Archive for January, 2009

“เชอรี่” ปิดปาก คบหนุ่มไฮโซ เผยสนใจ อยากทำหนังสั้น

Friday, January 16th, 2009




เสริมสิน ที่มีกระแสข่าวเป็นแฟนเชอร์รี่

“เชอรี่” โต้อยากทำหนังสั้นตามรอย “ป๊อบ” บอกเป็นความชอบส่วนตัว รับตื่นเต้นที่ละครกำลังจะลงจอ ปิดปากเงียบไม่ขอพูดเรื่องแฟน บอกยังไม่ขอเปิดตัว

หายหน้าหายตาไประยะหนึ่งทีเดียวสำหรับนางเอกสาววิกพระราม 4 แต่ล่าสุด กำลังจะมีผลงานละครออกมาให้ได้ชมกันกับเรื่อง “แม่ค้าขนมหวาน” ควบกับหนังเรื่อง “ความสุขของกะทิ” สำหรับนางเอกสาว “เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขขะ” บอกรู้สึกตื่นเต้น เพราะเมื่อปีที่แล้วไม่มีผลงานออกมาเลย และที่เงียบหายไปนั้นเจ้าตัวบอกไปเล่นหนังสั้นให้ต่างประเทศมา

“ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้หายไปไหนค่ะ ไปเล่นหนังสั้นให้กับต่างชาติด้วย หนังทำที่ต่างชาติก็ไม่ได้ทำเองหนังสั้นไปเล่นให้เขาค่ะ ฟีดแบกก็จริงๆ ยังไม่ได้ฉายจะเป็นหนังที่ฉายช่วงเทศกาลจะเป็นแค่วงแคบๆ อยู่แต่มีข่าวดีว่าเขาจะขยายเป็นหนังขนาดยาว ตอนนี้ตื่นเต้นละครจะลงจอแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะปีที่แล้วไม่มีผลงานของตัวเองเลย ได้เรียนทำขนมได้ร่วมงานกับคนในวงการที่เรายังไม่เคยร่วมงานก็รู้สึกตื่นเต้นค่ะ”

บอกไม่ได้สนใจทำหนังสั้นตามรอย “ป๊อบ อารียา สิริโสดา” แต่เป็นความชอบส่วนตัว
“จริงๆ ก็สนใจนะคะที่อยากกำกับหนัง ก็ต้องขวนขวายหาความรู้ เพราะว่าเราไม่ได้เรียนทางด้านนี้มาโดยตรง แล้วพูดถึงถ้าเป็นงานละครเราก็ยังคลุกคลีอยู่บ้าง เบื้องหน้าเบื้องหลังมาพอสมควรได้คลุกคลีอยู่ แต่การกำกับหนังเราไม่ค่อยได้มีโอกาสเท่าไหร่ พอมีโอกาสก็อยากจะหาความรู้เหมือนกัน”

“ไม่ได้ตามรอยพี่ป๊อบค่ะ ก็ยังติดตามผลงานของพี่เขาอยู่และอันนี้มันเป็นความสนใจส่วนตัวมากกว่าที่เราอยากจะรู้ และเราจะได้ทำหรือไม่ได้ทำเราก็ยังไม่รู้”

ถามเรื่องหนังตอบได้ชัดถ้อยชัดคำ แต่พอแอบถามเรื่องเปิดตัวแฟนแล้วกับหนุ่มไฮโซ “เสริมสิน สมะลาภา” ไฮโซระดับบิ๊กในวงการอสังหาริมทรัพย์ เจ้าตัวรีบบอก ไม่ขอพูดเรื่องนี้…“ไม่เปิด ไม่เปิดค่ะ ไม่ขอพูดเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ”

แพง ขวัญข้าว ถูก เจ๊ฉอด เด้งจากดีเจ เหตุมาสาย ลาบ่อย

Thursday, January 15th, 2009


“เจ๊ฉอด” สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา เผย “แพง” ขวัญข้าว เศวตวิมล มาทำงานสายและลาบ่อย เพราะมัวแต่รับงานนอก ส่งผลให้ไม่มีรายชื่อเป็นหนึ่งในดีเจของคลื่น “89 ชิว เอฟเอ็ม” หรือชื่อเดิม 89 บานาน่า เอฟเอ็ม แจงไม่ใช่รายแรก

หลังจากที่บริษัท เอ-ไทม์ มีเดีย ได้ปรับโฉมคลื่นและเปลี่ยนชื่อจาก 89 บานาน่า มาเป็น “89 ชิว เอฟเอ็ม” เป็นการต้อนรับปีใหม่ แต่กลับไม่มีชื่อของ “แพง” ขวัญข้าว เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานด้วย เมื่อเจอ “เจ๊ฉอด” สายทิพย์ ผู้บริหารเอ-ไทม์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้คำตอบว่า

“คือช่วงที่ผ่านมา แพงเขาฮอตมาก รับงานนอกตลอด บางงานก็อยู่ในช่วงการจัดรายการ บางทีก็มาสายบ้าง ขาดงานบ้าง ก็มีสารพัด มีปัญหาหลายๆ อย่าง ในเมื่อเขาไม่พร้อมกับงานดีเจ เราเลยต้องมีการคุยกัน เป็นการคุยกันทั้งสองฝ่าย เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ไม่ได้เป็นการถอดหรือปลด เป็นเพราะแพงเขาไม่มีเวลาให้เรา ไม่เกี่ยวกับที่เขามีข่าวฉาวหรอก เพราะโดยปกติเราจะไม่ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขา ดีเจคนอื่นก็มีข่าวฉาวหลายคนเหมือนกัน” เจ๊ฉอด แจกแจง

นอกจากนี้ เจ้าแม่คลื่นวิทยุ ยังได้กล่าวต่อด้วยว่า “แพง” ขวัญข้าว ไม่ใช่คนแรกที่เกิดปัญหา ก่อนหน้านี้ก็มีคนอื่นๆ เช่นกัน

“ไม่รู้เป็นอะไรดีเจคลื่นของเราจะฮอตมาก เดี๋ยวคนโน้นคนนี้เป็นข่าวตลอด บางคนก็มีมาปรึกษาว่าอยากเล่นละคร บางทีหายไปเป็นเดือนก็มี อาจเป็นเพราะเราไม่ได้เป็นคนใจร้าย มาขอเราก็ให้ แต่งานวิทยุไม่เหมือนงานอื่น นัด 8 โมง ก็ต้อง 8 โมง บางทีงานมันเสียเราก็ต้องมาคุยกัน”

ทั้งนี้ สายทิพย์ ยังบอกต่อเกี่ยวกับการกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับดีเจแพงว่า อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน

“ถ้าเกิดแพงมีเวลา แล้วจะกลับมา เราก็ยินดี ก็ต้องพูดคุยกันในโอกาสต่อไป เพราะจริงๆ แล้ว แพงไม่ได้เสียผลงาน เขายังทำหน้าที่ได้ดี แต่เขามีปัญหาเรื่องเวลาเท่านั้นเอง” ฉอด กล่าว

ส่วนเรื่องเปลี่ยนชื่อคลื่น เจ๊ฉอด กล่าวว่า เป็นเพราะได้ทำแบบสอบถามว่าหากพูดถึงหรือนึกถึงบานาน่าจะคิดถึงอะไร 50% จะคิดถึงกล้วยหอม ไม่มีใครคิดถึงรายการของเอ-ไทม์เลย วิเคราะห์กันแล้วชื่อคลื่นมีปัญหาจึงเปลี่ยน

พ่อเต๋า โต้ลั่น ชกจริงเละแล้ว เจ้าตัวสุดเครียด เก็บตัวเงียบ

Wednesday, January 14th, 2009


“เต๋า” สุดเครียดเก็บตัวเงียบ พ่อบุญธรรมขอความเป็นธรรม เผยลูกชายรู้สึกท้อแท้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันพระเอกนักบู๊สาบานไม่ได้เมาหรือต่อยโกตา เผยเป็นคดีที่กิ๊กก๊อก แต่ดังเพราะลูกเป็นดารา ขณะที่วงในแฉซ้ำ พระเอกดังหวิดวางมวยกับนักร้องในผับก่อนมาตื้บหนุ่มใหญ่ลำปาง จิตแพทย์แนะ “เต๋า” เลิกเหล้า ชี้ดื่มเมามีผลต่อสมองเปลี่ยนพฤติกรรมกลายเป็นคนก้าวร้าว

ยังคงเก็บตัวเงียบสำหรับพระเอกหนุ่มชื่อดัง นายสมชาย เข็มกลัด หรือเต๋า หลังจากก่อเหตุชกต่อย นายวีระชาติ เด่นศิริกุล หรือโกตา เจ้าของร้านขายของชำ ภายในร้านบะหมี่เกี๊ยว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจได้ออกหมายเรียกให้มารายงานตัวภายใน 3 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีวี่แววของพระเอกนักบู๊จะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ล่าสุดมีเพียงพ่อบุญธรรมและแม่บุญธรรมเท่านั้นที่ออกมาให้ข่าวว่า ขณะนี้พระเอกชื่อดังท้อแท้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

พ่อบุญธรรมเผยเต๋าสุดท้อแท้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายธงชัย อินทรชูศรี พ่อบุญธรรมของนายสมชาย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงความรู้สึกของลูกชายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย และช่วงนี้ลูกชายก็ไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน ส่วนสภาพจิตใจของลูกชายตอนนี้คงไม่ดีนัก เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ข่าวดี คงจะร่าเริงสดชื่นไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นดาราทำให้มีผลกระทบอยู่แล้ว ส่วนตอนนี้ลูกชายไปเก็บตัวอยู่ที่ไหนคงไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่รู้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเกิดเรื่องนายสมชายมีความโกรธเคืองหรือรู้สึกผิดหรือไม่ นายธงชัยกล่าวว่า ไม่ได้โกรธ แต่อาจจะรู้สึกท้อว่า ทำไมเรื่องแบบนี้มาเกิดตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเรื่องลูกชายโทรศัพท์เล่าให้ฟังว่า ไม่ได้ไปต่อยนายวีระชาติ พร้อมสาบานว่าไม่ได้ต่อยจริงๆ และถ้าดูบาดแผลที่ร่างกายของนายวีระชาติจะทราบว่ามีที่ไหน

“นายคนนั้นอายุตั้ง 56 ปี แล้ว ถ้าเต๋าต่อยจริงๆ นะ หน้าตาเละไปหมดแล้ว จำคดีที่แล้วได้ไหม ที่มีเรื่องที่แยกสนามบิน อันนั้นต่อยจริง หน้าตาเละแบบนั้น แล้วนี่อายุ 56 ปี แล้วไม่มีบาดแผลเลยสักนิดหนึ่ง” นายธงชัย กล่าว

เผยในสายตาเป็นแค่คดีกิ๊กก๊อก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ถ้าไม่เป็นเรื่องจริงจะเอาเรื่องกลับไหม นายธงชัยกล่าวว่า ลูกชายไม่อยากมีเรื่อง ถ้าเงียบได้ก็อยากให้เงียบ แต่ถ้าตำรวจเรียกก็คงต้องไปอยู่แล้ว ส่วนทนายของลูกชายตอนนี้ยังอยู่ระหว่างเดินทางจากกรุงเทพฯ คาดว่าจะมาถึงในช่วงเย็น คงจะได้มาพูดคุยหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป

“ในสายตาของเรามันเป็นคดีกิ๊กก๊อกมาก แต่บังเอิญมาเกิดกับเจ้าเต๋าที่เป็นดารา ผู้เสียหายไม่มีบาดแผลอะไรเลย มีรอยที่ล้มไปนิดหนึ่งที่แขน ถ้าต่อยจริงใครจะไปต่อยที่แขนตั้ง 3-4 หมัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเต๋าที่พ่อเจอคืนนั้นยังมีบาดแผลด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ไปหาหมอ เพราะเห็นว่ามันเล็กน้อยและเห็นว่าเรื่องมันก็คงจะจบ” นายธงชัย กล่าว

วอนให้ความเป็นธรรมลูกชาย

นายธงชัย กล่าวต่อว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ที่อยู่ๆ จะเข้าไปต่อยคนโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งลูกชายเป็นคนดัง โดยคนนั้นอาจจะเมาเหมือนกัน และคงจะพูดแซวกัน ส่วนวันเกิดเหตุลูกชายไม่ได้ดื่มเหล้า เพราะต้องไม่ลืมว่าจังหวัดลำปาง ในวันนั้นมีเลือกตั้งซ่อม ห้ามขายเหล้า ส่วนลูกชายเป็นคนเสียงดังมาแต่ไหนแต่ไร คนไม่รู้จักอาจไม่เข้าใจ ข่าวที่ออกมาว่ากันไปเรื่อย แต่ถ้าพิจารณากันด้วยเหตุผล และใช้วิจารณญาณให้ดี ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปต่อยนายวีระชาติ 3-4 หมัด แล้วไปยกมือไหว้ขอโทษ พอไม่รับไหว้ก็ไปต่อยอีก 3-4 หมัด เป็นเรื่องไร้สาระ

“เรื่องที่มีการกอดรัดกันแล้วล้มไปด้วยกันทั้งคู่จนได้รับบาดเจ็บจากการหกล้มคงจะมี ตอนนี้เต๋าคงไม่พูด หากมันจบได้ด้วยดีเขาคงอยากจะจบ คงไม่มีใครอยากจะมีเรื่องแบบนี้ เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับสื่อด้วยว่าจะให้ความเป็นธรรมได้มากน้อยแค่ไหน” นายธงชัย กล่าว

แฉ”เต๋า”หวิดวางมวยนักดนตรี

เกี่ยวกับเหตุการณ์นักร้องชื่อดังชกต่อยนายวีระชาติเมื่อวันที่ 5 มกราคมนั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในคืนเกิดเหตุก่อนที่นายสมชายจะทำร้ายร่างกายนายวีระชาติ ปรากฏว่านายสมชายกับแฟนสาวและเพื่อน ได้ไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งชื่อ ซิมเปิล (Simple) ย่านตลาดอัศวิน ถนนท่าคราวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หลังดื่มจนเมาได้ทีก็ขึ้นไปบนเวทีเพื่อขอไมค์จากนักร้องมาร้องเพลง แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้นายสมชายเกือบจะมีเรื่องกับนักร้อง และนักดนตรีของผับ แฟนสาวและเพื่อนๆ ต้องดึงตัวลงจากเวทีก่อนเรื่องราวจะลุกลาม จากนั้นได้เช็กบิลออกจากผับทันที และย้ายมานั่งต่อที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหน้าปางทิพย์อพาร์ตเมนต์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านบะหมี่ที่นายสมชายนั่งรับประทานกับแฟนสาว ก่อนจะก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายวีระชาติได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

นายหนึ่ง พนักงานในผับ “ซิมเปิล” เล่าว่า หลังจากนายสมชายพร้อมแฟนสาวและกลุ่มเพื่อนเข้าไปในผับ ยังไม่ทันได้นั่งโต๊ะนายสมชายก็เดินไปที่ข้างเวที เพื่อขอขึ้นร้องเพลงบนเวที โดยยืนคุยกับนักดนตรีอยู่พักใหญ่ จากนั้นได้ขึ้นร้องเพลง “ใจนักเลง” และต่อด้วยเพลงของอัสนี-วสันต์ หลังจบเพลงนายสมชายไม่ยอมลงเวที ยังต้องการจะร้องเพลงต่อ ซึ่งนักดนตรีก็ไม่ขัดใจ แต่ขณะร้องเพลงที่ 3 ปรากฏว่าแขกที่มาเที่ยวเริ่มเบื่อ เพราะอยากฟังเพลงตามที่ชอบ จึงพากันโห่ นายสมชายจึงยอมลงเวที ทั้งๆ ที่ยังร้องเพลงไม่จบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนายสมชายเดินลงจากเวที นักร้องบนเวทีได้กล่าวขอบคุณที่ขึ้นร่วมร้องเพลง แต่อาจจะเมาไปหน่อย เมื่อนายสมชายได้ยินจึงเกิดความไม่พอใจ และพยายามเข้าไปเคลียร์กับนักร้อง แต่ถูกห้ามปรามเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นแฟนสาวกับเพื่อนจึงรีบพานายสมชายออกจากผับไป ก่อนจะไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายวีระชาติจนกลายเป็นข่าวโด่งดังดังกล่าว

ตำรวจเรียกพยานสอบหลายปาก

ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้น วันเดียวกัน พ.ต.ท.โสภณ ผลกันทา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองลำปาง กล่าวว่า หลังจากออกหมายเรียกนายสมชาย เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากญาติคนใกล้ชิดเพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีละเว้น ถึงแม้จะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ตาม เนื่องเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ และอยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วประเทศ การดำเนินงานทั้งของพนักงานสอบสวนและตำรวจทุกฝ่ายจะไม่มีสิ่งใดมากดดันในการทำงานทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน ร.ต.ต.วรเทพ คำดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้เรียกตัว นายดนัย ตื้อตัน อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร “ยินดี” ถนนพหลโยธิน ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ซึ่งตั้งอยู่กับเยื้องร้านบะหมี่เกี๊ยวที่นายสมชายก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายวีระชาติ โดยใช้เวลาสอบปากคำเกือบ 4 ชั่วโมง เนื่องจากมีการระบุว่า นายดนัยเป็นเพื่อนสนิทที่ชวนนายสมชายมาเที่ยวที่ลำปาง

นายดนัย ให้การว่า เป็นหุ้นส่วนร้านอาหารยินดี และมีหุ้นส่วนหลายคน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เพื่อนสนิทของนายสมชาย และไม่ได้เป็นคนชวนมาเที่ยวที่จังหวัดลำปาง และที่สำคัญก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โดยวันเกิดเหตุเห็นนายสมชายมาพร้อมแฟนสาวมีอาการมึนเมาสุรา และมานั่งกับกลุ่มเพื่อนประมาณ 5-6 คน แต่ขณะนั้นทางร้านไม่ได้ขายเครื่องดื่มทุกชนิดให้ เนื่องจากเป็นวันเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า และงดจำหน่ายเครี่องดื่มของมึนเมาทุกชนิด นายสมชายพร้อมแฟนสาวและเพื่อนๆ จึงออกจากร้านไป และไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกัน กระทั่งพนักงานสอบสวนให้มาพบและให้ปากคำดังกล่าว

จิตแพทย์เตือนให้เต๋าเลิกดื่ม

วันเดียวกัน พญ.กิตติวรรณ เทียมแก้ว จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับพฤติกรรมผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทจะมีผลต่อสมอง โดยเฉพาะการกดความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีที่ ทำให้การควบคุมตัวเองได้ในช่วงเวลาปกติหมดไป ดังนั้นผู้ที่อยู่ในอาการเมามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลายรูปแบบ ทั้งพูดมากขึ้น นอนหลับ หลงลืม รวมถึงพฤติกรรมก้าวร้าว เหมือนกรณีของนายสมชาย เข็มกลัด นักแสดงชื่อดังที่กำลังตกเป็นข่าวทำร้ายร่างกายอยู่ในขณะนี้ รวมถึงคดีเก่าก็มีสาเหตุมาจากอาการเมาสุรา

พญ.กิตติวรรณ กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องปกติมนุษย์จะมีความเครียดจากปัจจัยที่แตกต่างกัน แต่ปกติแล้วส่วนใหญ่จะควบคุมและเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้ในใจ แต่บางคนหากอยู่ในอาการเมาสุราแล้ว กำแพงกั้นความรู้สึกก็จะถูกทลายออกไป ทำให้หลากหลายความรู้สึกพรั่งพรูออกมา จนส่งผลต่อพฤติกรรมโดยที่บุคคลนั้นไม่รู้ตัว ในฐานะที่ทำงานให้คำแนะนำแก่ผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอแนะนำให้นายสมชายเลิก หรืองดดื่มสุราให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันเรื่องราวที่จะตามมาภายหลัง แต่หากทำไม่ได้ บุคคลใกล้ชิดต้องคอยดูแล โดยเฉพาะเวลาเมา

‘อั้ม’ เกทับ ‘คู่รักโอที’ ฉุนคบ ‘พิงกี้’ โดนว่า ‘พาร์ทไทม์

Wednesday, January 14th, 2009

เป็นดารา 1 ใน 10 ที่ถูกสมาคมนักข่าวบันเทิงมอบฉายให้ว่า “คู่รักพาร์ทไทม์” โดยเชื่อว่าการคบหากันระหว่างพระนางต่างวิก อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ กับ พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช เป็นแค่การจับคู่สร้างข่าว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในการรับจ๊อบเท่านั้น อยากรู้เหมือนกันว่า อั้ม ได้ยินฉายานี้แล้วรู้สึกอย่างไร? ก็เลยต่อสายถามซะเลย “แรกๆผมรู้สึกงงๆ มันคืออะไรไม่เข้าใจ บอกผมเป็นคู่รักพาร์ทไทม์ ผมน่ะฟูลไทม์ ทำโอทีอีกต่างหาก ที่งงๆก็ตรงที่ผมกับน้องออกงานด้วยกันถ้าไปเช็กดูจริงๆมีน้อยมากกว่านะ ทุกอย่างที่ถูกถาม ผมก็จะตอบเท่าที่บอกได้จะชัดเจนทุกครั้ง ความรู้สึกของคนจะคบกันรักกันหรือไม่รักกัน ผมไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวเหล่านั้นมาล้อเล่น ที่ผมบอกทุกครั้งหรือตอบคำถามเพราะเราทำงานตรงนี้ แต่จะตอบเท่าที่บอกได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย”

เรื่องกระแสว่าคบกันเพื่ออัพค่าตัวล่ะ? อั้ม ถึงกับหัวเราะหึๆ “คิดได้ยังไง ปกติเวลาทำงานแต่ละคนจะมีเรตค่าตัวอยู่แล้ว แล้วงานที่ออกคู่กันน้อยมากนะ” เจอฉายาแบบนี้กี้โกรธมั้ย? “น้องเค้าไม่ได้โกรธอะไร ส่วนผมๆบอกผมเคารพสิทธิคนอื่นคิดยังไง เรื่องส่วนตัว เรื่องงานผมจะแยกแยะ ถูกมองพาร์ทไทม์ คบเพราะสร้างกระแสกลบเกย์ ซึ่งเรื่องนี้ผมท้าและบอกไม่รู้กี่รอบ ถ้ามีหลักฐานช่วยเอามายืนยันก็ไม่มีใครเอามายืนยัน อย่างนั้นก็ไม่แฟร์กับผมเหมือนกัน” เจออย่างนี้ครั้งจะรับงานคู่กันน้อยลงมั้ย? “ปกติไม่ค่อยรับด้วยกันเพราะคิวน้องเองก็ไม่ว่าง ผมก็งาน 7 วันเหมือนกัน คิวไม่ค่อยตรงกันไม่เคยคิดคบกันเพื่องานแน่ๆ” เห็นว่าตอนปีใหม่ ยังบินตามไปเที่ยวกับพิงกี้ที่ภูเก็ตอีก “ผมทำงานอยู่กรุงเทพฯ จน 1 ม.ค. มีเวลาว่าง 2 วัน เลยบินไปสมทบ ยังงี้ยังมองว่าคบแบบพาร์มไทม์ผมจะทำไปเพื่ออะไร แค่งงๆ ตลกๆ กลายเป็นพาร์ทไทม์ไป ผมฟูลไทม์ โอเวอร์ไทม์ด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ผมพยายามรับผิดชอบการกระทำ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวทุกอย่างถ้ามองดีๆคนอื่นรับงานเยอะกว่าอีก”.

ลือหึ่ง! ”เจมส์” เตรียมชิ่ง ”มีฟ้า”

Tuesday, January 13th, 2009

ลือหึ่ง! ผู้บริหารหนุ่ม ”เจมส์-เรืองศักดิ์” เตรียมชิ่ง ”มีฟ้า” มีโครงการตั้งค่ายเล็กๆ เป็นของตัวเอง กับหวานใจสาว ”เอ๊ะ-ศศิกานต์” ด้านสาวเอ๊ะพอทราบข่าวปุ๊บถึงกับงง รีบแก้ข่าวให้แฟนหนุ่มว่าไม่เป็นความจริงแน่นอน

เพราะช่วงหลังดูจะเงียบๆ ไป สำหรับผู้บริหารหนุ่มโรงเรียนดนตรีมีฟ้า อย่าง ”เจมส์” เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ แถมยังมีข่าวลือออกมาหนาหูว่าหนุ่มเจมส์เตรียมชิ่ง ”มีฟ้า” เพื่อไปตั้งค่ายเพลงเล็กๆ เป็นของตัวเอง โดยแหล่งข่าวรายงานว่าหนุ่มเจมส์ฝันอยากมีค่ายเพลงเป็นของตัวเองมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสเลยอยากสานฝันของตัวเองขอแยกตัวออกมาตั้งค่ายเองซะเลย เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอหวานใจสาว อย่าง ”เอ๊ะ” ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์ เลยรีบดึงตัวมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทันที เกี่ยวกับเรื่องนี้สาวเอ๊ะยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าไม่เป็นความจริงแน่นอน

”ไม่มีเลยค่ะ ด้วยความที่เราเคยทำงานเบื้องหลัง รู้ดีว่าธุรกิจเพลงตอนนี้เป็นยังไง มันยากมากที่จะทำเอง ขนาดบริษัทใหญ่ๆ ยังเหนื่อยเลย มันเป็นยุคที่มีเทปผี ซีดีเถื่อนเยอะมากๆ และเจมส์เค้าก็ไม่เคยคิดว่าจะออกไปทำเองเลย เพราะแค่นี้ก็ปวดหัวกับเทปผีซีดีเถื่อนจะแย่อยู่แล้ว”

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่าแล้วมีข่าวแบบนี้หลุดมาได้อย่างไร เกี่ยวกับเรื่องนี้สาวเอ๊ะบอกว่าตนไม่รู้ว่าข่าวออกมาได้อย่างไร แต่ถ้าใครไม่เชื่อก็ตามไปดูได้ที่ ”มีฟ้า” เพราะเจมส์ยังทำงานอยู่ที่นั่นทุกวัน

”อันนี้เอ๊ะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวมาจากไหน แต่จริงๆ ก็มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ตลอดเวลา ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย ยังทำงานอยู่ทุกวัน ถ้าไม่เชื่อสามารถไปเจอได้ที่มีฟ้าค่ะ” เอ๊ะกล่าว

”นาเดีย” รับ เคยคิดฉีดสีผิว

Monday, January 12th, 2009

”นาเดีย นิมิตรวานิช” เผยเคยคิดฉีดสีผิว เพื่อปรับเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น ตามกระแสฟีเวอร์ที่เหล่าบรรดาดารา-นางแบบ กำลังนิยมกันอยู่ในขณะนี้ แต่ล่าสุดเจ้าตัวต้องเปลี่ยนใจหันพึ่งวิธีธรรมชาติเหมือนเดิม

กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย สำหรับการฉีดสีผิวเพื่อปรับเซลล์ผิวที่คล้ำให้ขาวขึ้น ซึ่งในหมู่ศิลปิน-ดารา-นางแบบ ที่ต้องให้รูปร่างหน้าตาและผิวพรรณในการประกอบอาชีพ ก็ต้องรักษาดูแลกันเป็นธรรมดา โดยหนึ่งในนั้นก็มีดาราสาวมากความสามารถอย่าง ”นาเดีย นิมิตรวานิช” ที่เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากลองฉีดสีผิวกับเค้าเหมือนกัน แต่พอเธอลองศึกษาข้อมูลอยู่นาน ก็ต้องเปลี่ยนใจหันไปพึ่งวิธีธรรมชาติเหมือนเดิม

”สำหรับเดียเคยมีความคิดนะคะอยากจะฉีดผิว เพราะว่าคำโฆษณาเค้าบอกว่าเวลาเดินมาแล้วจะมีเหมือนรังสีออราจะขาวเด่นมาแต่ไกลอะไรประมาณนี้ ซึ่งคำโฆษณามันดูน่าชวนเชื่ออยู่เหมือนกันนะ แต่เท่าที่ตอนนี้มีข่าวออกมาว่ามีคนตายเพราะการฉีดสีผิวก็เริ่มหวั่นๆ แล้วค่ะ แต่จริงๆ เดียได้ปรึกษาคุณหอมว่าถ้าฉีดอะไรเข้าเส้นมันจะมีโอกาสช็อกทั้งนั้นแหละ แต่หลายคนที่ฉีดก็ไม่เป็นไร แต่ถามว่าเดียเอามั้ย ไม่เอาค่ะ จริงๆ แล้วเดียว่าเรากลับไปใช้เฮลตี้ไลฟ์ดีกว่า อยู่บ้านเนี่ยโยเกิร์ต ถ้วยถูกๆ ถ้วยละ 10 กว่าบาทเนี่ยแหละค่ะทาผิวทิ้งไว้เลยนะ แล้วอย่างพวกน้ำมันมะกอกเนี่ยก็หมักทิ้งไว้เลย อีกอย่างราคาไม่ถึงร้อย หรืออาจจะขัดผิวด้วยมะขาม บางทีผสมขมิ้นชัน สมุนไพรบ้านเราเยอะแยะ แค่นี้ก็ช่วยได้ ไม่ต้องไปเสียเงินแถมยังเสี่ยงอีกต่างหาก” นาเดีย กล่าว

วิว สนิท สน แต่ไม่ใช่แฟน รับรู้จักหนุ่มชื่อ ที แบบพี่ชาย

Monday, January 12th, 2009

ดูท่าจะเจอกระแสข่าวรักโปรโมทละคร “แก้วล้อมเพชร” ซะแล้ว เพราะล่าสุดนางเอกสาว “วิว-วรรณรถ” ตกเป็นข่าวกับพระเอก “สน - ยุกต์ ส่งไพศาล” นอกจากนี้ยังมีภาพหลุดกับเพื่อนชายที่ชื่อ “ที” อีกต่างหาก แหม!มีข่าวกับหนุ่ม ๆ พร้อมกันถึง 2 คนแบบนี้ ไปฟังน้องวิวชี้แจงกันเลยดีกว่า วิว เผยว่า

วิว : กระแสตอบรับดีมาก ไปไหนมาไหนมีคนเข้ามาทักตลอดว่า น้ำเพชรอย่างนั้นอย่างนี้ บางคนก็บอกว่าทำไมไม่สู้แก้วเก้าบ้าง แล้วเขาก็บอกว่าในทีวีดูอ้วนนะ เราก็บอกเขาไปว่าตอนแรก ๆ ยังอ้วนอยู่ แต่ตอนนี้น้ำหนักลดลงแล้ว เพราะช่วงแรก ๆ ที่เปิดกล้องน้ำหนักประมาณ 52-53 ก.ก. แล้วทีมงามก็บอกว่าออกกล้องแล้วอ้วนมาก หลักฐานมันฟ้อง ก็เลยเริ่มลดลงมาตอนนี้เหลือประมาณ 47 ก.ก. แต่ก็ไม่ค่อยพอใจน้ำหนักตรงนี้เท่าไหร่ เวลาออกกล้องยังต้องใช้มุมเอียงอยู่ แล้วก็หาเสื้อผ้าใส่ยากด้วย ก็อยากจะลดอีกสัก 3 ก.ก.

น้ำหนักลดเยอะแบบนี้มีวูบบ้างมั้ย?

วิว : ไม่วูบ คือเราเปลี่ยนจากกินขนมมาทานผลไม้แทน เลยทำให้ไม่วูบอะไร แล้วก็พยายามออกกำลังกายเยอะขึ้น เช่น วันไหนถ้าไม่ต้องไปกองถ่ายเช้าก็จะตื่นมาวิ่งแต่เช้า

ถามถึงฉากเลิฟซีนบ้าง เพราะในละครมีเยอะเหมือนกัน?

วิว : ก็เซฟเยอะนะ ก่อนเข้าฉากทั้งสนและวิวจะซีเรียสมาก เราก็จะถามทีมงานก็ต้องการแค่ไหน ถ้าตรงไหนเรารู้สึกว่าเยอะก็จะขอใช้มุมกล้อง เพราะเราก็กำลังเรียนอยู่ แล้วอีกอย่างคนดูก็คงเข้าใจ ภาพที่ออกมาก็สื่อให้เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าคนกำลังทำอะไรกัน วิวก็จะบอกทีมงานว่าให้ถ่ายเฉียดยังไงก็ได้ ยอมถ่ายหลายครั้งหน่อย

อินเลิฟนอกจอ?

วิว : ไม่ใช่แล้ว เรารู้จักตั้งแต่อยู่ ม.2 เลยสนิท ก็เหมือนพูดภาษาเดียวกันเข้าใจกันง่าย อีกอย่างวิวก็สนิทกับน้องสาวของ สน-ยุกต์ ส่งไพศาล แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาไปเรียนเมืองนอกเลยห่าง ๆ กันไป

เขามีท่าทีมาจีบบ้างมั้ย?

วิว : เมื่อตอนเด็ก ๆ เจอกันเขาก็รู้สึกว่าเออ!น่ารักดี พอโตขึ้นมาก็คุยกันว่าให้ทำงานเป็นเพื่อนกันไป เพราะในวงการต้องเจอคนเยอะอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้เรียกว่าดู ๆ กันอยู่ ไม่ได้คุยอะไรเป็นพิเศษ นอกจากจะปรึกษาเรื่องงาน

ล่าสุดมีข่าวว่าวิวมีแฟนอยู่แล้วชื่อ “ที” ?

วิว : ทีเป็นพี่ที่สนิท สนิทมากเหมือนเป็นลูกชายคนโตของแม่ รู้จักกันเพราะตอนแรก ๆ ที่เริ่มเข้าวงการก็ถ่ายแบบด้วยกัน เขาก็สนิทกับแม่ ถามว่ากลัวคนเข้าใจผิดมั้ย คือตอนนี้เป็นพี่น้อง เพราะเรายังเด็ก ไปเที่ยวไหนก็ไปด้วยกันตลอด แต่จะมีแม่ไปด้วย แต่ก็ไม่กลัวคนเข้าใจผิดนะ อย่างน้อยถ้าเป็นข่าวก็เป็นข่าวกับพี่ดีกว่า ตอนนี้วิวไม่คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะยังเด็กอยู่เลย