Archive for May, 2009

“โอ๋” แต่งทายาทร้านทองแล้ว ฝ่ายชายทุ่มสินสอด ไม่อั้น

Sunday, May 31st, 2009




















“โอ๋” ชื่นมื่น สละโสดกับทายาทร้านทอง เจ้าตัวตื่นเต้นจนน้ำตาไหล เปิดใจ รักที่ฝ่ายชายเป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่สำคัญเข้ากับครอบครัวได้ดี ด้านเจ้าบ่าวฟุ้ง อยู่กับสาวโอ๋แล้วมีความสุข สัญญาจะดูแลกันไปตลอดชีวิต พร้อมเผยเตรียมจดทะเบียนหลังแต่งงาน อุบค่าสินสอด บอกเพียงว่ามีทั้งเงินสด ชุดเครื่องเพชร และทองคำแท่ง

จูงมือแฟนหนุ่มทายาทร้านทอง “เฟี๊ยต มธุกร พสวงศ์” เข้าพิธีแต่งงานไปแล้วเรียบร้อย สำหรับดาราสาว “โอ๋ ภัคจีรา วรรณสุทธิ์” โดยพิธีหมั้นและยกน้ำชาได้มีขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ที่โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล มีญาติสนิท รวมถึงเพื่อนฝูงในวงการบันเทิงมาร่วมเป็นสักขีพยานหนาตา ช่วงค่ำเป็นงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ซึ่งบรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยอบอุ่น บ่าว-สาววางคอนเซ็ปต์ให้เรียบง่าย เพราะอยากให้แขกที่มาร่วมงานรู้สึกสบายๆ และประทับใจ

ส่วนแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน นอกจากครอบครัว ญาติสนิทของทั้งสองฝ่ายแล้ว เพื่อนพ้องในวงการบันเทิงก็ทยอยมาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง อาทิ หนุ่ม กรรชัย ที่ควงแฟนสาว เมย์ เฟื่องอารมณ์ มาดูงานล่วงหน้า สาวโสดหมาดๆ แหม่ม วิชุดา พินดั้ม นักร้องโจ นูโว คนนี้ก็มากับแฟนสาวนอกวงการ นอกจากนี้ยังมีสาว น้ำฝน กุลณัฐ ปรียาวัฒน์, แหม่ม สุริวิภา, ดุ๊ก ภานุเดช, เมจิ อโณมา กับสามี แมน ศุภกิจ,กีต้าร์ ศิริพิชญ์ ควงสามี เตอร์ ปริยะ รวมไปถึงครอบครัวของหนุ่ม เปรม บุษราคัมวงศ์ ก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตา

ซึ่งก่อนที่พิธีการจะเริ่มขึ้นในช่วง 18.00 น. คู่บ่าว-สาวก็ได้จูงมือกันออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน ถึงความรู้สึกวันเริ่มต้นครอบครัวด้วยใบหน้าชื่นมื่นว่า….

โอ๋ : “พิธีตอนเช้าตื่นเต้นมากค่ะ ก็ถ้าใครไม่ได้แต่งงาน ก็คงไม่รู้ว่ามันตื่นเต้นเนอะ เพราะว่าตอนแรกคิดอยู่เหมือนกัน ว่าแบบไม่ตื่นเต้น แต่พอสุดท้ายพอ แม่พูดเท่านั้นแหละ ตอนสวมไม่ตื่นเต้น แต่ตอนที่เดินลงมา โห ตื่นเต้นมากค่ะ ตอนสวมแหวนก็ยังมีการพูดคุยกัน ตอนนั้นก็หายตื่นเต้นไปบ้างแล้ว แต่พอลงมาจากบันไดมองทางยังไม่เห็นเลย ร้องไห้เลย แม่ก็ถามว่าจะยกลูกสาวให้ไหม เขาเป็นคนดีนะ แม่ก็เลยบอกว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเงินนะ แค่อยากให้ เอาไปเลี้ยงดูอย่างดีก็พอ แม่บอกว่าให้อยู่กันนานๆ ให้ได้ผู้ชาย เพราะว่าแม่อยากได้ผู้ชาย”
เฟี๊ยต : “ผมก็บอกว่าจะดูแลกันไปนานๆ”

ธีมงานเลี้ยงมงคลสมรสตั้งใจจัดแบบเรียบง่าย
โอ๋ : “จริงๆ งานกลางคืนอยากให้จัดแบบเรียบง่าย แต่ก็มีเพื่อนๆ ถามว่าธีมของงานเป็นอย่างไร ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดนะคะ เพราะว่าจริงๆ แล้วเราจัดเพื่อผู้ใหญ่ด้วย อยากให้อาม่ามากันอย่างสบายๆ เขาจะได้ไม่เกร็ง เลยไม่มีอะไรที่เป็นไฮไลท์อะไรสักเท่าไหร่ แต่ว่าตอนนี้ คืองานตอนเช้าก็เป็นไปได้ด้วยดีค่ะ และก็หวังว่างานกลางคืนก็คงจะผ่านไปด้วยดีเหมือนกัน”
เฟี๊ยต : “เชิญแขกก็น่าจะเป็นพันคนได้ครับ”

ส่วนช่อดอกไม้ที่นำมาโยนมีทองซ่อนไว้ด้วย
โอ๋ : “กะว่าจะโยนกันให้ขำๆ”
เฟี๊ยต : “ก็ยังไม่รู้ครับ แต่คงมีมั้ง เพราะคุณแม่เตรียมอยู่”

ด้านเจ้าสาวเล่าบรรยากาศวันถูกขอแต่งงาน ว่า ไม่ได้มีอะไรหวือหวา เพราะมีการคุยเรื่องแต่งงานมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว
โอ๋ : “วันขอแต่งงาน เขาก็ไม่ไดพูดอะไรคือจริงๆ แล้ว เคยให้สัมภาษณ์ไป ว่าคุยกันไว้อยู่แล้ว ก็คุยกันมาเรื่อยๆ ถ้าแต่งงานแล้วจะเป็นอย่างไง คนอื่นก็แต่งกันไปแล้ว พอหลังๆ เขาก็บอกกับเพื่อนๆ ว่าจะแต่งแล้วนะปีหน้า ก็คือปีนี้ แล้วพอถึงเวลาที่แต่งจริงๆ ปุ๊บ เราก็ถามว่าจะแต่งจริงๆ เหรอ เราก็ไม่แน่ใจ เขาก็บอกว่าแต่งๆ ก็เลยแต่งไปเลย ยังไม่ได้บอกแม่เลย เขาก็เลยโทร.ไปบอกแม่ว่าจะแต่งแล้ว เราก็เลยพากันไปดูฤกษ์ ก็เลยได้วันนี้พอดี ก็เลยตกลงแต่งกันโดยที่ยังไม่มีอะไรมาขอเลย”

เผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจแต่งงาน เพราะอายุอานามถึงเวลาที่จะต้องมีครอบครัวได้แล้ว ที่สำคัญอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข
เฟี๊ยต : “ก็ด้วยอายุด้วยครับ ผม 36 แล้วคือก็ถึงเวลาแล้ว คิดมานานแล้วเหมือนกัน ประมาณ 2 ปี อยู่กับเขาแล้วผมมีความสุข เขาไม่เครียดครับ”
โอ๋ : “ก็เหมือนกันค่ะ อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข ก็เข้าใจกัน พูดกันรู้เรื่องบางทีเป็นเรื่องที่ยอมเราได้ เขาก็จะยอม ขอโทษกัน ไม่ได้แข็งกันทั้งคู่ บางเรื่องที่เขายอมเรา เขามีจิตใจที่ดีเป็นคนที่ดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ค่ะ แค่นี้ก็ชนะใจแล้ว แล้วเขาก็เข้าใจครอบครัวเราด้วย อะไรก็ยอม ขนาดบอกว่าไม่อยากให้สัมภาษณ์สื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมให้สัมภาษณ์ เขาขี้อาย”

ไม่มีสัญญารักอะไรต่อกัน แต่หวังอยากอยู่ด้วยกันตลอดไปจนแก่เฒ่า
โอ๋ : “ก็ไม่มีอะไรค่ะ ก็แค่อยากเดินไปไหนมาไหนด้วยกันตอนแก่ จับมือเดินไปด้วยกัน อยากดูแลกันไปอย่างนี้ตลอดไป อยากมีความสุขแบบวันนี้ อีก 5 ปี ก็ยังอยากมีงานอย่างนี้อีก อยู่กันแบบสบายๆ ไปเรื่อยๆ”
เฟี๊ยต : “เราก็อยากอยู่กันไปอย่างนี้ ดูแลไปเรื่อยๆ อย่างนี้ มีลูกสักสองคน ไปไหนมาไหนก็ไปเที่ยวด้วยกัน 4 คน”

แต่พอแย็บถามว่ากลัวภรรยาหรือเปล่า? เจ้าบ่าวบอกว่า….
เฟี๊ยต : “ผมไม่เจ้าชู้อยู่แล้ว ผมไม่กลัวครับ”
โอ๋ : “เป็นคนดีมาก”

หลังแต่งงานถึงจะไปจดทะเบียนสมรส เปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามี แต่ยังใช้นางสาวเหมือนเดิม
โอ๋ : “(หัวเราะ) ใช้นางสาวค่ะ ใช้กฎหมายใหม่ กฎหมายใหม่มี เราก็ใช้กฎหมายใหม่คะ แต่ใช้นามสกุลเจ้าบ่าว”
เฟี๊ยต : “ใช้ครับ ให้ใช้ก็ใช้ครับ แต่ว่าใช้นามสกุลผมได้คนเดียวนะ”

ไม่เปิดเผยจำนวนสินสอดว่าเจ้าบ่าวทุ่มไปเท่าไหร่ แต่เผยว่ามีทั้งเงินสด ทองคำแท่ง และชุดเครื่องเพชร
โอ๋ : “แหวนเพชร 4 กะรัตกว่าค่ะ ทีแรกเขาจะเลือกที่เล็กกว่านี้ แต่ว่ามีเม็ดนี้แล้วสวยพอดี ก็เลยไปซื้อมาค่ะ เรื่องสินสอดแทบจะลืมไปเลยเรื่องสินสอดไม่ได้ดูเลยว่า คือเปิดแค่พอเป็นพิธี แต่โอ๋ยังไม่ได้ส่องเลยว่ามีอะไรบ้าง (บอกได้มั้ยว่าเงินสดเท่าไหร่?) ไม่บอก (โอ๋หัวเราะ)”
เฟี๊ยต : “เงินจำไม่ได้เหมือนกัน แต่สินสอดก็มีแหวน มีทองแท่งจำนวนนึง แล้วก็เงินสด และก็สร้อย พร้อมชุดเครื่องเพชร เป็นเครื่องเพชรที่ซื้อมาครับ ไม่ใช่ของมรดก ราคาไม่สูงมากครับ แต่เห็นว่าสวยดี”
โอ๋ : “ทองแท่งประมาณ 200 บาท เงินสดไม่ทราบแค่วางให้สวยงามแค่นั้นเอง นอกจากทองก็มีชุดทองค่ะ มีสร้อยกำไล ตุ้มหู โดยรวมประมาณ 5 บาท ส่วนชุดเครื่องเพชรเดี๋ยวใส่วันนี้ค่ะ”

ปลายปีเตรียมบินไปฮันนีมูนที่อิตาลี แต่เรื่องทายาทอยากมีสักปีหน้า
โอ๋ : “อยากไปอิตาลี แต่ว่ารอก่อนนะคะ อาจจะสิ้นปี เพราะจบจากนี้ก็ต้องทำงานเลย เพราะว่าอาทิตย์หนึ่ง โอ๋ก็มีงาน พี่เฟี๊ยตก็ต้องกลับไปสะสางงาน ส่วนเรื่องลูกจริงๆ ก็อยากมีสักคือถ้าเป็นไปได้ ปีหน้ามีก็ดี(หัวเราะ) เพราะเดี๋ยวนี้คนก็มียากๆ ถ้าปีหน้ามีเลยก็ดีค่ะ ถ้ามีผู้ชายก่อนก็ดีนะ เห็นวันนี้มาก็มีคนอวยพรว่าให้ได้ลูกผู้ชาย ถ้าได้ลูกชายก่อนก็คงดี เพราะว่าเรามีหลานสาวแล้วค่ะ”

ด้านเจ้าบ่าวบอกว่าทำงานในวงการต่อก็ได้ แต่ถ้ามีลูกแล้วก้อยากให้รับงานน้อยลง
เฟี๊ยต : “ก็ให้เขาอยู่เหมือนเดิมนะครับ แต่ว่าถ้ามีลูกก็อยากให้เล่นละครให้มันน้อยลง”

“การ์ตูน” เลิก “โดม” เพราะไม่อยาก ให้เดือดร้อน

Saturday, May 30th, 2009


“การ์ตูน” เสียใจเลิก “โดม” เผยสาเหตุ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเดือนร้อน ต้องคอยตอบคำถามแทน แต่ปัด ไม่รู้เรื่องแม่โดมซีเรียสเรื่องข่าวเป็นเมียน้อย เรื่องผิดศีลธรรม แย้ง เท่าที่รู้จักเป็นผู้ใหญ่น่ารัก และดีกับตนมาก ทำใจ ไม่สามารถทำให้ใครเข้าใจได้ทั้งหมด คงต้องให้เวลาพิสูจน์ ซึ้งใจเพื่อนสาว “เชียร์” ไม่ทอดทิ้ง แถมยังคอยปกป้อง บอก ถ้าเชียร์มีปัญหาก็พร้อมปกป้องด้วยชีวิตเช่นกัน

หลังจากที่หนุ่ม “โดม ปกรณ์ ลัม” ออกมาประกาศยุติความสัมพันธ์ กับสาว “การ์ตูน อินทิรา เกตุวรสุนทร” ไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่าสาเหตุไม่เกี่ยวกับเรื่องอดีตของฝ่ายหญิง หากแต่เป็นเพราะแคร์แม่ ที่เป็นคนธรรมมะธรรมโม และซีเรียสเรื่องศีลธรรม จึงทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เรื่องผิดศีลธรรมที่ว่า คือข่าวคราวที่บอกว่าสาวการ์ตูนเป็นเมียน้อยหรือเปล่า?

ล่าสุดหลังจากเก็บตัวอยู่นาน สาวการ์ตูนก็โผล่มาร่วมงาน “Dog Talent Contest 2009 @ Central Plaza Rama 3” พร้อมเปิดใจถึงสาเหตุการเลิกราเป็นครั้งแรก โดยยืนยัน เป็นเพราะไม่อยากทำให้หนุ่มโดมเดือดร้อน ต้องมาคอยมาตอบคำถามแทน ส่วนกรณีแม่ไม่ปลื้ม เจ้าตัวบอกไม่น่าเกี่ยวเพราะเท่าที่รู้จัก แม่ดีกับตนค่อนข้างมาก

“โอเคค่ะ ก็ดี ได้กำลังใจจากหลายๆ ฝ่าย ก็ต้องขอบคุณมากๆ เลย ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนด้วย แล้วก็ทุกๆ คนที่ติดตามข่าวสารของการ์ตูนอยู่ตลอดเวลา ขอบคุณพี่ๆ ที่ช่วยเขียนเป็นกำลังใจ แล้วก็คนที่คอยมาตามอ่าน รวมถึงพี่ๆ ที่คอยเขียนในทางที่ดี ให้กำลังใจตูน ยังไงก็ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนมากเลย “

“พี่โดมก็มีคุยบ้าง แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร แต่ก็ยังให้กำลังใจบ้างเหมือนเดิมค่ะ พี่เขาก็พูดคล้ายเดิม ว่าเดี๋ยวมันก็ดีเอง เดี๋ยวมันก็หายไป แต่ไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว ถามว่ายังโทรหากันอยู่มั๊ย ก็ยังคุยอยู่เรื่อยๆ แต่ในฐานะพี่น้องก็นานๆ ครั้ง จะลมพัดหวนหรือเปล่า ตูนคิดว่า ณ จุดตรงนี้เป็นพี่น้องกันน่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับเรา ก็อย่างที่พี่ๆ ทราบกันว่าปัญหามันมากมายมากๆ แล้วผู้ใหญ่หลายๆ ฝ่ายก็เป็นห่วง ตูนเองก็ขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”

“ต้องบอกก่อนว่า ตูนเองก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ดีเด่อะไร ก็เป็นผู้หญิงแบบปกติเหมือนคนทั่วไป เป็นธรรมดาที่จะต้องมีความรู้สึกบ้าง เสียใจก็ต้องมีบ้างอยู่ ก็ต้องมีบ้างอยู่แล้วค่ะ ตูนเองก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่จะต้องมีความรู้สึกอะไรต่างๆ เสียใจกับหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในชีวิตช่วงนี้ค่อนข้างเป็นมรสุมครั้งยิ่งใหญ่มาก ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้น่าจะมีอะไรดีๆ เข้ามา”

“ตูนไม่เคยคิดว่ามันเป็นความผิดของใคร หรือว่าไปเกี่ยวข้องอะไรกับใคร ตัวตูนเองทำงานอยู่ ณ ตรงนี้อยู่ในที่แจ้ง ตูนเลือกที่จะก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง เพราะฉะนั้นไม่ว่าเหตุการณ์อะไรต่างๆ ที่มันเกิดขึ้น เราก็ต้องยอมรับค่ะว่า เราอยู่ในที่แจ้ง คือ มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับใครอยู่แล้ว ทั้งหมดทั้งสิ้นมันก็เกิดมาจากเราทั้งนั้น เราก็ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในจุดที่คนสนใจ แล้วมันเป็นเรื่องปกติของคนที่อยู่ในวงการบันเทิง ไม่ใช่แค่ตูนคนเดียว ดาราอีกหลายๆ ท่านก็ค่อนข้างเจอข่าวแรง”

“อย่างที่บอกว่าได้กำลังใจเยอะมาก จากสื่อมวลชนใกล้ๆ ตัวที่พบเจอที่พบเจอกันอยู่ทุกวันๆ สำหรับครั้งนี้เหมือนกับเป็นมรสุมครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตก็คือทุกคนไม่ได้เหยียบย่ำซ้ำเติมตูน บวกกับกำลังใจที่ได้จากเพื่อนๆ และครอบครัว คนรอบข้าง ผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างจะเป็นกำลังใจให้เรา ทำให้เราผ่านจุดๆ นี้ไปได้ ก็ต้องขอขอบคุณมากมาย ที่ทำให้ตูนมาอยู่จุดๆ นี้ได้อีกที”

“ในความคิดของตูนแล้ว มันก็มีบ้างบาง แว๊บ ที่รู้สึกว่า เออ…เราท้อจังเลย เราเหนื่อยจังเลย เราสร้างปัญหาให้คนอื่นมากมาย ให้เขาต้องมาคอยแก้ แต่ก็มีบ้างที่รู้สึกว่า อยากจะถอยหรือพอ แต่ก็อย่างที่บอกไม่ว่าจะเป็นคนรอบข้าง เพื่อน ผู้ใหญ่ก็คอยให้กำลังใจ ขอให้เราสู้ๆ ต่อไปเพราะว่าทุกคนยังสู้เพื่อเราเลย ทำไมเราไม่สู้เพื่อตัวเอง สู้เพื่อครอบครัว ก็คงต้องทำให้เต็มที่ที่สุด”

“ตัวตูนเองไม่สามารถที่จะผ่านไปได้ ไม่สามารถผ่านปัญหา และอุปสรรคต่างๆ เหล่านี้ไปได้ ถ้าไม่ได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง พอเกิดเรื่องอะไรที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่กับชีวิต ตูนก็รู้เลย ณ เวลานั้นว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก่อนเรามองคนอื่นเวลาประสบพบเจอปัญหา เราก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการกำลังใจหรืออะไร แต่พอมาเจอกับตัวเองแล้ว ก็เลยรู้ โหย…แค่คนหนึ่งหรือคนที่สนิทเดินมาตบไหล่เรา เฮ้ย…ไม่เป็นไรนะ สู้ๆ นะ แค่นี้ก็อุ่นใจขึ้นแล้วค่ะ”

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อืม…(นิ่งคิด) ตูนก็คงอยากทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มันดีกว่านี้ คงไม่มีใครอยากทำอะไรที่ผิดพลาด คิดทำอะไรให้รอบคอบ เหมือนตอนเด็กๆ ที่ โหย…คิดว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้เราจะตั้งใจเรียนวิชานี้เลย ให้เกรดดีกว่านี้ แต่มันสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นทางไหนที่เราแก้ไขอะไรไม่ได้ เราก็เดินหน้าทำปัจจุบันให้ดี”

ผู้สื่อข่าวย้อนถาม การที่โดมบอกว่าแม่เป็นคนธรรมะธรรมโม ซีเรียสเรื่องศีลธรรม ฉะนั้นข่าวที่บอกว่า การ์ตูนเป็นเมียน้อย เป็นสาเหตุของการเลิกราหรือเปล่า?
“ไม่น่าจะเกี่ยว เท่าที่ตูนได้คุยกับพี่โดมพี่เขาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น คือตรงนี้ตูนมองว่า แล้วแต่มุมมองของคนมากกว่า อย่างที่ตูนบอกแล้วก็ขอย้ำอีกครั้งว่าตูนไม่สามารถทำให้ใครเข้าใจตูนได้ทั้งหมด (เน้นเสียง)นอกจากคนที่เขารู้จักกับตูนมานาน หรือรู้จักตูนดีพอจะรู้ว่าเราเป็นคนยังไง แล้วก็เราเป็นคนแบบไหน อะไรที่ไม่ดีเราไม่ทำแน่นอน อะไรที่เป็นเรา คนรอบข้างเราคนที่สนิทกับตูนก็จะรู้ดี”

“อย่างที่บอกว่า ตูนคงไม่สามารถผ่านมาถึง ณ ตรงนี้ได้เลย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้คนเดียวได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีหลายๆ ฝ่ายช่วยกันคิด ช่วยกันกลั่นกรองว่ามันจะไปในทิศทางไหน ก็มีปรึกษาบ้าง คุยกับพี่ๆ เขาบ้าง ผู้ใหญ่ทางของเราบ้าง ก็ได้เตือนและได้ให้ข้อคิดหลายๆ อย่าง ตูนคิดว่าความสัมพันธ์ที่มันเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว อย่างที่ตูนเคยบอกตั้งแต่วันแรกๆ ว่ารู้จักกันไว้ แล้วก็เหมือนเรียนรู้ศึกษากันไป ถ้าวันหนึ่งจะพัฒนาได้ก็ให้พัฒนาไป แต่ถ้าวันหนึ่งมันไม่ได้ก็มาเป็นพี่น้อง แต่ ณ วันนี้ก็ไม่มีการพัฒนาอะไรกันต่อแล้ว”

“ก็เป็นการคุยกันแล้วก็ตกลงกันมากกว่าค่ะ แล้วตูนเองก็มีพูดไปว่า ไม่อยากให้ปัญหาเรื่องราวมันบานปลายมากไปกว่านี้ ปัญหาของตูนมันหนักมาก ตูนไม่อยากจะดึงใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และหลายๆ ฝ่ายก็เดือดร้อนกับตูนมาพอสมควร แล้วตูนก็ไม่อยากให้พี่เขามาอยู่จุดตรงนี้ มาตอบคำถามแทนตูน ไม่อยากดึงใครเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ก็อยากให้ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองดีกว่า พี่เขาก็มีหนทางของเขา ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบหลายอย่าง ตูนเองก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน ตูนว่าคำตอบนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของเราค่ะ ก็เลยลองพูดคุยกันดู”

“เรื่องคุณแม่ตรงนี้ตูนไม่ทราบนะคะ โดยส่วนตัวของตูนเท่าที่ตูนเคยเจอคุณแม่พี่โดม คุณแม่ท่านเป็นคนน่ารัก เป็นผู้ใหญ่ที่ดี และน่ารักกับตูนค่อนข้างมาก คุณแม่ก็น่ารัก ก็ดีกับตูนค่ะ คุยดียิ้มแย้มแจ่มใส ตูนไม่ทราบค่ะ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และตูนเองก็ยังเป็นเด็ก อย่างที่ตูนบอกว่า เราเองไม่สามารถทำให้ใคร เข้าใจในตัวเราได้ทั้งหมด ก็คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ”

ยันเรื่องโดมควงสาวหมวยไปหัวหินไม่มีส่วนของการเลิกกัน รวมไปถึงข่าวกิ๊กกับหนุ่ม “แป๊ก” ทายาทสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังก็ไม่เกี่ยวด้วยเช่นกัน
“เรื่องผู้หญิงคนอื่นก็ไม่ได้เกี่ยวกับตูนค่ะ เพราะว่าตูนก็เป็นแค่พี่น้องกันค่ะ ก็คงเป็นสิทธิของเขา อืม…ตูนว่ามันเป็นสิทธิของเขาแล้ว จากนี้ไปไม่ว่าเขาจะไปเดินกับใครหรือว่าจะไปทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับตูนแล้วค่ะ รายละเอียดต่างๆ ตูนก็ไม่ทราบค่ะ”

“พี่แป๊กยังเป็นพี่ชายที่ดีมากสำหรับตูนคนหนึ่ง มีอะไรตูนก็จะโทรไปปรึกษาพี่เขาบ้าง พี่เขาก็จะให้คำแนะนำให้คำปรึกษาตลอด มีคุยกันบ้างอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ห่างหายไปไหน ยังเป็นพี่ที่ดีกับตูนมาตลอด เป็นพี่ที่รู้จักกันมานานแล้วค่ะ 4-5 ปีได้แล้ว ตอนนี้ตูน พี่เขาเป็นคนที่สนิทในระดับหนึ่งมานานแล้ว เป็นพี่ที่เราปรึกษาได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือว่าเรื่องอะไรต่างๆ ก็จะค่อนข้างให้กำลังใจเรา”

“หนุ่มไฮโซที่ไหนอีกคะ ก็เรื่อยๆ ค่ะ ก็อย่างที่บอกว่ายังไม่อยากคิดเรื่องหัวใจหรืออะไรเลย ขอเป็นแบบนี้ไปก่อน ขอโฟกัสเรื่องงานไปก่อน แล้วก็แก้ปัญหาของตัวเอง เอาให้ผ่านตรงนี้ไปก่อนดีกว่าค่ะ แล้วเรื่องเรียนด้วยค่ะ ตูนก็จะเรียนใกล้จบแล้วด้วย แล้วก็ยังมีละครต่อเนื่อง กำลังจะออนแอร์ก็เทคิวให้กับงานอย่างเดียวเลยค่ะ”

ถึงกับซึ้งน้ำใจเพื่อนสาว “เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์” ที่ไม่เคยทอดทิ้ง คอยให้กำลังอยู่เคียงข้างตลอด เจ้าตัวย้ำไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบแฟน แต่เป็นเพื่อนที่รักที่สุด เป็นเพื่อนแท้ที่พร้อมจะปกป้องกันด้วยชีวิต
“เชียร์ ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเลยค่ะ ไม่เคยห่างหายไปไหนเลยค่ะ ตลอดเวลาตอนที่มีเรื่องก็ยังไปไหนมาไหนกับเชียร์ตลอดเวลา เราก็เป็นเพื่อนกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนที่ตูนมีแฟน เชียร์ก็ยังอยู่ในชีวิตตูนอยู่ดี (เป็นแค่เพื่อน?) เชียร์เป็นเพื่อนที่รักและเป็นเพื่อนแท้ เป็นเพื่อนสนิทมากๆ แต่ไม่มีอะไรค่ะ ถ้าเราเป็นผู้หญิงเราก็จะรู้เลยว่า เวลาที่ผู้หญิงเดินด้วยกันก็จะเกาะแข้งเกาะขากันเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้หญิงด้วยกัน”

“เชียร์นี่แหละ เป็นเพื่อนรักและเป็นเพื่อนแท้มากเลย และใครๆ ทุกคนก็คงทราบดีว่า คือซึ้งค่ะ ซึ่งน้ำใจเพื่อนว่าเขาเป็นเพื่อน และไม่อยากให้ใครมองเชียร์ไปในทางที่ผิด เพราะเชียร์เป็นเพื่อนที่ดี เชียร์เป็นคน รักเพื่อน การที่เชียร์ ออกมาปกป้อง การที่เพื่อนออกมาปกป้องเพื่อนเป็นเรื่องที่ดีมาก และเวลาที่เชียร์มีปัญหา หรือว่ามีเรื่องอะไรที่ใหญ่ ตูนเองก็รักเชียร์ และถ้าวันหนึ่งเชียร์มีปัญหาใหญ่มากขนาดนี้ ตูนเองคงไม่ทิ้งเชียร์ ตูนก็ต้องออกมาปกป้องเชียร์ด้วยชีวิตเช่นกัน ก็คืออย่างที่บอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ มันทำให้เราได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง ทำให้รู้ว่าใคร เมื่อเราทุกข์แล้วเขาอยู่กับเรา ใครที่รักเราจริง ใครที่จริงใจกับเรา ใครที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเรา”

ลุกขึ้นมาถ่ายแบบเซ็กซี่ล้างคราบสาวใสหมดสิ้น
“ตูนไม่เคยบอกว่าตูนใสหรืออะไรเลยค่ะ ตูนก็เป็นของตูนอย่างนี้มาตั้งแต่แรกๆ แล้ว ตั้งแต่ถ่ายละคร ตูนก็ถ่ายแบบเซ็กซี่บ้างประปรายไม่ได้ถ่ายบ่อย นานๆ ครั้งเท่าที่เราจะทำได้ เราต้องให้เกียรติสถาบันเราด้วย ครอบครัวเราด้วย”

“ถ่ายค่ะ ของ Arena แล้วเปรียวที่กำลังจะวาง ก็คือ ถ่ายเรื่อยๆ มีหยุดบ้างพักบ้าง ก็เซ็กซี่พอสมควรค่ะ เหมือนเป็นโอกาส เป็นสิ่งดีๆ ที่ผู้ใหญ่ยื่นโอกาสให้เรา เราได้โอกาสนี้แล้วก็รับไว้ เราก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ตรงนี้อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอน เราก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไร จะมีโอกาสทำงานในวงการบันเทิงอีกต่อไปนานแค่ไหน แล้วอีกอย่างตูนก็มีหน้าที่จะต้องดูแลครอบครัวด้วย”

ทุ่มสุดตัวยอมโนบราถ่ายแบบ
“ใช่ แต่มันไม่ได้โป๊อะไร โนบราเหมือนเป็นแฟชั่น ที่เขาเดินแฟชั่น คือว่าโนบราแต่ไม่ได้เปิด ก็จะมีปิดไว้เป็นภาพแฟชั่นมากกว่า คอนเซ็ปต์น่าสนใจค่ะ”

สาวๆโดนบีบนมอ่ะ

Friday, May 29th, 2009


นมใหญ่รึไงเนี่ยแบ่งกันจัง

แหม่ม น้ำตาตก แต่ก็ยังไม่อดโชว์ ”เต้า”

Friday, May 29th, 2009




ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้หัวใจของดาราสาว ”แหม่ม” วิชุดา พิมดัม จะอยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไร เพราะเพิ่งจะเกิดบาดแผลสดๆ ร้อนๆ จากหวานใจหนุ่ม ”นก” จิรศักดิ์ โย้จิ้ว นั่นเอง…โดยงานนี้ถึงแม้จะ ”น้ำตาตกใน” อยู่…แต่ ”สาวแหม่ม” ก็ยังกลั้นกลืนน้ำตา…ฝืนยิ้มมาร่วมงานรอบกาลาฯ ละครเวทีเรื่อง ”แม่นาคพระโขนง” อีกด้วย แหม…แต่ ”สาวแหม่ม” ก็ยังโชว์เต้าเสียว&สยิวให้ได้ซี้ดซ้าดกันบ้าง

วุ้น” ไม่รอเก้อ “ณัฏฐ์

Thursday, May 28th, 2009


”ณัฏฐ์” เตรียมบวชทดแทนคุณพ่อ-แม่สิ้นปีนี้ แซวแฟนสาว ”วุ้นเส้น” ปีหน้าบวชเสร็จจะมาขอทันที ด้านวีเจสาวเผยเป็นการพูดเล่นมากกว่า รับดาราหนุ่มบังคับให้ใส่แหวนนิ้วนางซ้ายติดนิ้วมาร่วมงานด้วย

ควงแขนโชว์ความหวานกันอย่างเต็มพิกัด สำหรับคู่ของดาราหนุ่ม ”ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” กับวีเจสาวเซ็กซี่ ”วุ้นเส้น”วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ที่ล่าสุดทั้งคู่ควงแขนกันมาร่วมงานรอบกาลาฯ ละครเวทีเรื่อง ”แม่นาคพระโขนง” ณ โรงละครรัชดาลัยเธียเตอร์ เมื่อวันก่อน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามความสัมพันธ์ที่นับวันดูหวานขึ้นของทั้งคู่…ซึ่ง ”หนุ่มณัฏฐ์” ก็ได้แจงว่าสิ้นปีนี้ตนเองเตรียมบวชเพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณให้กับพ่อ-แม่อีกด้วย

”ปลายปีนี้ก็จะไปบวชให้คุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ คงเป็นวัดที่ลพบุรีแหละครับ เป็นวัดที่คุณพ่อเพิ่งสร้างเสร็จ ไปสร้างโบสถ์ไว้ น่าจะเป็นช่วงธันวานะครับ อาจจะเป็นบวชข้ามปี อาทิตย์ ธ.ค.แล้วข้ามไป ม.ค.เลย คือคิดอยู่แล้วว่าอยากจะบวชให้คุณพ่อคุณแม่แต่ไม่มีเวลาสักที คงประมาณ 2 อาทิตย์”

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้แย็บถามต่อไปว่าบวชเสร็จแล้วจะมีข่าวดีเลยหรือเปล่า? ดาราหนุ่ม ”ณัฏฐ์ เทพหัสดินฯ” ก็ได้หันไปมองหน้า ”สาววุ้น”แล้วพูดว่า ”ก็ปีหน้าก็กะว่าจะขอวุ้นเลยครับ (ยิ้ม)” ก่อนที่จะหันกลับมาบอกกับสื่อว่าพูดเล่นเฉยๆ เท่านั้น

ส่วนทางด้านวีเจสาว ”วุ้นเส้น” ก็ได้กล่าวถึงคำพูดของ ”หนุ่มณัฏฐ์” เมื่อสักครู่นี้ว่าเป็นการพูดแหย่กันเล่นเฉยๆ เท่านั้น

”อย่าไปเชื่อ เค้าพูดไปอย่างนั้นแหละค่ะ ยังหรอกค่ะ ยังเด็กอยู่เลยค่ะ เพราะเค้าต้องทำงานอะไรให้มั่นคงก่อน คือเค้าเป็นคนชอบเด็ก แล้วเวลาเห็นพี่สาววุ้นแต่งงานเค้าก็จะอยากแต่ง วุ้นเข้าใจว่าเวลาอารมณ์ช่วงวัยรุ่นอย่างนี้ก็จะมีอารมณ์เพ้อฝัน แต่ว่าความเป็นจริงแล้วมันต้องมีอะไรมากกว่านี้ แต่ที่เค้าเห็นคือดูมีความสุขดีเนาะ เค้าก็อยากมีความสุขแบบนั้นบ้าง”

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้เหลือบเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของ ”สาววุ้น” ที่ใส่ติดนิ้วไว้ จึงได้สอบถามว่าได้แต่ใดมา…วีเจสาวก็อมยิ้มก่อนจะบอกว่า ”ภูมิบังคับว่าวันนี้ต้องใส่ค่ะ”

”(หัวเราะ) ไม่บังคับ แต่ว่าวันนี้บังคับ คือวันนี้เค้าไปรับวุ้นที่บ้านไง แล้ววุ้นยังแต่งตัวไม่เสร็จ เค้าก็เลยช่วยเลือกเครื่องประดับให้ว่าใส่อะไรดี วุ้นก็หยิบนู่นหยิบนี่ เค้าก็บอกว่าอย่าลืมวงนั้นนะ (หัวเราะ) คือเค้าให้ในวันเกิดเค้าค่ะ…พอเค้าพูดเสร็จวุ้นก็ใส่นะ…วุ้นก็ไม่ได้ว่าจะต้องโรแมนติกว่าจะต้องใส่ให้เธอเห็นตลอด คือที่ไม่ค่อยใส่เพราะว่าวุ้นเสียดายไงคะ ถ้าใส่บ่อยๆ แล้วของมันจะสึก แหวนวงนี้เป็นวงเดียวค่ะ…วงแรกและวงเดียว” วุ้นเส้นกล่าว

จ้างหย่า 30 ล้าน กระจอกไป ‘ตู่’ เอือมข่าวเลิก ‘เอ๋’

Wednesday, May 27th, 2009

“ตู่” นันทิดา อัศวเหม ยันข่าว “เอ๋” ชนม์สวัสดิ์ จ้างเลิกด้วยราคา 30 ล้าน ไม่เป็นความจริง งงมีข่าวระหองระแหงถี่ ออกปากครอบครัวยังดีอยู่

เป็นคู่ที่โดนกระแสข่าวเตียงหักรักร้าวไม่จบไม่สิ้น เพราะล่าสุด “ตู่” นันทิดา เจอข่าวว่าถูกสามี “เอ๋” ชนม์สวัสดิ์ จ้างหย่าด้วยสนนราคามากถึง 30 ล้านบาท งานนี้ทำเอานักร้องสาวพี่ใหญ่แห่งค่ายแกรมมี่ฯ ถึงกับขำก่อนจะตอบคำถามว่า

“ไม่มีหรอก 30 ล้าน น้อยไป (หัวเราะ) ยังไม่ได้คุยกับพี่เอ๋เลย นั่นก็คงไม่รู้ข่าวหรอกมั้ง เขาเอาแต่แข่งรถอย่างเดียวเลย แข่งตามวันหยุดนักขัตฤกษ์อย่างเดียว เพราะเดือนที่แล้ววันหยุดก็เยอะ แต่ส่วนมากจะไม่ถามกัน จะเป็นเพื่อนๆ โทรถามมากกว่า เราครอบครัวเดียวกัน จะไม่ค่อยถามกันเรื่องแบบนี้ ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน เราไม่ได้พูด แล้วพี่เอ๋ก็ไม่ได้พูด มันก็เป็นแค่ข่าว เพราะตู่ก็ไม่ได้เห็นมีเรื่องแบบนี้ คนในครอบครัว เราก็ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องแบบนี้กันเลย

ข่าวออกมาเยอะ ตู่ก็สงสัยเหมือนกัน ออกมาเป็นระยะๆ ด้วย จนรู้สึกว่ายังไงกันเนี่ย ตัวเราก็มัวแต่ยุ่งงาน เตรียมงานคอนเสิร์ตช่วงสิงหาคม ทั้งของพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) และของตัวเองด้วย บางทีก็หลุดๆ ข่าวไปบ้าง มีข่าวก็งงว่าอ้าว มาอีกแล้วเหรอ แต่ตู่กับพี่เอ๋ ต่างคนต่างไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เพราะพี่เอ๋ก็ยุ่งเรื่องงานของเขา ตู่ก็ยุ่งเรื่องงานของตู่ ส่วนใหญ่คุยเรื่องลูก ธุรกิจ และเรื่องสัพเพเหระมากกว่า” ตู่แจกแจง

ถามว่าเวลามีข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ร้าวฉานของพ่อกับแม่ มีผลกระทบต่อ “น้องเพลง” ที่เริ่มโตเป็นสาวแล้วบ้างหรือไม่ ตู่ ยืนยันว่าไม่มีผล เพราะข่าวไม่ได้มีมูลความจริง

“ตู่ก็อยู่ของตู่ปกติดี ทำงานยุ่งๆ ด้วย น้องเพลงก็เรียนเยอะ ทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน มีความสุขกับงาน ข่าว ตรงนี้ตู่คุยกับน้องเพลงเสมอ น้องเพลงก็ไม่ได้สนใจอะไร วันๆ เขาเรียนอย่างเดียว ถ้าหากว่าข่าวมันมีอะไรที่ออกไปมากๆ เราเป็นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องดูแล ก็พูดให้น้องเข้าใจ ว่าไม่รู้ใครแกล้งคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อเขาก็พูดให้ลูกเข้าใจเหมือนกัน ฉะนั้นไม่ว่าจะเจอน้องนักข่าวที่ไหนก็ตาม สิ่งที่ตู่ระวังมากที่สุด ก็คือความรู้สึกของลูก

เวลาที่จะพูดจะตอบอะไร ก็ดูแลความรู้สึกของน้องเพลงเป็นหลัก ตู่ไม่ได้คิดว่าข่าวเป็นเรื่องกลั่นแกล้ง แต่มันอาจจะเป็นคนพูดไปทีๆ เหมือนเราพูดให้เพื่อนฟัง กว่าจะไปถึงคนที่ 5 เรื่องก็กลายไปแล้ว มันคงไม่มีเรื่องแกล้ง คงเป็นเรื่องที่พูดกันไปกันมามากกว่า ไม่คิดอยากหาต้นตอของข่าว ข่าวคือข่าว อะไรที่ไม่ใช่ความจริง ก็ไม่ได้คิดว่าจะสนใจอะไร สนใจแต่จะทำงานอะไรดี ไข้หวัด 2009 มาจะทำยังไงดี มันเป็นเวลาคิดเรื่องงานมากกว่า ไม่ซีเรียสกับข่าวเลย ถ้าซีเรียส วันนี้คงไม่มาอยู่ตรงนี้ เพราะรู้ว่าต้องเจอนักข่าวแน่นอน ครอบครัวตอนนี้ทุกอย่างปกติดี ไม่มีอะไร ตู่ก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง” ตู่แจกแจง

“นก” ชิ่งประจันหน้า ด้าน “แหม่ม” ยังรูดซิปปาก สาเหตุเลิก

Tuesday, May 26th, 2009


“แหม่ม วิชุดา” ยังปิดปากสาเหตุเลิกผู้กำกับ “นก จิรศักดิ์” แม้แต่เรื่อง “ปราย” ก็ไม่อยากพาดพิง ย้ำ รอฝ่ายชายพูดก่อน ก่อนยัน ไม่คิดถอนตัวจากซิทคอม “เป็นต่อ” ลั่น ร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหา ด้านหนุ่มนกถึงกับยกเลิกคิวดู “แม่นาค” ชิ่งตอบคำถามนักข่าว

หลังจากที่ออกมาเปิดเผยกับ “ASTVผู้จัดการออนไลน์” ว่าได้สวมคอนเวิร์สแยกทางกับแฟนผู้กำกับซิทคอมเรื่อง “เป็นต่อ” อย่าง “นก จิรศักดิ์ โย้จิ้ว” ไปแล้ว หากแต่ไม่ยอมลงรายละเอียด ถึงสาเหตุแห่งการเลิกรากันจริงๆ ว่าเป็นเพราะอะไร ได้แต่โบ้ยว่าให้รอไปถามกับฝ่ายชายเอาเอง เนื่องจากจะเดินทางมาร่วมงานเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์ละครเวที “แม่นาคพระโขนง เดอะ มิวสิคเคิล” เมื่อคืนวานนี้(20 พ.ค.)

แต่สุดท้ายหนุ่มนกกลับเบี้ยวเอาซะดื้อๆ งานนี้สาว “แหม่ม วิชชุดา พินดั้ม” ก็เลยต้องรับหน้าตอบคำถามเอง ซึ่งเจ้าตัวออกตัว ยังไม่พร้อมเหมือนเดิม เพราะอยากรอให้ฝ่ายชายเป็นคนเปิดปากก่อน

“ใช่คือ จริงๆ มันเป็นการพูดคุยกันกับคนรู้จักนะ แต่แหม่มยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์อะไร ขอเวลาให้แหม่มแป๊บนึงดีกว่า จริงๆ มันไม่ได้อะไรเลย แต่ให้เวลาแป๊บนึงเนอะ แหม่มไม่ปิดบัง แล้วก็เหมือนเดิมที่จะพูดอะไรให้ฟังได้ แต่ว่าก่อนที่เราจะเคลียร์อะไร เราก็ต้องพร้อมที่จะคุยล่ะเนอะ แหม่มก็อยากคุยให้คนฟัง”

“เรื่องสาเหตุคงต้องถามพี่นกดีกว่า แหม่มขอโทษจริงๆ แหม่มพูดอะไรไม่ได้เยอะ ถ้าพี่นกพูดแล้วแหม่มคงจะพูดอะไรได้เยอะกว่านี้ (จะมีการเอาพี่นกมาพูดพร้อมกันมั้ย?) ไม่ ไม่ค่ะ พี่นกเป็นคนดีมากค่ะ ถามเพื่อนๆ ร่วมงานพี่นกทุกคนได้ เพื่อนร่วมงานทุกคนรักพี่นกทุกคน เพราะว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ แล้วก็เป็นคนน่ารักนะ”

ปัดที่จะพูดถึงกรณีที่มีกระแสว่า สาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเลิกกันคราวนี้เป็นเพราะพิธีกรสาว “ปราย ธนาอัมพุช” พร้อมเผยว่า แม้ความสัมพันธ์กับผู้กำกับหนุ่มจะเปลี่ยนไป แต่ยังคงไม่ถอนตัวออกจากซิทคอม “เป็นต่อ” แน่นอน

“แหม่มไม่อยากพูดถึงใครเลย ต้องขอโทษจริงๆ อันนี้ไม่อยากเอ่ยถึงเลย ต้องขอโทษจริงๆ (จะกระทบกับซิทคอมเป็นต่อมั้ย?) ถ้าถามถึงเรื่องนี้แหม่มยินดีตอบเลยค่ะ ว่าไม่มีทางกระทบกับเรื่องละครเป็นต่อแน่นอน เราจะทำงานกันอย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าเดิม เราจะทำงานกันให้ดีที่สุด เพราะว่ามันไม่เกี่ยวกันเลย ไม่ถอนตัวแน่นอนค่ะ นอกจากพี่บอยจะใม่ให้แหม่มเล่น(หัวเราะ)”

“แต่แหม่มจะไม่ถอนตัวเด็ดขาดค่ะ เพราะว่ามันเป็น เป็นต่อ ขึ้นมาได้เพราะมีพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นช่างแต่งหน้าหรือคอสตูม จริงๆ มันเป็นเพราะพวกเราทุกคน ถึงเป็น เป็นต่อ เพราะฉะนั้นงานจะไม่แย่แน่นอน ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ มั่นใจมาก ว่าจะทำงานร่วมกันได้ ก็ยังถ่ายอยู่ค่ะ ปกติค่ะ ทำงานกันปกติเลย การทำงานมีความสุขดี ไม่อึมครึมเลย เรื่องงานไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ยังร่วมงานกันได้อย่างดีค่ะ”