลอดเวลา โดยภายในมีหมวกไหมพรมสวมปิดอีกชั้น ขณะที่บรรดาเพื่อนๆ ของหนุ่มเบนซ์ก็ได้ตะโกนต่อว่าผู้สื่อข่าวสำนักต่างๆ ว่า ”ว่างนักหรือไงที่มาทำข่าว” ซึ่งภายหลังจากขั้นตอนพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินนำตัวดาราหนุ่มมาส่งยังรถยนต์ของญาติที่เดินทางมาประกันตัว โดยมีเสื้อคลุมและหมวกไหมพรมสวมทับปิดหน้าตลอดเวลา

เมื่อทำเรื่องขอประกันเสร็จสิ้นตำรวจจึงได้นำตัวดาราหนุ่มออกจากห้องขัง ซึ่งดาราหนุ่มได้ใช้ผ้าปิดหน้า และมีเสื้อแจ็กเกตคลุมหน้าอีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้สื่อที่รอทำข่าวจำนวนมากถ่ายภาพ ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ระหว่างที่เดินลงมาจากชั้น 2 เพื่อที่จะขึ้นรถที่จอดรอหน้าสน. นั้น ดาราหนุ่มยังที่ยังไม่สร่างเมาดี ได้พูดใส่หน้าสื่อมวลชนที่รอทำข่าวว่า ก่อนที่จะขึ้นรถโตโยต้าวิช สีดำ ออกไปจากสน.ทันที

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ศิริพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจตามปกติเมื่อเห็นคนขับอยู่ในอาการเมาสุรา จึงเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ ถ้ายอมเป่าก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่เมื่อตรวจวัดแล้วมีปริมาณเกินที่กฎหมายกำหนด ถึงแม้จะเป็นดารา ตำรวจก็จะดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมกัน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับขี่รถยนต์ในขณะเมาสุรา โดยจะนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือในเวลา 09.00 น. ทั้งนี้จากการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ดังกล่าว สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ทั้งสิ้น 14 คน โดยได้ประกันตัวออกไป 11 คน ที่เหลือคงต้องรอช่วงเช้าก่อนนำตัวส่งศาลต่อไป

ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. ศาลได้มีคำตัดสินออกมาว่า ”เบนซ์-นิพิธ” มีความผิดฐานมีแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่า 82 มิลลิกรัม ต้องถูกจำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท แต่ทั้งนี้ดาราหนุ่มให้การสารภาพโทษเหลือกึ่งหนึ่งจำคุก 2 เดือน ปรับ 5 พันบาท ในส่วนของการจำคุกนั้นศาลให้รอลงอาญา 2 ปี

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังอดีตเพื่อนสาวคนสนิท ”พิงค์กี้-สาวิกา” เพื่อสอบถามว่าทราบข่าวดังกล่าวแล้วหรือยังและรู้สึกอย่างไรกับข่าวนี้ ปรากฏว่าคุณแม่ของนางเอกสาวเป็นผู้รับสายแทน เนื่องจากพิงค์กี้พักผ่อนอยู่ โดยคุณแม่ของนางเอกสาวบอกว่ายังไม่ทราบข่าวดังกล่าว ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับลูกสาวตัวเองเพราะว่าไม่ได้พบหรือพูดคุยกันนานแล้ว แต่โดยปกติที่ตนรู้จักผู้ชายคนนี้ก็เป็นคนเรียบร้อยดี

”แม่ยังไม่ทราบข่าวเลย เพราะว่าทำงานกันตั้งแต่เช้าไม่ได้ดูข่าว จริงๆ น้องพิงค์กี้กับเบนซ์เขาก็เป็นพี่น้องที่รู้จักกัน ไม่ได้ถึงขั้นเป็นแฟนอะไรอย่างที่สื่ออื่นๆ บอกนะ แม่ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันแล้ว ถามว่าปกติเขาเป็นคนขี้เมาอะไรแบบนั้นหรือเปล่า แม่ไม่ทราบเพราะไม่รู้จักเขาลึกซึ้งขนาดนั้น แต่จากที่เคยเจอกัน เขาก็เป็นเด็กเรียบร้อยนะ แต่ไม่รู้ว่าเมาแล้วเขาจะเป็นยังไง” คุณแม่นางเอกสาวกล่าว

อนึ่ง ฐิติฉัตร ฮันเก้ ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมจาก นิพิธ ฮันเก้ และเคยคบหากับ ”พิงค์กี้” สาวิกา ไชยเดช นางเอกชื่อดังทางช่อง 7 สี และเคยเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการ ”เฟิร์สคลาส บาย ปิ่นโตเถาเล็ก” มีความสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษาคือ เยอรมัน ไทย ฝรั่งเศส และอังกฤษ

โดม” ปัดน้อยใจ “พลอย” พูดออกรายการ “เจ็บแล้วจำ

Thursday, January 29th, 2009



“โดม” ลั่นไม่น้อยใจ “พลอย” พูดออกทีวี เจ็บแล้วจำ แถมไม่คิดรีเทิร์นรักเก่า บอกสัมพันธ์เหลือแค่เพื่อน โต้ข่าวหนีหน้า “แม่พลอย” กลางวัด บอกยังรู้สึกดีต่อกันเสมอ ส่วนกรณีหมอดูทักเสียท่ากะเทย ทำผู้หญิงท้อง เจ้าตัวบอกแค่แฟนยังไม่มีเวลาหา เป็นไปไม่ได้จะทำสาวท้อง บอกทำนายดวงได้แต่ถ้าแรงเกินไปฟ้องแน่

ฮอตไม่เลิกหนุ่มหล่อขวัญใจสาวแท้สาวเทียม “โดม ปกรณ์ ลัม” มีข่าวออกมาไม่หยุดทีเดียว ซึ่งล่าสุด กิ๊กเก่าสาว“พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ออกรายการ “วู้ดดี้ เกิดมาคุย” แล้วให้สัมภาษณ์ว่าคงไม่มีการรีเทิร์นกับ“โดม”แน่นอน เพราะตนเจ็บแล้วจำ พอมาถามหนุ่ม“โดม” เจ้าตัวรีบแจงบอกไม่แรงเกินไป แม้จะยังไม่ได้ดู บอกเป็นสิทธิ์ของอีกฝ่ายที่จะพูด เพราะตอนนี้เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

“เรื่องรายการอันนี้ ผมยังไม่ทราบเลยครับ ยังไม่ได้ฟังเลยครับ มันก็คงไม่แปลกนะครับ ถ้าทางพลอยเขารู้สึกว่าเจ็บแล้วก็รู้สึกว่าจำ มันก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่เขาจะพูดอย่างนั้น มันก็ไม่แรงไปหรอกครับ ผมคิดว่าก็โอเคครับ ผมไม่รู้สึกน้อยใจเลยครับ เพราะว่าฐานะตอนนี้น้อยใจอะไรไม่ได้อยู่แล้วครับ เพราะอย่างที่บอกว่าเป็นเพื่อนก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรครับ”

บอกช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาชวน “สาวพลอย” ไปเที่ยวหัวหิน แต่อีกฝ่ายดันจองตั๋วเที่ยวญี่ปุ่นไว้แล้ว
“ตัวผมจริงๆ ผมมีงานที่หัวหินครับ แล้วตอนแรกผมก็โทร.ไปเอ่ยปากชวนครับ แต่ว่าไม่ทราบว่าเขาซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว เขาก็บอกว่าเขาไม่ว่างก็เลยคลาดกัน ตอนแรกก็จองที่พักไว้แล้วครับ ของฝากก็ไม่ได้ซื้อเลยครับ ไม่ได้ซื้ออะไรมาฝากครับ คงเที่ยวปีใหม่มั้งครับไม่รู้เหมือนกัน”

ส่วนกระแสข่าว “โดม” ไปจ๊ะเอ๋กับ “แหม่ม ชลิดา นิลภิรมย์” แม่ของสาว “พลอย” ที่ “วัดหลวงพ่อโสธร” แต่ทางด้านหนุ่ม “โดม” เมินหน้าหนี งานนี้เจ้าตัวออกอาการเซ็ง ลั่นวัดก็มีเนื้อที่อยู่แค่นั้นจะหนีไปไหน

“ผมพูดความจริงนะ ผมไม่ได้เมินหน้าหนีใคร แล้วคุณแม่พลอยยังกุมมือโดมเลยครับ แล้วบอกว่า อัลบัมชุดใหม่ขอให้ขายดีๆ ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงไปพูดว่าผมเมินหน้าหนี และผมก็ไม่รู้จะหนีไปไหนครับ เพราะว่าวัดก็อยู่แค่นี้ครับ ก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปไหนดีครับ ไม่รู้จะสะดุ้งตกใจอะไรอย่างที่แม่บอกด้วยครับ เพราะว่าเจอกับแม่เขาก็น่าจะยินดีด้วยครับ เพราะว่าผมรู้จักกันมาตั้งนาน 4 ปี ไม่เห็นที่จะต้องตกใจเลยครับ”

ประเด็นข่าวของหนุ่มฮอต “โดม” ยังไม่จบแค่นี้ เพราะด้วยความฮอตจึงมีหมอดูหลายต่อหลายคน นำดวงไปดู ซึ่งล่าสุดทายว่า หนุ่ม “โดม” จะพลาดท่าเสียทีสาวประเภทสอง และอาจจะถึงขนาดที่ทำผู้หญิงท้อง ร้อนถึงเจ้าตัวรีบแก้ต่าง ตนคงไม่พลาดท่าเสียทีใครง่ายๆ พร้อมบอก แฟนยังไม่มีจะให้ไปทำใครท้อง

“ผมไม่ได้เป็นเกย์แล้วผมก็ไม่ได้ชอบกะเทยด้วยครับ พลาดท่าแบบไหนแบบคิดว่าเขาเป็นผู้หญิง แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นกะเทยนะเหรอ โห คงไม่มั้งครับ เพราะผมไม่ได้ไปผลีผลามอะไรขนาดนั้นครับ เพราะช่วงนี้ทำอะไรก็ระวังตัวอยู่แล้วครับ ไม่รู้สึกหวั่นเลยครับ เขาทายเขาก็พูดไปได้ ตอนนี้ยังไม่มีแฟนเลยครับ ไม่รู้จะไปทำใครท้องครับ”

เผย ตนชอบดูฤกษ์แต่ไม่ชอบดูดวง ลั่น ไม่เซ็งกับการเอาชื่อตนไปหากิน บอกเป็นวัฏจักร แต่ถ้ามาทายตนแรงก็อาจจะฟ้องได้

“ปกติผมก็ดูดวงบ้างครับ แต่ผมก็ไม่ได้อยู่ดีๆมาดูลายมือ หรือมาเดาว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไร แต่ชอบไปหาคนที่เขาเป็นลักษณะของโหราศาสตร์ เพราะว่าเวลาจะทำงานจะทำอะไรเชื่อเรื่องฤกษ์ครับ ประมาณว่าดูสักหน่อยวันนี้เป็นวันดีวันไม่ดี ควรจะเปิดร้านจะทำอะไรดีหรือเปล่าจะออกแนวนี้มากกว่า”

“ผมคิดว่ามันวัฏจักรครับ เพราะจริงๆ ผมก็ไม่ได้ไปประกาศสงครามกับใครแล้ว ผมมองว่ามันไม่คุ้มและก็ไม่จำเป็นครับ แต่ว่าอยากจะขอว่าอย่ามาก้าวก่ายอะไรมากมาย เรื่องเสียๆ หายๆแต่ที่ผ่านมาจะเป็นหมออะไรก็ทายผมมาในทางที่ดีอยู่นะครับ ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าต้องโกรธอะไร คือ มันอาจจะเป็นค่านิยมของหมอดูตอนนี้ คือ ถ้าย้อนไปประมาณ 5-10 ปีที่แล้ว ก็ไม่มีหมอดูมาทายดวงดาราเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะไปทายดวงเมือง ทายทีมฟุตบอล แต่เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นว่าพอมีคนหนึ่งขึ้นมามันก็เลยเกิดขึ้น มันก็เหมือนกับทางลัดที่เขาอยากจะจับมาทำตรงนี้ แต่ถ้าเรามาอยู่ตรงนี้เและเราไม่ได้เสียหายอะไรมาก แล้วออกไปตอบโต้ผมก็ว่ามันไม่ใช่เรื่องนะครับ แต่ถ้าดวงกล่าวหาแรงๆ เหมือนอย่างที่ฟ้องร้องกันอยู่ อันนี้ผมก็ว่ามันก็สมควร”

“ถ้าเกิดมีมาทายแรงๆ ก็ต้องดูกันเป็นเรื่องๆ ครับ ว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้ามาพูดถึงผมคุณแม่ผมแบบแรงๆ มากผมก็คงไม่ไหวเหมือนกัน”

ทิ้งท้ายเบื่อข่าวเสียหายกับผู้หญิง บ่นโดนข่าวเยอะจนคนมองเจ้าชู้

“ผมเบื่อกับข่าวเสียๆ หายๆ อย่างกับผู้หญิงอย่างนี้เหมือนกัน โอเคบางเรื่องมันเป็นเรื่องจริงโดมต้องยอมรับครับ แต่อีกหลายๆ เรื่องมันไม่ใช่เรื่องจริงก็เฮ้ยโดนอีกแล้ว จนบางคนเข้าใจผิดเดินมา โหพี่เจ้าชู้เนอะ เพราะว่าบางทีคนไม่ทราบก็จะคิดไปอย่างนั้น มันก็เหนื่อยครับ”

กบ - บรู๊ค เผย ชีวิตหลังแต่ง

Wednesday, January 28th, 2009

เจ้าสาวข้าวใหม่ปลามัน “กบ-สุวนันท์” เผยความรู้สึกหลังเข้าพิธีวิวาห์ ยอมรับเป็นวันที่ตัวเองและพี่บรู๊คมีความสุขที่สุด เพราะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดียันยังทำงานในวงการบันเทิงเหมือนเดิม ขอพักแค่งานละคร เรื่องลูกยังไม่คิดปั๊ม สุดปลื้มแม่สามีอบรม สั่งสอนเรื่องการใช้ชีวิตคู่ระหว่างการส่งตัวเข้าหอ และดีใจที่ทำให้แฟนคลับมีความสุขหลังเข้าพิธีวิวาห์กับบรู๊ค ขณะที่บรู๊คเผยยังไม่เคยได้กินกับข้าวฝีมือภรรยา

แฟนคลับของดาราและพิธีกรสาว “กบ-สุวนันท์ ปุณณกันต์” ยังคงต้องการเกาะติดข่าวชีวิตหลังวิวาห์ของเจ้าสาวหมาดๆ โดยเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 11 มกราคม ที่สตูดิโอเจเอสแอล ซ.ลาดพร้าว 107 เจ้าสาวคนใหม่ กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง ยังคงเดินทางไปทำหน้าที่พิธีกรรายการ 07 โชว์ ทางช่อง 7 ตามปกติ หลังจากที่เข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม

ซึ่งกบให้ สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า

กบ สุวนันท์ : จนถึงวันนี้ยังเหนื่อยและยังง่วงนอนอยู่ ก่อนวันงานแต่งงานมีสิ่งที่ต้องทำมีเยอะ หลังจากงานเมื่อวันที่ 10 มกราคม ก็นอนทั้งวัน อยากพักผ่อน หลังจากพิธีช่วงเช้า ตอนกลางคืนก็มีการทานข้าวกันในครอบครัว มีการส่งตัวโดยมีคุณพ่อคุณแม่พี่บรู๊ค ครอบครัวพี่บี-พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พี่บุ๋ม น้องสาวพี่บรู๊ค โดยมีคุณอมเรศและคุณภัทรา ศิลาอ่อน ไปปูที่นอนให้

รู้สึกอย่างไรกับชีวิตคู่วันแรก ที่ตื่นมามีพี่บรู๊คนอนอยู่ข้างๆ

กบ สุวนันท์ : ก็แปลกดี ก็คุยกัน กบเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องแฮปปี้เอนดิ้ง จบเหมือนละครแต่มันคือจุดเริ่มต้น เชื่อว่ามันเป็นวันที่มีความสุขของเราสองคน เป็นวันเริ่มต้นชีวิตที่ดี เดินทางกับชีวิตคู่ที่ดีต่อไป วันที่กบแต่งงานแฟนคลับดีใจ กบก็เชื่อว่าชีวิตกบที่ผ่านมามีคนคอยดูมาตลอด เพราะว่าเราอยู่ในที่แจ้งทุกคนก็เห็นก็รู้ ทราบข่าวเรื่องราวของชีวิตกบในทุกช่วงชีวิต พอสมหวังทุกคนก็ดีใจไปด้วย

เมื่อถามถึงการทำงานในวงการบันเทิง

กบ สุวนันท์ : ยังไม่ออกจากวงการแน่นอน งานวงการก็ทำอยู่วันนี้ยังมาเลย ส่วนงานละครขอพักก่อน แต่ยังมีหนังเรื่องอีส้มสมหวัง 2 ส่วนเรื่องฮันนีมูนคงยังไม่มีอย่างที่พี่บรู๊คบอกไป เรื่องการจดทะเบียนสมรสให้ไปถามพี่บรู๊คเอง เรื่องมีทายาทก็ยังไม่คิด

เมื่อถามถึงการเป็นแม่บ้านของคู่รักข้าวใหม่ปลามัน

กบ สุวนันท์ : ตั้งแต่วันแรกก็ไม่มีอะไรมาก ถามพี่บรู๊คว่าหิวหรือเปล่า เราต้องทำหลายอย่าง เคลียร์เรื่องของในห้อง แกะของขวัญ ดูเรื่องสตางค์ พี่บรู๊คอยากทานอะไรก็บอกเด็กให้ทำ ถ้าพี่บรู๊คอยากให้ทำกบก็จะทำ แต่พี่บรู๊คไม่เรียกร้อง ถึงแม้ว่าจะทำกับข้าวไม่เก่ง แต่กบก็ทำเป็นหลายอย่าง ทั้งผัดมาม่า ข้าวผัด ไข่ตุ๋น แกงจืด ต้มยำกุ้ง

เมื่อถามว่า วางแผนจะเป็นแม่บ้านแบบไหน

กบ สุวนันท์ : จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด คอยสนับสนุนพี่บรู๊ค งานนอกบ้านของพี่บรู๊คก็หนักอยู่แล้ว กลับมาบ้านก็อยากให้สบายใจ กบไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความเป็นผู้หญิงสูง เป็นผู้หญิงทำงาน สมัยใหม่ เป็นนักกีฬา คงไม่ได้ดูแลมาก

ได้คุยกับคุณแม่ดาริกามากขึ้นหรือไม่

กบ สุวนันท์ : ได้คุยมากขึ้น โดยเฉพาะคืนส่งตัว คุณแม่ ก็สอนเรื่องต่างๆในการใช้ชีวิตคู่ แต่ส่วนใหญ่จะสอน พี่บรู๊คมากกว่า กบเข้าใจว่าพี่บรู๊คก็เกิดมาในครอบครัวนั้น กบจะไม่เป็นคนเอาพี่บรู๊คออกมาจากครอบครัว สิ่งที่กบทำคือ พยายามให้พี่บรู๊คเป็นคนของครอบครัวนั้นตลอดไป และเข้ามาในครอบครัวของกบบ้าง

กบ สุวนันท์ : กบยังเผยถึงความปลื้มใจด้วยว่า แม่ดาว-ดวงดาว จารุจินดา ได้เล่าให้กบฟังว่า ได้ยินคนที่ร้านทำผมพูดคุยกัน ถึงเรื่องงานแต่งงานของกบแล้วมีความสุข ช่วงนี้เศรษฐกิจโลกย่ำแย่ รวมทั้งสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดีนัก แต่เรื่องงานแต่งงานของกบสามารถทำให้มีความสุขอย่างน้อยก็ช่วงเวลาหนึ่ง กบก็ปลื้มใจ เพราะตลอดเวลา 16-17 ปี ที่อยู่ในวงการบันเทิงกบได้ให้ความสุขประชาชนมาตลอดในเรื่องของการแสดง

ขณะที่ฝ่ายเจ้าบ่าวที่เพิ่งเข้าสู่ประตูวิวาห์ ได้เพียง 2 คืน บรู๊ค-ดนุพร ปุณณกันต์ กล่าวเปิดใจว่า

บรู๊ค ดนุพร : หลังจากได้ใช้ชีวิตคู่สามี-ภรรยา ด้วยกัน ชีวิตยังไม่ค่อยรู้สึกเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพราะเพิ่งผ่านพิธีแต่งงานเมื่อวันศุกร์ที่ 9 มกราคมส่วนวันเสาร์ที่ 10 มกราคม ตนมีงานวันเด็กและวันอาทิตย์มีเลือกตั้งอีก ตนทำงานตลอดเลยยังไม่รู้สึกเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่หลังจากนี้หมดเลือกตั้ง น่าจะมีเวลาว่างเยอะขึ้น เพราะช่วงนี้กบยังไม่มีงานละครเข้ามา ส่วนหนังที่กบเล่นยังไม่แน่ใจจะเปิดกล้องสิ้นเดือนนี้หรือเปล่า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากบได้ทำอาหารอะไรให้ทานบ้างหรือยัง

บรู๊ค ดนุพร : (หัวเราะอย่างอารมณ์ดี) ยังไม่ได้ชิมฝีมือน้องกบเลยแต่น้องเค้าสั่งเก่ง โดยจะสั่งแม่บ้านทำอาหารที่ตนชอบ ไม่ค่อยเห็นเค้าทำอาหาร แต่ถ้าทำอาหารน่าจะเป็นตนมากกว่า เพราะพอทำอาหารเป็น ส่วนน้องกบจะเป็นคนคอยดูแลข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ของสดหมด หรือของใช้อะไรในบ้านขาด จะต้องจัดการออกไปซื้อของเข้าบ้านมาให้ ซึ่งคอยดูแลตั้งแต่สมัยที่เป็นแฟนกันแล้ว ถ้าวันไหนที่กบว่าง มักจะแวะเข้าบ้านเพื่อดูของกินของใช้อะไรหมดจะออกไปซื้อข้าวของมาเก็บเอาไว้ให้ และก่อนหน้านี้กบมักจะแวะมาหามาเล่นกับสุนัขตัวโปรดที่ฝากเลี้ยงที่บ้านเพราะเลี้ยงที่บ้านเค้าเองไม่ค่อยสะดวกนัก

“สมาร์ท” เกร็งจูบ “เชอรี่” กลัวเจอตบสวน!

Tuesday, January 27th, 2009

เปิดเรื่องมาก็งานเข้าเลย! สำหรับละครรักหวานผสานรสบู๊ เรื่อง “แม่ค้าขนมหวาน” เมื่อเชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ สาวห้าวผู้พิสมัยการทำขนมหวาน ถูกพระเอก สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์ มาเฟียหนุ่มเจ้าอารมณ์ขโมยจุ๊บประกบปากซะตั้งแต่ตอนแรก

โดยเป็นฉากที่ ใบไผ่ (เชอรี่) กับ อานาท (หนุ่ม-สันติสุข) ไปร่วมงานเดินแฟชั่นโชว์งานเดียวกับ วชรวรรษ (สมาร์ท) แต่เกิดรุมทำร้ายเลยวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ แต่ดั๊นบุพเพอาละวาดไปวิ่งชนกับ วชรวรรษ เข้าอย่างจัง ทำเอาสร้อยคอที่พระเอกเตรียมให้น้องสาวหลุดมือตกแตก วชรวรรษ โมโหจัดอาละวาดใส่ ใบไผ่ แต่ต่างคนต่างก็ไม่ยอมกัน วชรวรรษ เกิดมันเขี้ยว เอ๊ย หมั่นไส้ คิดว่า ใบไผ่ เป็นสาวประเภทสอง เลยแก้เผ็ดจับมาจุ๊บซะเต็มๆ ทำเอา ใบไผ่ ยืนเหวอ—ฉากนี้ถ่ายทำที่ รร.แม่น้ำ พี่หนุ่ม-กฤษณ์ ผกก.จัดแจงเรียกทีมงานเซตฉากและมุมภาพอย่างดีให้ได้องศาเป๊ะๆ เห็นช็อตเม้าท์ทูเม้าท์แบบจะจะ ก่อนถ่าย สมาร์ท แกล้งทำหน้าเย้ย เชอรี่ ทำนองว่าโดนจุ๊บแน่! พอซักซ้อมคิวเสร็จ เริ่มถ่ายฉากพระเอกฉุนจัดกระชากนางเอกมาดทอมเข้ามาจูจุ๊บ เชอรี่ ออกอาการเกร็ง เพราะต้องรับศึกหนัก ทั้งเข้าไปอยู่ในห้องน้ำชายแถมโดนจุ๊บอีก สมาร์ท ได้ทีเห็น เชอรี่ ดูเครียด เลยแหย่ว่า “เดี๋ยวจูบจริงนะ” คนยิ่งเครียดๆเจอแซวยังงี้สาว เชอรี่ เลยตอกกลับทันที “จูบจริงเดี๋ยวมีตบแถมหรอก” สถานการณ์พลิกผันกลายเป็น สมาร์ท เกร็งยิ่งกว่าเพราะกลัวโดนตบ! กลายเป็นคนที่ทำให้เทกหลายทีคือพระเอกเสือซุ่ม ของเรานี่เองที่มัวแต่เก้ๆกังๆกลัวของแถม!…ตามชมฉากนี้ได้ในคืนพรุ่งนี้ทางช่อง 3.

แม่บรู๊ค สะใภ้กบ สวมกอด น้ำตานองหน้า

Monday, January 26th, 2009

ปิดตำนาน “แม่ไม่ปลื้ม” ลงอย่างสวยงามราวกับนิยาย หลังจากที่คู่รัก “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” กบ-สุนันท์ คงยิ่ง นางเอกชื่อดัง ช่อง 7 สีได้จูงมือ บรู๊ค-ดนุพร ปุณณกันต์ อดีตพระเอกดัง ที่ผันตัวเองมาเป็นนักการเมือง ถือฤกษ์ดีวันที่ 9 ม.ค. ปี 2009 จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ โดยฝ่ายชายยกขันหมากไปสู่ขอนางเอกสาวมาเป็นคู่ชีวิตที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ชั้น 23 ท่ามกลางการลุ้นของแฟนคลับ ที่รอชื่นชมพิธีวิวาห์ของนางเอกคนดังอยู่ที่ชั้น 22 ผ่านจอวีดิโออย่างใจจดใจจ่อ อยากเห็นวันชื่นคืนสุขของทั้งคู่ เนื่องจากกบ-บรู๊คคบกันมานานกว่า 10 ปี และตลอดเวลาที่คบหาดูใจก็มีข่าว แม่ดาริกา ปุณณกันต์ แม่ของบรู๊คไม่ปลื้มว่าที่สะใภ้ดาราออกมาเป็นระลอก แต่แล้วทุกอย่างก็คลี่คลายไปด้วยดี เมื่อพิธีวิวาห์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย และนักการเมือง มาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมทั้งผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้อัญเชิญแจกันดอกไม้มามอบให้ สร้างความปลาบปลื้มให้กับคู่บ่าวสาวและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ พิธีวิวาห์ของคู่รักมาราธอน “กบ-บรู๊ค” เริ่มต้นขึ้นในเวลา 08.29 น. ด้วยการแห่ขบวนขันหมาก โดยมีบรรดาญาติฝ่ายเจ้าบ่าวร่วมขบวนกันอย่างคึกคัก มีบี-พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กับนุสบา ปุณณกันต์ พี่ชายและพี่สะใภ้ถือขันหมากเอก ขันหมากโท ส่วนน้องปุณณ หลานรักของอาบรู๊คถือพานแหวนหมั้น ส่วนญาติฝ่ายเจ้าสาว ประกอบด้วยดวงดาว จารุจินดา และพลากร สมสุวรรณ เป็นคนรับขันหมาก คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีด์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เป็นผู้เปิดขันหมาก เพื่อตรวจนับสินสอด ซึ่งประกอบด้วย ทองคำ 190 บาท เงินสด 9 แสนบาท แหวนเพชรเม็ดเขื่อง ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวไม่ขอบอกว่าน้ำหนักกี่กะรัต แต่ถือเคล็ดเลขมงคลรวมกันแล้วได้ 9 นอกจากนี้ แม้คู่บ่าวสาวจะบอกมาก่อนหน้าแล้วว่าจะจัดงานอย่างเรียบง่าย แต่ก็ใช้งบในการจัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกไม้ประดับงาน เป็นเงินถึง 5 แสนบาท เน้นดอกไม้ไทย โทนสีขาวชมพู ที่เจ้าสาวกบ-สุวนันท์ชื่นชอบ และยังจัดโต๊ะรับรองแขกผู้ใหญ่ประมาณ 42 โต๊ะ

จากนั้นในเวลา 09.00 น. เป็นพิธีสวมแหวนหมั้น ซึ่งมี พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในพิธีนางภัทรา และนายอมเรศ ศิลาอ่อน เป็นเถ้าแก่ฝ่ายชาย แล้วมีกบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ เป็นผู้พาเจ้าสาวมาส่งให้กับบรู๊ค ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินจูงมือไปที่เวทีหมั้น โดยบรู๊คได้สวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของกบ ซึ่งช่วงนี้เองที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดาราสาวฉีกยิ้มกว้างด้วยความปลาบปลื้มกับวันที่รอคอยมานาน จากนั้นกบจึงสวมแหวนทองคำขาวประดับเพชรให้บรู๊ค พร้อมมอบนาฬิกาปาเต๊ะเป็นของขวัญให้กับเจ้าบ่าว

ลำดับต่อมา คู่บ่าวสาวได้มอบของชำร่วย ได้แก่ หมอนผ้าไหม ให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ซึ่งนางอุบลรัตน์ แม่ของกบ ได้มอบสร้อยคอทองหนัก 10 บาท เป็นของรับไหว้ ลูกสาว และลูกเขย คนละ 1 เส้น ส่วนนางดาริกา แม่ของ บรู๊ค ได้มอบแหวนเพชร 1 กะรัต และชุดสร้อยมุก 1 ชุด เป็นของรับไหว้ลูกสะใภ้ ซึ่งกบรีบนำมาสวมที่นิ้วนางซ้าย ซ้อนไปกับแหวนหมั้น จากนั้น แม่ดาริกาได้ดึงตัวลูกชาย บรู๊ค มาสวมกอดแล้วร้องไห้ ซึ่งกบก็ได้เข้ามาก้มกราบลงที่ตัก นางดาริกาจึงสวมกอดกบอย่างอบอุ่น โดยทั้งว่าที่ แม่ผัวและลูกสะใภ้ต่างน้ำตาคลอด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นางเอกดังกับแม่บรู๊คสวมกอดกัน ทำให้บรรยากาศดูเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างประกอบพิธีดังกล่าว บรรดาแฟนคลับของนางเอกสาวที่ได้ชมภาพผ่านจอวีดิโออยู่ที่ชั้น 22 บางรายก็ถึงกับร่ำไห้ ร่วมปีติยินดีกับนางเอกสาว

จากนั้นเป็นพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ในเวลา 09.29 น. โดยมี พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร เป็นผู้สวมสายสิญจน์มงคล และเจิมหน้าผากให้คู่บ่าวสาว จากนั้นแขกผู้ใหญ่ ทยอยเข้ารดน้ำสังข์อวยพรให้ทั้งคู่ครองรักกันนานๆ และมีความสุขมากๆ ขณะที่นางดาริกายังได้ก้มลงหอมแก้ม ลูกชายสุดที่รัก และจับมือรับขวัญกบ ในฐานะลูกสะใภ้คนล่าสุดของครอบครัว

เมื่อเสร็จพิธีมงคลสมรสแล้ว ในเวลาประมาณ 12.00 น. คู่บ่าวสาว กบ-บรู๊ค ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนจำนวนมากที่ไปรอทำข่าวงานวิวาห์ครั้งนี้ ได้สัมภาษณ์ ความรู้สึกถึงการที่ได้มีวันชื่นคืนสุข โดยทั้งสองได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมขออภัยหากมีอะไรขาดตกบกพร่อง ซึ่งเจ้าบ่าวหมาดๆยังกล่าวติดตลกว่า ขออภัยครั้งนี้ เพราะไม่มีครั้งหน้า ตั้งใจแต่งครั้งเดียว

ทั้งนี้ บรู๊คกล่าวถึงพิธีวิวาห์ว่า ยึดฤกษ์ดีตั้งขบวนขันหมาก เวลา 08.29 น. ฤกษ์สวมแหวนก่อนเวลา 09.00 น. ส่วนแหวนหมั้นนั้น คุณแม่ดาริกาเป็นผู้เตรียมให้ วงไม่ ใหญ่มาก ให้กบไว้ใส่ติดนิ้ว โดยทุกอย่างถือเลขมงคลรวมกันแล้วได้ 9 ส่วนช่วงที่คุณแม่ดาริกาดึงตนไปกอดแล้วร้องไห้นั้น แม่บอกว่ารัก ซึ่งเมื่อบรู๊คกล่าวถึงตรงนี้ ก็หยุดพูดทำท่าเหมือนจะร้องไห้ จนกบต้องหันมาปลอบใจ ก่อนที่บรู๊คจะกล่าวต่อไปว่า ปกติแม่บอกรักอยู่ทุกวัน แต่วันนี้คือวันพิเศษ ท่านอวยพรให้เราสองคนมีความสุข

“พ่อกับแม่พยายามทำทุกอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานวันนี้ออกมาสมบูรณ์แบบและถูกต้องตามประเพณี มีผู้ใหญ่ สื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน กบให้ของขวัญเป็นนาฬิกาก็ชอบ สินสอดก็ไม่มาก ตามธรรมเนียมประเพณี” เจ้าบ่าวหมาดๆ กล่าวและว่า หลังจากนี้คงไปอยู่บ้านที่รังสิต ที่ตนสร้างไว้นานแล้ว แต่เวลาว่างก็จะกลับมานอนที่บ้านซอยราชครู ส่วนเรื่องฮันนีมูนตอนนี้ยังไม่ได้วางแผน เนื่องจากงานเยอะ แต่น้องกบบอกว่าอยากไปทะเล อเมริกา ก็คงหาเวลาพาไป ดูว่าจะไปอเมริกาเยี่ยมน้องสาวที่ไม่สามารถมาร่วมงานแต่งของเราได้

ด้านกบได้ทีฟ้องนักข่าวว่า พี่บรู๊คงานเยอะ คงอีกนานกว่าจะได้ไป แต่ก็เข้าใจว่าพี่บรู๊คงานเยอะ โดยเฉพาะงานการเมือง เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่พี่บรู๊คต้องทำ ทำ เพื่อคนกลุ่มใหญ่ก่อน มีเวลาว่างเมื่อไหร่ค่อยไปเที่ยวก็ได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการมีทายาท บรู๊คตอบว่า อยากเที่ยวก่อน ยังไม่ได้วางแผนไว้ รอไว้ถึงเวลาเหมาะก็คงมี หากมีเร็วไป นักข่าวต้องมานั่งนับให้ปวดหัว ขณะที่ กบกล่าวเสริมว่า เรื่องทายาทได้คุยกันไว้แล้วว่ายังไม่รีบ ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรส บรู๊คเป็นผู้ตอบว่า รอถามพ่อแม่ ก่อนว่า จะมีฤกษ์อะไรหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามถึงวินาทีที่แม่ดาริกาดึงกบไปกอดแล้วพูดว่ายังไง กบบอกว่า ตอนนั้นทุกอย่างบนเวทีมีแต่ความตื้นตัน ตนก็ตื่นเต้นจนเหมือนกับหายใจหอบๆ แต่รู้สึกว่าช่วงเวลาทั้งหมดในพิธีบนเวที เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก จนจำไม่ได้ว่าแม่สามีกล่าวอะไรบ้างแล้ว เพราะตื่นเต้น รู้แต่ว่าตอนนั้นได้เห็นหน้าผู้ใหญ่ทุกท่านใกล้ๆได้เห็นสายตาทุกท่าน เป็นสายตาแสดงความยินดี และเมตตากับตน ส่วนของขวัญพิเศษนาฬิกาที่ให้พี่บรู๊ค เพราะพี่บรู๊คเป็นคนชอบใส่นาฬิกา

เมื่อถามถึงหลังจากนี้ ในการทำหน้าที่แม่ศรีเรือน นางเอกสาวบอกว่า จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำให้พี่บรู๊คมีความสุขที่สุด ถ้าสิ่งไหนที่ทำให้พี่บรู๊คมีความสุขได้ ก็ยินดี พยายามสนับสนุนดูแลซึ่งกันและกันตลอดไป และยืนยันยังไม่อำลาวงการบันเทิง แม้มีอยู่ในความคิด แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงคำสัญญาที่ทั้งคู่ได้ให้กันไว้ ซึ่ง กบรีบทวงถามจากบรู๊คทันทีว่า “พี่บรู๊คสัญญาว่าจะรักหนู ทุกๆวัน จนอายุ 80” ซึ่งเมื่อพูดจบ เจ้าบ่าวถึงกับเขินก่อนบอกว่า ระยะเวลาที่เรารู้จักกันมานาน รู้สึกว่าบางครั้งไม่ต้องพูด แค่สัมผัสสิ่งที่เราทำให้กัน ก็รู้แล้วว่าเรารู้สึกอะไร

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางดาริกา แม่ของบรู๊ค ถึงวันที่ลูกชายคนเล็กได้เป็นฝั่งเป็นฝาว่า เป็นธรรมดาที่ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็มีความสุข ที่ร้องไห้ น้ำตาไหลตอนดึงบรู๊คมากอด เพราะแม่รักลูก สงสารลูก แต่ถ้าลูกมีความสุขแม่ก็ปลื้ม ที่ผ่านมาอยากจะบอกตรงๆว่า ไม่มีอะไรกับกบ ก่อนหน้าที่บรู๊คจะบวช เราก็ไปมาหาสู่กัน ไปที่บ้าน ไปเที่ยวด้วยกัน วันเกิดกบ ตนก็ มอบของขวัญให้

“แม่ไม่มีอคติกับกบเลย เรื่องถือหมอนที่เป็นปัญหาจนถึงทุกวันนี้ ความจริงแม่ไม่ได้กีดกัน แต่คุณแดง ซึ่ง เป็นผู้ใหญ่ที่บรู๊คนับถือเหมือนแม่คนที่สอง คงเห็นว่าไม่เหมาะ เลยขอถือหมอนเอง แม่ยังไปแย่งผ้าห่มมาให้กบถือ เดินคู่กับคุณแดง ไม่เห็นมีอะไร จนข่าวลงแม่ไม่ปลื้ม เมินหน้าหนี แฟนคลับกบเข้าใจแม่ผิด เขียนจดหมายมาต่อว่า แม่ก็น้อยใจที่ทำไมกบไม่ออกมาพูดอะไร ลองคิดกลับกันเป็นตัวแม่ดูสิ จะรู้สึกยังไง ตอนนั้นแม่ก็เคยพูดกับกบว่า ถ้ากบออกมาพูดทุกอย่างมันอาจจะดีกว่านี้” นางดาริกากล่าวอย่างเปิดอก

นางดาริกายังกล่าวต่อไปว่า งานวิวาห์วันนี้จัดแบบกระชับไป เชิญแขกไม่ทัน และน่าจะมีงานเลี้ยงตอนเย็น แต่ทางบรู๊คกับกบคุยกันสองคน จัดแบบนี้ แม่ต้องบอกตรงๆ ว่าบรู๊คเพิ่งเข้ามาบอกว่าจะแต่งแน่นอนแค่อาทิตย์เดียว เอาการ์ดมาให้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตอนที่ทราบข่าวทางหนังสือพิมพ์ แล้วบรู๊คไม่อยู่ กบพูดคนเดียว ก็คิดว่าคงเข้าใจผิด อาจจะแต่ง แต่ไม่ใช่เร็วๆนี้

ส่วนเรื่องประเด็นแม่ไม่ปลื้มกบนั้น นางดาริกา ชี้แจงแบบติดตลกว่า เวลาแม่บอกไม่รู้ เราไม่รู้จริงๆ แต่เราโดนว่าแม่ไม่ปลื้ม แต่กบอาจจะดีใจก็ได้ ไม่งั้นกบคงไม่ได้เป็นข่าวหน้า 1 ตลอด สมมติแม่ปลื้ม ก็ไม่ได้มีข่าวไปเขียนกัน จริงๆต้องขอบคุณแม่นะที่ทำให้กบดัง

จากนั้นนางดาริกาได้เล่าถึงวันที่กบเข้ามาขอขมาว่า บรู๊คเป็นคนมาบอกว่ากบจะมากราบขอโทษ กบก็เอาพวงมาลัยมากราบ ขอโทษที่ทำให้แม่ไม่สบายใจอยู่ได้ ตั้งนาน กบไม่คิดว่าจะมีเรื่องค้างคาใจสะสมกันมานานขนาดนี้ แม่อยากจะบอกว่า บรู๊คเป็นเด็กอยู่ในโอวาท รักแม่ รักพ่อ รักพี่น้อง ถ้าแม่ไปกีดกัน ถ้าทำอย่างนั้นกบ-บรู๊คคงไม่มีวันนี้ จะเป็นยังไงก็ให้คบกัน ถ้าเขารักกันชอบกันคิดว่าอยู่ด้วยกันได้ก็เรื่องของเขา อย่างที่มีข่าวแม่จะไปหาผู้หญิงมาให้บรู๊ค แล้วถ้าเกิดเขาอยู่กันไม่ได้ ก็ต้องโทษแม่ นั่นคือชีวิตเขา

“แม่จะอยู่กับเขาได้อีกสักกี่วัน แต่แม่เสียเปรียบ แม่ไม่มีไมค์อยู่ที่ปาก ไม่ได้ไปอธิบายให้ใครทราบ ก็อาจจะดีกับกบที่ทำให้แฟนคลับรักสงสาร แต่ไม่มีใครรักแม่เลย ไม่เข้าใจแม่เลย หัวอกแม่ ต่อให้ลูกเลวยังไงเราก็รักลูก ถ้าลูกมีความสุข แม่ที่ไหนก็ต้องรักลูกทั้งนั้น คนไหนลูกรัก แม่ก็รัก ต่อไปนี้ก็คงมีแต่ข่าวที่ดี เพราะทุกคนคงเข้าใจ การที่มีวันนี้ได้ หัวใจของแม่รักลูก” นางดาริกา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า พร้อมย้ำว่า “แม่รักและยอมลูกทุกอย่าง” นอกจากนี้ นางดาริกายังกล่าวถึงช่วงที่เข้าไปสวมกอดลูกชายคนเล็ก และบอกไปว่า แม่ดีใจด้วยที่ทำให้ลูกมีวันนี้

“อยากจะบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม แม่ก็รักลูก อยู่กับลูกตลอดเวลา กับกบแม่ก็ขอให้มีความสุขด้วยกันทั้งคู่ ทุกสิ่งทุกอย่างขอให้จบด้วยดี ก็สอนกบ เราเป็นเด็ก มีอะไรคาใจก็ต้องพูด ครอบครัวแม่อบอุ่น ใครเข้ามาในครอบครัวก็อยากให้รักกัน บียังพูดตลอดว่าแม่รักน้องบรู๊คมาก อะไรจะเกิดขึ้น แม่ก็เป็นคนที่อดทน น้ำตาตกในอยู่ คนเดียว ไม่สามารถพูดให้ใครรู้ได้ว่าเราไม่ได้อคติกับใคร” นางดาริกากล่าว และตอบคำถามของสื่อที่ถาม ขณะนี้ปลื้มลูกสะใภ้คนใหม่หรือยังว่า

“จัดให้แค่นี้ยังไม่ปลื้มอีกเหรอ ชุดเครื่องทองที่กบใช้ใส่ในวันนี้ แม่ก็เตรียมให้ เป็นของคุณแม่ของแม่ เพื่อให้กบใส่แล้วจะได้ถ่ายรูปสวยๆ” นางดาริกากล่าว

มาริโอ้ โต้ชวดโฆษณา ยี้ฉายาหน้าใส (ไม่) ซื่อ

Sunday, January 25th, 2009

“มาริโอ้” โต้ โฆษณา 3 ตัวปลด เมิน “โกโก้” ออก pocketbook แฉ ยี้ ฉายา “หน้าใส (ไม่) ซื่อ”

อะไรก็ยิ้มสู้ไหว แต่ที่ทำให้ “มาริโอ้ เมาเร่อ” ร้องยี้เห็นจะเป็นฉายาใหม่ ที่เหล่าบรรดานักข่าวบันเทิงตั้งใจมอบให้ “หน้าใส (ไม่) ซื่อ” เนี่ยแหละ ทำเอาพระเอกหนุ่มรับไม่ได้อย่างแรง พร้อมปฏิเสธว่า ไม่เคยทำตัวแอ๊บซื่ออย่างที่หลายคนเข้าใจ

มาริโอ้ : ความรู้สึกกับฉายานี้ไม่เป็นความจริงเลย ฉายานี้ไม่เข้ากับผม เพราะผมหน้าใสแต่ใจซื่อ เลยไม่ค่อยชอบฉายานี้เท่าไหร่ ตอนแรกที่ได้ยินก็รู้สึกเสียใจ และน้อยใจนิดหน่อย คิดว่าคนที่รักเราทำไมยังมาคิดว่าเราใจไม่ซื่ออีก จริงๆ ผมเป็นคนตรงๆ ไม่ได้เฟค เรารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าไม่ใช่คนเฟค ถ้าเฟคผมคงไม่ได้เฟคเหมือนเดิมได้ทุกวันหรอก ดังนั้นผมว่าให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินดีกว่า เวลาเท่านั้นที่จะตัดสินว่าใจผมเป็นยังไง

ล่าสุดมีข่าวโอ้ถูกปลดจากงานพรีเซนเตอร์ 3 ชิ้น ชวดเงินหลายสิบล้านจริงหรือเปล่า

มาริโอ้ : เรื่องชวดงานพรีเซนเตอร์ ไม่จริงอยู่แล้ว ไม่มีแน่นอน ไม่มีใครแคนเซิลงานโอ้ ตอนนี้โอ้ก็ถ่ายหนังอยู่ถามว่าปีนี้งานเยอะแค่ไหน ก็เยอะพอสมควร ส่วนจะได้เป็นเจ้าพ่อพรีเซนเตอร์เหมือนเดิมหรือเปล่า ก็แล้วแต่ผู้ใหญ่จะกรุณา ตอนนี้โอ้ก็ทำเท่าที่เราทำได้ ไม่ได้เยอะจนเกินไป โอ้คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับข่าว พอมาอยู่กับพี่เอแล้วอัพค่าตัวสูงขึ้น เพราะมันไม่เป็นความจริง โอ้ก็ทำงานของโอ้เต็มที่ เรื่องค่าตัวก็ไม่ได้อัพเวอร์อยู่แล้ว ส่วนเรื่องคดีความกับพี่โก้ ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกันจริงๆ เพราะมันเป็นปัญหาระหว่างผมกับพี่โก้ ไม่น่าจะส่งผลมาถึงเรื่องงาน

ตอนนี้คดีความไปถึงไหน

มาริโอ้ : ผมไม่ได้ติดตามอะไรเลย ผมไม่รู้เรื่องศาล ทนาย หรือ คดีความ ก็เลยจะปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่จัดการดีกว่า ถ้ามีหมายศาลออกมาให้ไปตามนัด ผมคงต้องขอปรึกษาผู้ใหญ่อีกที ว่าจะไปหรือเปล่า ผมขอไม่พูดเรื่องคดี หรือสัญญาอะไรทั้งสิ้น ผมขอให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่จะจัดการเรื่องนี้

ทราบข่าวโกโก้จะออกหนังสือแฉไหม

มาริโอ้ : ไม่ทราบเลย แล้วแต่พี่เค้าเลยครับ ผมคงไม่ได้ไปทำอะไรพี่เค้า ก็ให้เค้าเขียนให้เต็มที่ แล้วแต่พี่เค้าเลย สบายใจอะไรก็ทำ ผมไม่เขียนหนังสือแฉกลับด้วย ผมไม่ขอพูดถึงดีกว่า ผมว่าปีใหม่พูดเรื่องใหม่ๆ ดีกว่า ผมขอร้องล่ะ อยากให้คุยเรื่องงานหรือเรื่องอะไรอย่างอื่น เราไม่อยากฟังแต่เรื่องไม่ดีหรือเรื่องเครียดๆ ส่วนเรื่องที่หมอดูบอกว่าถ้าบวชแล้วชีวิตจะดีขึ้นนั้น ปกติผมก็จะไปทำบุญตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนจะให้บวชคงไม่ถึงขนาดนั้น และผมยังไม่คิดที่จะบวชด้วย

จับดาราหนุ่ม เบนซ์ - ฐิติฉัตร เมาแล้วขับ

Saturday, January 24th, 2009

เมื่อเวลา 03.20 น.วันนี้ (10 มกราคม) ขณะที่ ร.ต.ท.ธนากร พิมพ์ชัย รองสารวัตรจราจร สน.มักกะสันได้ตั้งด่านตรวจค้นและตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่บริเวณ ปากซอยศูนย์วิจัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง ระหว่างตั้งด่านได้โบกเรียก รถยนต์ โตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน สก 420 กทม.ให้จอด

จากนั้นได้ให้คนขับลงจากรถ เมื่อคนขับลงจากรถทราบชื่อ นายฐิติฉัตร หรือ เบนซ์ ฮันเก้ อายุ 28 ปี ดารานักแสดงและพิธีกรรายการ อยู่บ้านเลขที่ 67 ซ.บางนา-ตราด 4 แขวงและเขตบางนา กทม. ซึ่งลงจากรถคันดังกล่าว ด้วยอาการมึนเมา ตำรวจจึงขอให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่นายฐิติฉัตรไม่ยอม พร้อมกับโวยวาย

ตำรวจพยามยามพูดเกลี้ยกล่อม ในที่สุด นายฐิติฉัตร จึงยอมเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ผลตรวจวัดได้ 82 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเดินทางมายังที่เกิดเหตุ และทำการบันทึกภาพ ทำให้นายฐิติฉัตรไม่พอใจ แสดงการด่าทออย่างหยาบคาย พร้อมกับระบุว่า “ไม่มีสิทธิ์ที่จะถ่ายภาพ”

จากนั้นทาง ร.ต.ท.ธนากร นำตัวนายฐิติฉัตร ส่งให้กับ พ.ต.ท.ศิริพงศ์ ภูมิเหล่าแจ้ง พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.มักกะสัน ทำประวัติและลงบันทึกจับกุม ในข้อหาเมาแล้วขับ ทั้งนี้ เมื่อนายฐิติฉัตรเดินทางมาถึงโรงพัก ยังคงแสดงอาการอาละวาด โวยวาย พร้อมกับตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้นนายฐิติฉัตร ยังได้วิ่งขึ้นลงชั้น 1 และชั้น 2 ไปมาด้วยอาการมึนเมา และยังมีการกระโดดลงมาจากบันไดจากชั้นลอยของชั้น 2 ลงมา ชั้น 1 ตำรวจควบคุมตัวเข้าห้องขัง เพื่อรอญาติมาประกันตัวภายหลัง

ระหว่างที่นายฐิติฉัตร อยู่ในห้องขังบนโรงพัก ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนขอพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายฐิติฉัตรก็ยังโวยวาย และตะโกนออกมาจากมุมมืดว่า “อยากมีเรื่องหรือ”

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อนของนายฐิติฉัตรเดินทางมาที่โรงพักเพื่อทำเรื่องขอยื่นประกันตัว โดยหลักทรัพย์ 20,000 บาท โดยนายฐิติฉัตรยังไม่ยอมออกมาจากห้องขัง เพราะกลัวว่าผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวจำนวนมากทั้งโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จะบันทึกภาพ

สำหรับนายฐิติฉัตร ได้เปลี่ยนชื่อ จากเดิม นายนิพิธ และยังเป็นอดีตแฟนหนุ่มของ นางสาว สาวิกา ไชยเดช หรือ พิงกี้ นางเอกชื่อดังทางช่อง 7 สี และยังเคยเป็นพิธีกรรับเชิญในการ “เฟิร์สคลาส บาย ปิ่นโตเถาเล็ก” โดยเป็นพิธีกรที่มีความสามารถพูดได้ 4 ภาษา เยอรมัน ไทย ฝรั่งเศส อังกฤษ