จำคุกอดีตกิ๊ก “พิงค์กี้” ดื่มแล้วขับ ซ่าอาละวาด เมาคลั่ง! ดารา “เบนซ์”
Saturday, January 31st, 2009 
เมาแล้วเลือดร้อนอีกราย ”เบนซ์-นิพิธ” ถูกตำรวจจับข้อหา ”เมาแล้วขับ” แถมยังโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่และนักข่าวแบบไม่ได้สติ ล่าสุดศาลสั่งจำคุกนักแสดงหนุ่ม 2 เดือน ปรับ 5 พันบาท แต่ให้รอลงอาญาสองปี ด้านแม่ของ ”พิงค์กี้-สาวิกา” เผยรู้จักนักแสดงหนุ่มเพราะสนิทกับลูกสาว แต่ไม่ทราบถึงนิสัยที่แท้จริง เท่าที่เจอเป็นคนเรียบร้อยดี แต่ไม่ทราบว่าดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไปแล้วจะเป็นอย่างไร
วงการบันเทิงเกิดเรื่องฉาวอีกแล้ว เมื่อนักแสดงหนุ่มลูกครึ่ง นายฐิติฉัตร หรือ ”เบนซ์” นิพิธ ฮันเก้ ดาราหนุ่มวัย 28 ปี ซึ่งเคยเป็นเพื่อนชายที่สนิทของนางเอกสาว ”พิงค์กี้” สาวิกา ไชยเดช ได้ถูกตำรวจจับเพราะว่า ”เมาแล้วขับ” เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.20 น. ของวันที่ 10 มกราคม ร.ต.ท.ธนากร พิมพ์ชัย รองสารวัตรจราจร สน.มักกะสัน ซึ่งตั้งด่านตรวจค้นและตรวจวัดแอลกอฮอล์ ที่บริเวณปากซอยศูนย์วิจัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ระหว่างตั้งด่านได้โบกเรียกรถยนต์โตโยต้ายาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน สก 420 กทม. ให้จอด ทราบชื่อคนขับว่า นายฐิติฉัตร ฮันเก้ อายุ 28 ปี นักแสดงและพิธีกร อยู่บ้านเลขที่ 67 ซ.บางนา-ตราด 4 แขวงและเขตบางนา กทม. ซึ่งมีอาการมึนเมา ตำรวจจึงได้ขอให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่ปรากฏว่านักแสดงหนุ่มไม่ยอมแถมยังโวยวายเสียงดัง จนเจ้าหน้าที่ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน
ต่อมาดาราหนุ่มได้ยอมเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ผลตรวจวัดออกมาได้ 82 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร.ต.ท.ธนากร จึงนำตัวหนุ่มเบนซ์ ไปส่งให้ พ.ต.ท.ศิริพงศ์ ภูมิเหล่าแจ้ง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.มักกะสัน เพื่อทำประวัติและลงบันทึกจับกุม ข้อหา ”เมาแล้วขับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนักแสดงหนุ่มเดินทางถึงโรงพัก ยังคงแสดงอาการอาละวาดโวยวายอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำนองว่าที่ตนต้องถูกจับครั้งนี้เพราะตำรวจเสียพนัน จึงต้องมาตั้งด่านเพื่อเรียกเก็บเงิน เท่านั้นยังไม่พอ นักแสดงหนุ่มลูกครึ่งยังได้วิ่งขึ้นลงชั้น 1 และชั้น 2 ไปมาด้วยอาการมึนเมา และยังกระโดดลงมาจากบันไดจากชั้นลอยของชั้น 2 ลงมาชั้น 1 เหมือนคนไม่ได้สติ ตำรวจเห็นว่าปล่อยไว้แบบนี้คงจะไม่ดี จึงได้ควบคุมตัวเข้าห้องขัง เพื่อรอญาติมาประกันตัวภายหลัง ซึ่งระหว่างที่ ”เบนซ์-นิพิธ” อยู่ในห้องขังนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นักแสดงหนุ่มยังโวยวายและตะโกนออกมาจากมุมมืดว่าอยากมีเรื่องหรือ
จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อนของนักแสดงหนุ่มได้เดินทางมาที่โรงพัก เพื่อทำเรื่องขอยื่นประกันตัว ใช้หลักทรัพย์ 20,000 บาท โดยขณะที่รอการประกันตัว ”เบนซ์-นิพิธ” ไม่ยอมออกมาจากห้องขัง ขลุกอยู่แค่ข้างใน เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพตัวเอง และในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวดาราหนุ่มออกจากห้องคุมขังเพื่อไปพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัตินั้น ดาราหนุ่มได้มีการนำเสื้อคลุมหน้าตลอดเวลา โดยภายในมีหมวกไหมพรมสวมปิดอีกชั้น ขณะที่บรรดาเพื่อนๆ ของหนุ่มเบนซ์ก็ได้ตะโกนต่อว่าผู้สื่อข่าวสำนักต่างๆ ว่า ”ว่างนักหรือไงที่มาทำข่าว” ซึ่งภายหลังจากขั้นตอนพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินนำตัวดาราหนุ่มมาส่งยังรถยนต์ของญาติที่เดินทางมาประกันตัว โดยมีเสื้อคลุมและหมวกไหมพรมสวมทับปิดหน้าตลอดเวลา
เมื่อทำเรื่องขอประกันเสร็จสิ้นตำรวจจึงได้นำตัวดาราหนุ่มออกจากห้องขัง ซึ่งดาราหนุ่มได้ใช้ผ้าปิดหน้า และมีเสื้อแจ็กเกตคลุมหน้าอีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้สื่อที่รอทำข่าวจำนวนมากถ่ายภาพ ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ระหว่างที่เดินลงมาจากชั้น 2 เพื่อที่จะขึ้นรถที่จอดรอหน้าสน. นั้น ดาราหนุ่มยังที่ยังไม่สร่างเมาดี ได้พูดใส่หน้าสื่อมวลชนที่รอทำข่าวว่า ก่อนที่จะขึ้นรถโตโยต้าวิช สีดำ ออกไปจากสน.ทันที
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ศิริพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจตามปกติเมื่อเห็นคนขับอยู่ในอาการเมาสุรา จึงเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ ถ้ายอมเป่าก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่เมื่อตรวจวัดแล้วมีปริมาณเกินที่กฎหมายกำหนด ถึงแม้จะเป็นดารา ตำรวจก็จะดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมกัน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับขี่รถยนต์ในขณะเมาสุรา โดยจะนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือในเวลา 09.00 น. ทั้งนี้จากการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ดังกล่าว สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ทั้งสิ้น 14 คน โดยได้ประกันตัวออกไป 11 คน ที่เหลือคงต้องรอช่วงเช้าก่อนนำตัวส่งศาลต่อไป
ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. ศาลได้มีคำตัดสินออกมาว่า ”เบนซ์-นิพิธ” มีความผิดฐานมีแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่า 82 มิลลิกรัม ต้องถูกจำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท แต่ทั้งนี้ดาราหนุ่มให้การสารภาพโทษเหลือกึ่งหนึ่งจำคุก 2 เดือน ปรับ 5 พันบาท ในส่วนของการจำคุกนั้นศาลให้รอลงอาญา 2 ปี
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังอดีตเพื่อนสาวคนสนิท ”พิงค์กี้-สาวิกา” เพื่อสอบถามว่าทราบข่าวดังกล่าวแล้วหรือยังและรู้สึกอย่างไรกับข่าวนี้ ปรากฏว่าคุณแม่ของนางเอกสาวเป็นผู้รับสายแทน เนื่องจากพิงค์กี้พักผ่อนอยู่ โดยคุณแม่ของนางเอกสาวบอกว่ายังไม่ทราบข่าวดังกล่าว ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับลูกสาวตัวเองเพราะว่าไม่ได้พบหรือพูดคุยกันนานแล้ว แต่โดยปกติที่ตนรู้จักผู้ชายคนนี้ก็เป็นคนเรียบร้อยดี
”แม่ยังไม่ทราบข่าวเลย เพราะว่าทำงานกันตั้งแต่เช้าไม่ได้ดูข่าว จริงๆ น้องพิงค์กี้กับเบนซ์เขาก็เป็นพี่น้องที่รู้จักกัน ไม่ได้ถึงขั้นเป็นแฟนอะไรอย่างที่สื่ออื่นๆ บอกนะ แม่ตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันแล้ว ถามว่าปกติเขาเป็นคนขี้เมาอะไรแบบนั้นหรือเปล่า แม่ไม่ทราบเพราะไม่รู้จักเขาลึกซึ้งขนาดนั้น แต่จากที่เคยเจอกัน เขาก็เป็นเด็กเรียบร้อยนะ แต่ไม่รู้ว่าเมาแล้วเขาจะเป็นยังไง” คุณแม่นางเอกสาวกล่าว
อนึ่ง ฐิติฉัตร ฮันเก้ ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมจาก นิพิธ ฮันเก้ และเคยคบหากับ ”พิงค์กี้” สาวิกา ไชยเดช นางเอกชื่อดังทางช่อง 7 สี และเคยเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการ ”เฟิร์สคลาส บาย ปิ่นโตเถาเล็ก” มีความสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษาคือ เยอรมัน ไทย ฝรั่งเศส และอังกฤษ





