Archive for May, 2009

เมย์” ไม่ทอดทิ้ง “หนุ่ม

Thursday, May 14th, 2009

คนเราจะรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอกันก็ในยามตกยากนี่แหละ? หนุ่ม-กรรชัย? กำเนิดพลอย ซึ่งกำลังพระศุกร์ เข้าพระเสาร์แทรกอยู่เวลานี้ เลยถึงกับเอ่ยปากว่า ถ้าพ้นเรื่องคดีมรดกไปเมื่อไหร่จะตบแต่งกับ เมย์ เฟื่องอารมย์ ซึ่งกระจอกข่าวบินไปถาม เมย์ บ้าง ที่งานเปิดตัวครีมกันแดด “บีเอสซี ซุปเปอร์ ซัน คัท” ที่โรงแรมมิลเลเนียม ฮิลตัน ว่าจะรับผู้ชายคนนี้เป็นสามีหรือไม่ “ตรงนี้คงตอบไม่ได้ ต้องดูกันต่อไป คดีจบยังไม่รู้อีกเมื่อไหร่ ฟ้องร้องกันไม่ได้จบวันนี้พรุ่งนี้ คงอีกนานพอควรทีเดียว เอาเป็นว่าถ้าเราจะคบกัน ก็ให้เรื่องเค้าเรียบร้อยก่อนละกัน” หนุ่มกังวลเรื่องคดีมั้ย? “ไม่กังวลนะ เพราะไม่ว่าผลจะออกมายังไง เค้าก็ได้ถือว่าให้ศาลเป็นผู้ตัดสินอยู่แล้ว แต่เรื่องที่เค้าไม่สบายใจก็ในเรื่องของข่าว ที่ทางฝ่ายโน้นออกมาพูดที่เอาเรื่องส่วนตัวมาเปิดเผย ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง มีแค่คนในบ้านเท่านั้นที่จะทราบ” หนุ่มมาปรึกษาอะไรบ้างมั้ย? “เค้าก็ไม่ได้ปรึกษาอะไร แค่ดูออกว่า เค้าเครียด เค้าเหมือนจะเป็นคนแข็งๆ แต่จริงๆเค้าก็เป็นคนอ่อนไหวนะ”

เรื่องนี้ทำให้ความสัมพันธ์เมย์กับหนุ่มลดลงมั้ย? “ไม่ค่ะ มีช่วงนึงเมย์ทำงานตลอด ไม่ได้ใส่ใจ พี่หนุ่มเลย แต่พอมีข่าวพวกนี้ แล้วเห็นเค้าเครียดจริงๆ เรารู้สึกว่าเค้าไม่มีใคร อย่างน้อยเค้ามีเรา แล้วเมย์คิดว่าถ้าเราเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เค้า เมย์จะบอกเค้าเสมอว่าไม่จำเป็นต้องมีใครรักเรา หรือไม่รักเรา แค่คนไม่กี่คนที่อยู่ข้างๆ ให้กำลังใจ ให้ความรักเราก็โอเคแล้ว” ช่วงนี้คุยกัน เจอกันบ่อยขึ้น? “ก็พยายาม กลัว เค้าคิดมาก เค้าเป็นคนคิดมาก” แล้วที่ฝ่ายโน้นพูดพาดพิงถึงเมย์ว่าได้เงินไป 2 แสน? “ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่อยากเข้าไปเกี่ยว และพี่หนุ่มก็ได้พูดไปหมดแล้ว” และที่บอกว่าเคยได้มีการไปสู่ขอหมั้นหมายเมย์ล่ะ? “ก็พี่หนุ่มพูดไปหมดแล้ว ก็จริงค่ะ” มีข่าวแซวว่าหนุ่มซื้อคอนโดฯให้กิ๊กด้วย “ไม่ทราบค่ะ เห็นเค้าบอกว่าไม่ได้ซื้อนะ แค่ไปดูคอนโดฯ เพราะเพื่อนเมย์ทำคอนโดฯขาย จริงไม่จริงเมย์ไม่ตามเช็กหรอกค่ะ เข็ดแล้วกับการอยากรู้อยากเห็น (ยิ้มๆ)” แล้วที่หนุ่มบอกว่าตัวเองโสดไม่มีใครแล้ว เมย์ว่าไง “เหรอคะ เค้าพูดเหรอคะ เค้าก็เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว ถ้าพูดน่ะ สไตล์เค้า เมย์เฉยๆไม่โกรธอะไรหรอก ก็คิดว่าอย่างน้อยพี่หนุ่มก็เป็นคนที่สนิทกันมานาน ใกล้ชิดกันมานาน ความผูกพันมีเยอะ เรื่องอื่นไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่าเป็นกำลังใจให้เค้า” กี่ปีแล้วนะ? “จะสิบปีแล้ว มันนอกเหนือจากคำว่าแฟน มันเหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน ผูกพัน มองแง่นั้นดีกว่า เรื่องผู้หญิงเรื่องอะไรไม่ค่อยได้ คิดเลย”.

“ปุ๊กกี้” เปิดใจ เตียงหักรอบ 2 เผย แยกกันอยู่ 3 เดือนก่อนหย่า

Tuesday, May 12th, 2009


ดูคลิปได้ที่
www.numwan.com/clip

“ปุ๊กกี้” หอบความช้ำกลับไทย เปิดใจหย่าสามีรอบ2 แจง ลองแยกกันอยู่ 3 เดือน เพื่อจูนเข้าหากันแต่แล้วก็ไปไม่รอด เนื่องจากความคิดและวิถีชีวิตแตกต่างกัน ยอมรับการต้องเป็นผู้นำสามีก็มีส่วน เจ้าตัวยัน จบกันด้วยดี พร้อมเผย ชีวิตต้องเริ่มต้นจากศูนย์ มีเงินติดกระเป๋าไม่มาก ตั้งใจกลับมาทำมาหากินที่เมืองไทยถาวร ก่อนแง้ม หากมีโอกาสอยากคืนวงการ

หลังจากได้รับการเปิดเผยจากคนใกล้ชิดของอดีตนักร้องสาว “ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง” ว่าเจ้าตัวได้หย่าขาดกับสามี “เอ้ ปาณสาร จันทน์หอม” ไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(30 เม.ย.) สาวปุ๊กกี้ก็ได้ออกมาเปิดใจด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ที่โรงแรมเจ้าพระยา โดยยอมรับว่าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง ส่วนเหตุผลก็มาจากหลายสาเหตุ หลักๆ เป็นเรื่องของความคิดเห็นไม่ตรงกัน เนื่องจากโตมาคนละวัฒนธรรม ทำให้ปรับจูนกันไม่ได้ เผย ตอนนี้กลับมาปักหลักที่เมืองไทย หวังเริ่มต้นชีวิตใหม่

“ก็ได้หย่ากันจริงค่ะ เซ็นใบหย่าวันที่ 11 มีนาฯค่ะ ที่ซิดนีย์ ที่สถานกงศุลฯซิดนีย์ เหตุผลคือจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องราวที่เลวร้ายที่เหมือนในอดีต ที่ว่าออกมาแล้วจบไม่สวย ไม่ดี แต่คือในเมื่อคนเราอยู่ด้วยกันแล้วมันรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ก็คิดว่าการแยกกันเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะดันทุรังอยู่ต่อ คือต่างคนมาจากต่างวัฒนธรรม และสองคนที่จะมาอยู่รวมกันมันก็ต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว พอมาอยู่รวมกันคือความคิดเห็นมันไม่ตรงกันอยู่แล้ว”

“แต่ทีนี้ทางฝ่ายเอ้เขาก็ให้เกียรติเรา เหมือนกับว่าอยากจะทำอะไรก็เต็มที่ มันก็เลยเหมือนกับว่าเราเป็นคนที่นำเขาไปตลอด แต่ทีนี้พอมันหลายๆ อย่างน่ะค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าเราเป็นผู้นำแล้วเขาตามเรา ถึงเลิกกันมันไม่ใช่ คือกี้ไม่เห็นด้วยว่าใครเป็นผู้นำผู้ตามคือต้องไปด้วยกันมากกว่า แล้วเราก็จบกันด้วยดีค่ะ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากๆ”

”เรื่องไม่มีลูกประเด็นหลักค่ะ เป็นประเด็นเล็กๆ ที่รวมกันแล้วรู้สึกว่าเราอาจจะดำเนินชีวิตไปคนละเส้นทางกันแน่นอน คือในเมื่อแต่ละคนมีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน และความคิดเห็นที่ชัดเจน ก็เคารพการตัดสินใจของแต่ละฝ่าย ในเมื่อรู้สึกว่ามันไม่ใช่จริงๆ ก็อย่าฝืนเลยดีกว่า เพราะว่าในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วฝืน เปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เป็นคนอื่นแล้วมันไม่ใช่”

“ตัดสินใจก็ไม่นาน มันเป็นความรู้สึกที่รู้สึกเหมือนกัน ในเมื่อรู้สึกตรงกันมันก็ มันไม่จำเป็นต้องแบบว่าคิดนาน ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีแบบระหองระแหง ไม่มีค่ะ ไม่มีบุคคลที่สาม ไม่มีทะเลาะตีกัน ไม่มีเรื่องแบบนี้เลย เพราะว่าเราเริ่มกันด้วยการเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก่อน เข้าใจกัน เพราะว่าปุ๊กกี้ผ่านอะไรมาเยอะ มีแต่เรื่องที่ไม่ดีทั้งนั้น ซึ่งเขาเข้ามาและเข้าใจเราคนเดียว”

เผย พยายามปรับความเข้าใจกันตลอดเวลา แถมทดลองแยกกันอยู่ถึง 3 เดือน เพื่อถามความต้องการของตัวเอง แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งต้องหย่าร้างในที่สุด
“มีการปรับความเข้าใจกันตลอดเวลา คือพยายามจะปรับเข้าหากัน พยายามจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้การแต่งงานอยู่ร่วมกันครั้งนี้เป็นเรื่องที่อยู่กันไปจนแก่ จนเฒ่า แต่พอมันถึงจุดๆ นึงแล้วรู้สึกว่าพยายามเท่าไหร่มันยิ่งไม่ได้น่ะค่ะ ก็เลยตัดสินใจว่าในเมื่อเรามันไม่ใช่แล้วก็แยกกันอยู่เลยดีกว่า เราแยกกันอยู่ก่อน เหมือนต่างประเทศเขาจะให้แยกกันอยู่ก่อน ว่าลองแยกกันอยู่ว่าใช่มั้ยแล้วค่อยหย่า”

“เราแยกกันอยู่ประมาณ 3 เดือน ประมาณช่วงปลายปีที่แล้วน่ะค่ะ เราคบกัน 5 ปี แล้วก็แต่งงานเพิ่ง 2 ปีกว่าๆ ค่ะ ก็แค่แยกกันอยู่ตั้งแต่เดือนกุมภาฯ แต่ว่าไม่ได้เลิกกัน มันไม่ได้หย่ากันคือมันเป็นช่วงปรับความเข้าใจกันอยู่ ก็ไม่ได้เลิกกันจริงๆ นะตอนนั้น ซึ่งตอนนี้ถ้าพยายามจะปรับความเข้าใจคงไม่มี แต่คือคุยกันว่าเป็นยังไง งานโอเคมั้ย รู้สึกยังไง ก็เป็นห่วงเป็นใยกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำที่เหมือนตอนอยู่ด้วยกัน โอกาสกลับมาคืนดีตอนนี้ไม่มีค่ะ มันเหมือนกับว่าเท่าที่เรามีความรู้สึกว่าจะรีเทิร์นได้ ก็คงไม่ถึงกับขั้นต้องหย่า”

“แบ่งสินสมรสไม่มีค่ะ เราเข้าใจกัน คือทางเอ้เขาไม่ได้อะไรมากมาย มันไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ไม่ได้มองว่าได้อะไรไม่ได้อะไร มันเป็นของเราทั้งคู่ เราไม่ได้ซื้อบ้านไม่ได้อะไรด้วยกัน แต่คือเขาก็เหมือนกับอยากจะได้อะไรก็เอาไป ซึ่งเขาไม่ได้พูดอย่างนั้นนะคะ แต่คือเหมือนกับว่ามันเป็นการที่รู้กันว่าเอ้ให้ทั้งหมด ตอนนี้เอ้ก็กลับมาแล้ว แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่ากลับบ้านที่ต่างจังหวัดหรือว่าอยู่กรุงเทพฯ เขากลับมาทีหลังค่ะ”

“อยู่ที่โน่นไม่ได้ทำธุรกิจ เราแยกย้ายกันทำงาน ส่วนปุ๊กกี้จะไปทำเสริมเกี่ยวกับโรงแรมมากกว่า ก็ทำตั้งแต่เสิร์ฟ ยันเปลี่ยนผ้าปูที่นอน คือไม่อายที่จะทำตรงนั้น เพราะว่าเราเรียน แล้วต้องทำจากข้างล่าง ก็ไปทำงานโรงแรมน่ะค่ะ ก็เพราะเราไปเรียนทางด้านนี้ ก็เลยอยากจะได้ประสบการณ์จริง บางคนถามแบบว่าอุ๊ยเป็นถึงดาราแล้วไปทำเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ล้างห้องน้ำไม่อายเหรอ คือไม่อายค่ะ เพราะว่าคนเราจะมาเป็นผู้บริหารจะเป็นเจ้าของอะไรสักอย่างจะต้องจัดทุกอย่างได้ ตอนนี้เรียนจบแล้วค่ะ ก็ไปทำโรงแรมที่นั่นตั้งแต่ไป เริ่มจากเสิร์ฟอาหารก่อน เรียนค่อยๆ ขึ้นไป”

“มีคนจำได้ค่ะ(หัวเราะ) เจอลูกค้าคนไทย เขาก็สงสัยว่าใช่รึเปล่า เราพูดภาษาอังกฤษ แต่ลูกค้าคนไทยจะพูดภาษาไทยกับเราก่อน ทีนี้เราก็พูดภาษาไทย ส่วนเอ้เขาไปเป็นผู้ช่วยเชฟค่ะ คือเหมือนกับว่าไปช่วยเชฟทำอาหาร เป็นลูกมือ เป็นร้านอาหารฝรั่งค่ะ”

แม้ชีวิตคู่จะล้มเหลวถึงสองครั้งสองครา แต่เจ้าตัวก็ยังกำลังใจดีไม่ท้อ บอกดีกว่าอยู่กันไปแล้วทุกข์ระทม รับ กลับมาเมืองไทยครั้งนี้ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะไม่ได้มีเงินทองติดตัวมาเยอะ
“เป็นหม้ายรอบสองก็ไม่ท้อนะคะ เพราะว่าหม้ายรอบหนึ่งนี่คือมันหนักไปแล้ว หนักมากไปแล้ว รอบนี้ก็เหมือนกับว่าเป็นการที่จากกันด้วยดี ดีกว่าอยู่ด้วยกันด้วยซ้ำ มันก็เลยไม่มีความรู้สึกว่าเสียใจหรือว่าหมดหวัง ก็เลยรู้สึกว่าเออมันเป็นอะไรที่ดีสำหรับทั้งคู่ดีกว่า อยู่ด้วยกันแล้วก็ทุกข์ทรมาน แต่หย่าครั้งนี้ก็เสียใจมากค่ะ ช่วงแรกๆ ร้องไห้ แต่ตอนนี้ก็แบบเป็นอะไรที่ในเมื่อเราก็รู้สึกว่าหย่ามันดีกว่านะ แต่ก็แค่เหมือนเสียดายที่มันไปไม่ถึงสุดทาง”

“ตอนนี้ปุ๊กกี้อยู่คนเดียวค่ะ (ที่บอกว่าครั้งนี้กลับมาเริ่มต้นจากศูนย์ แสดงว่าไม่ได้มีเงินกลับมาเยอะแยะ?) ใช่ค่ะ ก็คือเริ่มจากศูนย์ มาแต่กระเป๋า(หัวเราะ) แต่เงินมีค่ะ แต่ไม่ได้เยอะมาก เป็นหลักสิบล้านคือไม่ใช่อย่างนั้น คุณแม่กับคุณพ่อยังอยู่ที่นู่น(ออสเตรเลีย) คือจริงๆ แล้วอยากจะอยู่ใกล้ลูกมากกว่า คือพ่อแม่ก็คือพ่อแม่เราต้องเคารพรักใช่มั้ย แต่คือลูกคือลูกของเราที่จะต้องดูแลต่อไป ก็ควรจะอยู่ใกล้เขา”

“ตอนนี้แพทเติ้ล 10 ขวบค่ะ แล้วก็แบมแบม 7 ขวบค่ะ วางอนาคตลูกยังไง ก็คือไม่ได้คาดหวังกับเขานะคะว่าเขาจะต้องเป็นอะไร แต่อยากให้เขาเรียนจบแล้วก็เป็นคนดีในสังคม แล้วก็ดูแลตัวเองได้ก็พอแล้วค่ะ (จะเอาประสบการณ์ตัวเองมาสอนลูกมั้ย?) แน่นอนค่ะ(หัวเราะ) ก็เรื่องของอารมณ์ เพราะแต่ก่อนจะเป็นคนอารมณ์ร้อน อารมณ์รุนแรง จากการตัดสินใจแบบปุ๊บปั๊บมันก็เลยทำให้เรามีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น ก็จะให้เขาเป็นคนใจเย็นค่อยๆ คิดอย่างมีสติค่ะ”

ปัจจุบันกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว ตั้งใจอยากกลับมาทำงานและอยู่กับลูกที่เกิดกับ “ต๋อง สุรพันธุ์” ให้หายคิดถึง
“กลับมาอยู่เลยค่ะ ณ จุดนี้นะคะ อนาคตก็ไม่แน่ไม่นอนเหมือนกัน เพราะว่าตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะกลับมาอยู่เมืองไทย ก็ ณ จุดนี้ก็คือคิดว่าอยากจะกลับมาทำงานที่เมืองไทยอีกสักครั้งนึง ก็คิดถึงเหมือนกัน เพราะว่าไปอยู่ที่ออสเตรเลียปีนึงก็ไปนั่งเฝ้าคิดถึงเมืองไทยตลอดเวลา ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะกลับมารักษาตัวแล้วก็กลับมาทำงานเต็มที่ แล้วก็ได้อยู่กับลูกด้วย”

“คือเหมือนกับว่าเราเกิดที่ออสเตรเลียจริง แต่เหมือนกับว่าลึกๆ แล้วเหมือนคิดถึงเมืองไทยมากกว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร(หัวเราะ) แต่มันเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าอยู่เมืองไทยแล้วมีความสุขกว่า เพราะตอนที่ตัดสินใจไปอยู่ออสเตรเลีย ก็เพราะรู้สึกว่าธุรกิจหรือเศรษฐกิจของไทยค่อนข้างจะเริ่มแย่ ก็คุยกับทางเอ้ว่าเราจะไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ดีมั้ย ก็ย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย ซึ่งปุ๊กกี้ก็อยากจะไปเรียน กลับไปเรียนหนังสืออีกครั้งนึง ก็เลยได้ไปเรียนการโรงแรม และเป็นสิ่งที่เราอยากทำมานานแล้วก็ได้กลับไปทำ แล้วบวกกับให้เอ้ไปเจอวัฒนธรรมอีกแบบนึงซึ่งเป็นของเรา ได้ไปอยู่ได้สัมผัส”

“ยอมรับว่าเข็ดการแต่งงาน แต่ว่าไม่เข็ดเรื่องความรัก เพราะว่าถ้าจะบอกว่าเข็ดเรื่องความรัก มันไม่ใช่น่ะค่ะ ความรักคนเราเป็นมนุษย์เหมือนกันก็ต้องการความรัก แต่ว่าจะแต่งงานอีกสักครั้งมั้ย คงไม่แน่นอน(หัวเราะ) คุณแม่ก็ให้กำลังใจค่ะ ซึ่งท่านก็พยายามบอกว่าไม่เป็นไร คือไม่จำเป็นต้องแบบว่ามีน่ะ สามีอยู่ด้วยกัน คือเพราะว่าชีวิตกี้ก็ค่อนข้างขึ้นๆ ลงๆ มาตลอด ก็ถือว่าจะได้มีเวลาดูแลลูกให้เต็มที่”

“ลูกก็อยู่กับพี่ต๋องค่ะ ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้เจอค่ะ เพราะว่าเหมือนกับกลับมาครั้งนี้เริ่มจากศูนย์ใหม่อีกครั้งนึง ก็เลยทุกอย่างจะต้องแบบว่าต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป กี้เพิ่งกลับมาวันที่ 22 มีนาฯค่ะ ลูกก็ยังไม่ทราบเรื่องของเรา(หย่า) เพราะว่าตัวเราเองก็ยัง เหมือนกับว่าไม่รู้จะอธิบายยังไง ก็คือเราตกลงกันด้วยดีค่ะ ว่าเราจะช่วยกันดูแลลูก แต่ว่าในเมื่อตัวเรายังไม่พร้อม ไม่ว่าจะเรื่องที่อยู่หรือว่าความมั่นคง ทางพี่ต๋องมั่นคงกว่า ก็ให้ลูกอยู่สบายๆ แล้วเราก็สามารถไปมาหาสู่กัน เอามานอนได้ ดีที่ได้กำลังใจจากลูกๆ น่ะค่ะ เพราะว่ามันไม่มีอะไรที่แบบว่าที่เราจะรักได้มากไปกว่านั้น พี่ต๋องไม่ได้กีดกันเลยค่ะ คือเขาแบบดีมากๆ เรื่องนี้ คือรู้กันอยู่แล้ว”

แง้มอยากกลับมาทำงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง หลังห่างหายไปนาน 13 ปี
“ค่ะ ก็อย่างที่บอกว่าหายไปประมาณ 13 ปี ตั้งแต่งานชะลาล่าใช่มั้ยคะ ทีนี้พอกลับมาครั้งที่แล้วรู้สึกว่ามันยัง มันแบบไม่ค่อยชัดเจน (หัวเราะ) ไม่รู้จะพูดยังไง คือไม่ค่อยชัดเจน ก็เลยคิดว่าอยากกลับมาทำอะไรที่เหมือนกับว่าตั้งใจทำจริงๆ แล้วก็ทำธุรกิจด้วย ควบคู่กันด้วย เพราะว่าก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความสวยความงาม(หัวเราะ) แต่ว่าย้ายตำแหน่งจากแต่ก่อน จากหน้าอกกลับมาเป็นใบหน้า เพราะคิดว่าอย่างผู้หญิงทุกคนก็อยากจะสวย แล้วตัวปุ๊กกี้เองก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยที่ดูแลรักษาหน้ามาตลอด แล้วจะมีบางครั้งว่า เอ๊ะ อายุ 30 แล้วเหรอ”

“คือจริงๆ แล้วชอบร้องเพลงค่ะ เหมือนกับว่าที่หายไปกลัวการร้องเพลงไปเลย ไม่ได้จับไมค์อีกเลย ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่พอได้แยกทางแล้วกลับมาคือชอบร้องเพลงมากๆ มันเหมือนอาจจะเป็นอะไรที่ค้างคาในใจอยู่รึเปล่า แต่ก็ต้องดูก่อนค่ะ ว่าตลาดตอนนี้เป็นยังไง รู้สึกว่าจะมีน้องๆ เกิดขึ้นมาใหม่มากมาย ก็เลยแบบว่าต้องดูก่อนค่ะว่าจะเดินต่อไปทางไหนดี”

เจ้าตัวพยายามมองมุมกลับ เอาสิ่งผิดพลาดที่ผ่านมาเป็นบทเรียนเตือนสติให้ใช้ชีวิตระมัดระวังมากขึ้น
“ถ้าคนมองอยู่จากสื่อนะคะ ก็จะมองว่าปุ๊กกี้นี่แบบชีวิตขึ้นๆ ลง ๆ แล้วก็จะมีแต่ภาพลบตลอดเวลา แต่เรารู้ตัวเราเองว่าเราเป็นยังไง แล้วก็คนใกล้ชิดก็รู้ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นแค่มุมๆ นึงที่ถูกเสนอออกไป แต่ว่าอย่างที่บอกค่ะว่าเรื่องที่ดีก็ควรเอาไปเป็นตัวอย่าง เรื่องที่ไม่ดีเอาเก็บไว้เป็นบทเรียน เหมือนกับให้น้องๆ ดูว่าถ้าเดินในมุมนี้จะเกิดอะไรขึ้น หรือว่าคิดว่าชีวิตกี้เป็นหนังเรื่องนึงแล้วกัน ก็มันมีดีและไม่ดี ก็เอาตัวอย่างนี้ไปใช้กับตัวเองได้ค่ะ”

“พอเรามองย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ที่คุณแม่ออกมาต่อต้าน ก็จะรู้สึกว่าใช่เนอะ อะไรอย่างเนี้ย(หัวเราะ) คือตอนเด็กๆ ก็มองกลับมาว่าใช่ คือแม่ทำทุกอย่างเพื่อที่จะปกป้องเรา แต่ว่า ณ วันนั้นปุ๊กกี้ก็มีเหตุผลที่จะต้องออกไปมีครอบครัวก่อนวัยอันสมควร นั่นคือเรามีท้อง มีน้อง แล้วตัดสินใจว่าจะเอาลูกออกหรือจะเสียสละชีวิตทุกอย่าง ก็คิดว่าเอาลูกออกเนี่ยทำใจไม่ได้ ก็คงต้องเสียสละ แล้วก็เดินไปเส้นนั้นน่ะค่ะ คือตอนนั้น 17-18 มั้งคะ ก็ไม่พร้อมจริงๆ ค่ะ แต่คือด้วยคำว่ารับผิดชอบ มันก็เลยจะต้องเป็นแบบนั้น”

“ตอนนี้ยังไม่อยากเปิดรับใครค่ะ(หัวเราะ) เดี๋ยวขอพักนิดนึงเพราะว่ารู้สึก 10 ปีที่ผ่านมามันเป็นเรื่องที่มีแต่เรื่องความรักวุ่นวาย ก็อยากจะเหมือนกับว่าได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ไม่เหนื่อยนะ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้ที่ไหนอีกแล้ว (หัวเราะ) แต่หนักค่ะ บอกตรงๆ ว่าหนัก ครั้งแรกที่เจอรู้สึกท้อมาก แต่ว่าพอผ่านไปรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ท้าทาย แล้วมันให้กับเรามากกว่า เราอย่าไปคิดว่ามันลบ มองอีกมุมนึงมันหล่อหลอมให้เราเป็นได้ทุกวันนี้ค่ะ”

แตงโม

Monday, May 11th, 2009



ดูคลิปได้ที่
www.numwan.com/clip

“แตงโม” เหวอ ไฮโซโผล่ทวงสิทธิ์ความเป็นแม่ เจ้าตัวตอบงงๆ เจอแม่เป็นปกติ แถมยังยัน แม่อยู่ลาดพร้าว ไม่ใช่อเมริกา แต่กลับอ้ำอึ้ง ไม่คอนเฟิร์มคนที่อ้างตัวใช่แม่ตัวจริงหรือเปล่า? บอก ขอเวลาเช็คข้อมูลและปรึกษาพ่อก่อน พร้อมให้ความกระจ่างเร็วๆ นี้

ทำเอานางเอกสาว “แตงโม ภัทรธิดา วัชะวีรพงษ์” ถึงกับเหวอกับข่าวที่ทางหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่า ไฮโซนามว่า “พนิดา ศิริยุทธโยธิน” ภรรยาท่านทูตไทยในสวิสเซอร์แลนด์ ได้ออกมาทวงสิทธิ์ความเป็นแม่ และอยากจะขอเลี้ยงดู หลังจากได้ทอดทิ้งเนื่องจากหย่าร้างกับพ่อของสาวแตงโม ตั้งแต่สาวแตงโมยังเด็กๆ ครั้นพอเจ้าตัวได้เจอผู้สื่อข่าวก็เลยขอเคลียร์เรื่องดังกล่าว โดยยอมรับยังงงๆ กับข่าวนี้อยู่ว่าออกมาได้อย่างไร ก่อนปัดที่จะคอนเฟิร์มว่าสาวไฮโซคนนี้คือแม่ตนจริงๆ หรือเปล่า บอกขอเวลาหาข้อมูล และปรึกษาพ่อก่อนออกมาชี้แจง

“เรื่องของคุณแม่เป็นเรื่องที่ภายในครอบครัวของโม ยังไม่มีการเจรจากัน ยังไม่มีการพุดถึงเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นโมขออนุญาตในการสรุปเรื่องนี้ ขอเวลาหาข้อมูลเรื่องนี้ขอใช้เวลากับมันให้นานกว่านี้หน่อย เพราะว่ามันก็ค่อนข้างสำคัญมากๆ สำหรับเรื่องครอบครัวเรื่องแม่ แล้วตอนนี้โมยังไม่มีข้อมูลอะไรที่ให้สัมภาษณ์ได้เลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ครอบครัวโมก็ค่อนข้างแปลกใจ ที่มีข่าวแบบนี้ลงทั้งๆ ที่ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กันเลย”

“คือตอนนี้โมงงๆ เพราะข่าวนี้ลงหนังสือพิมพ์ โดยที่บ้านโมยังไม่มีการพูดเรื่องนี้กันเลย คุณพ่อคุณแม่ยังไม่เคยพูดเรื่องนี้กันเลย โมก็ไม่เข้าใจว่า เรื่องที่ลงหนังสือพิมพ์มาจากไหน สาเหตุมาจากไหน ปลายเหตุอยู่ที่ไหนโมไม่ทราบเลย เพราะว่าในครอบครัวโมยังไม่มีการพูดเรื่องนี้ ทุกวันนี้ครอบครัวโมยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่เราแค่แปลกใจว่าข่าวมันออกมาได้อย่างไง มันก็คงต้องใช้เวลา เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนโมยังไม่มีข้อมูลจะตอบเลยคะ”

“ส่วนหนึ่งโมงงว่าโดยความจริงแล้วเรื่องมันเป็นอย่างไร มันควรจะมีเหตุ ควรจะมีมูลก่อนที่หนังสือพิมพ์จะลง แต่เรื่องนี้บ้านเราไม่ทันที่จะพูดถึงกันเลย โมก็เลยไม่ทราบว่ายังไงที่มาที่ไปเป็นอย่างไง และโมเองก็ไม่ได้ถามไม่ได้ศึกษา ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรใดๆ คนในครอบครัวก็ยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ จนถึงทุกวันนี้แค่สงสัยกันเฉยๆ แต่เรายังไม่ได้ตกลงอะไรกัน”

“สักวันหนึ่งคงต้องเป็นประเด็นขึ้นมา เพราะหลายคนก็อยากทราบข่าวความเป็นมา ว่าความจริงคืออะไรและตัวโมเองก็อยากรู้ที่มาที่ไปเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่การที่ลงหนังสือพิมพ์ไปคงเป็นการที่ใครบางคนไม่อยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว เพราะฉะนั้นโมอยู่ในวงการคนที่อยู่ในวงการเต็มตัวคือโม ไม่ใช่พ่อแม่หรือคนในครอบครัว มันมีผลกระทบต่อโมค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันก็เลยถูกหยิบมาเป็นกระแส”

“แต่เราจะอธิบายจะสื่อสารอย่างไรให้คนทางบ้านเข้าใจ เพราะคนทางบ้านบางบ้านอาจจะใช้ครอบครัวเราเป็นตัวอย่างก็ได้ เพราะฉะนั้นขอโอกาสคิดนึดนึง เพราะมันก็ค่อนข้างจะสำคัญ และมันก็จะอยู่ในใจทุกคนตลอดไป และจะอยู่ในใจของโมตลอด เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดมากๆ ถ้าโมพูดอะไรไปอาจจะมีผลต่อโมในอนาคต อาจจะมีผลกระทบต่อคุณพ่อคุณแม่ด้วย”

“คุณพ่อตอนนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ เพราะทุกวันนี้ก็ทำงานเป็นปกติ กลับบ้านดูละครไปเดินชอปปิ้งตามห้างฯ คือเรื่องนี้มันยังไม่มีการพูดคุยในบ้านโมเลย โมเลยงงว่าหนังสือพิมพ์เอามาจากไหน”

“ยังไม่ขอพูดอะไร ขอให้สัมภาษณ์แค่ครั้งเดียวเพราะฉะนั้นขออนุญาตรบกวน รอไม่นานเกินควร โมขอตอบทีเดียวดีกว่า ถ้าโมพูดไปวันนี้มันอาจจะมีผลหรือไม่มีผล เพราะฉะนั้นวันนี้โมปลอดภัยไว้ก่อน ขอเวลาเพื่อสักวันหนึ่ง โมจะออกมาพูด รู้เรื่องแล้วทุกอย่างจะกระจ่างได้ผลสรุป โมขอหาข้อมูลก่อนว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า โมพร้อมอยู่แล้ว โมพูดได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่อธิบายก็เข้าใจตรงกันแค่นั้นเอง พอเราอธิบายทุกคนก็เข้าใจตรงกับเรา แต่โมยังไม่ทราบเลยว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่”

ยัน ตนจะหาทางออกให้ดีที่สุดสำหรับสองฝ่าย ก่อนที่จะออกมาให้อธิบาย
“โมต้องหาทางออกให้ดีที่สุด สำหรับทุกๆฝ่าย จะพยายามไม่นาน เพราะโมเข้าใจว่าทุกคนรอและโมก็อยากสบายใจด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้มันเคลียร์ให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ขอใช้ความคิด และถ้าโมเป็นคนที่ไม่มีงานในวงการบันเทิงหรือไม่มีงานทำทุกวัน โมคงคิดเรื่องนี่ได้เร็วแล้ว แต่ดันมีงานทำทุกวันโมเลยยังไม่พร้อมที่จะเอาเรื่องนี้มาคิด ภายในวันสองวัน ขอใช้เวลาค่อยๆ คิดเพราะว่าโมต้องทำงาน กลัวมีผลกระทบต่อคนอื่นๆ ต่อตัวเอง เพราะฉะนั้นขอเวลา แต่ว่าสัญญาว่าสักวันต้องอกมาพูด มาอธิบายแน่นอน”

ถามถึงความสัมพันธ์กับคุณแม่ว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาได้เจอหรือพูดคุยกันบ่างหรือไม่ สาวแตงโมบอกว่า….
“เราพูดคุยกันเป็นปกติอยู่แล้วค่ะ ทุกอย่างเป็นไปตามปกติเหมือนกับครอบครัวอื่นที่เขาเป็นกัน เรายังไม่มีเรื่องนี้มาคุยในครอบครัว แต่โมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอามาลง คุณแม่ไม่ได้อยู่อเมริกาคุณแม่อยู่แถวลาดพร้าวค่ะ”

“โมตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะ แต่มันก็ต้องใช้วิจารณญาณ เพราะว่าเรารู้จักคุณพ่อคุณแม่ดีพอมากน้อยแค่ไหนที่เราจะตัดสินใจว่า การกระทำที่แท้จริงหรือว่ามันเป็นแค่ข่าว โมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ในครอบครัวทุกๆ คนรู้จักกันดีหมดอยู่แล้ว จริงๆ แล้วคนในครอบครัวโมให้การดูแลโมเป็นอย่างปกติ เพราะฉะนั้นโมเลยงงว่าข่าวนี้มาจากไหน แล้วโมก็โตแล้วด้วย ถ้าแย่งเด็กเล็กๆ โมก็พอเข้าใจ แต่มาเป็นอย่างนี้โมก็ เอ๊ะ ข่าวนี้…”

สอบถามถึงความรู้สึกที่มีต่อแม่ของตนเอง เจ้าตัวตอบไม่ตรงคำถาม ยังไม่ทราบว่าเป็นแม่ตนจริงหรือเปล่า แต่ตนก็ยังทำชีวิตเป็นปกติ
“ทุกวันนี้ครอบครัวโมยังใช้ชีวิตตามปกติ เหมือนอย่างที่ดำเนินมา ยังไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคิดหรือว่ายังไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องเข้าไปเลย คือตอนนี้หนังสือพิมพ์รู้ข้อมูลข่าวก่อนที่โมและครอบครัวจะรู้ เพราะฉะนั้นโมขอพูดเลยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าโมยังไม่ทราบเลย เขาเป็นแม่จริงๆ หรือเปล่า โมไม่ทราบอะไรเลย และตอนนี้โมก็ยังไม่ได้จัดแจงหรือจัดการอะไรเลยคะ”

ยุ้ย” ย้ำสัมพันธ์ “ธันญ์” เป็นศูนย์ ปฏิเสธข่าว “ต้อง

Sunday, May 10th, 2009


“ยุ้ย” ปัดควง “ธันญ์” ร่วมงานบวช “อู” บอก ไปกันหลายคน ฟันธงสัมพันธ์เป็นศูนย์ ไม่มีทางพัฒนา เพราะฝ่ายชายมี “ต้อง” เป็นแฟนตัวจริงอยู่แล้ว พร้อมโต้สาวต้องโทร.วีน ลั่นเข้าใจกันดีไม่ต้องเคลียร์ ก่อนฟุ้ง มีหนุ่มๆ จีบเพียบแต่ยังไม่เปิดใจให้ใคร

ตอกย้ำความสัมพันธ์ไม่เลิกสำหรับสาว “ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม” กับหนุ่ม “ธันญ์ ธนากร” แฟนหนุ่มของสาว “ต้อง สุภัชญา รื่นเริง” เพราะล่าสุดทั้งคู่ได้เดินทางไปร่วมงานบวชของ “พระอู” (อู ภาณุ สุวรรณโน) ถึง จ. สุราษฏร์ธานี ก็เลยยิ่งทำให้หลายมองว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างไรกันแน่ เพราะตั้งแต่มีข่าวกุ๊กกิ๊กกันออกมา ทั้งคู่ก็ควงกันไปไหนมาไหนอยู่บ่อยๆ ซึ่งค้านกับคำให้สัมภาษณ์ที่บอกว่าเป็นเพียงเพื่อนร่วมค่ายกันเฉยๆ

พอเจอตัวสาวยุ้ยในวันบวงสรวงละครเรื่อง “สวย แสบ ซิ่ง” ที่ค่ายดาราวีดีโอ วันก่อน เจ้าตัวก็เลยแจงให้ฟังว่า ไม่ได้ควงกันไปสองต่อสอง ต่างคนต่างไปแค่นัดไปเจอกันเฉยๆ พร้อมย้ำสัมพันธ์ แม้จะสนิทกันแต่ไม่มีเผลอใจแน่นอน เพราะฝ่ายชายก็มีแฟนอยู่แล้ว

“ธันญ์เป็นเพื่อนพี่อูอยู่แล้ว แล้วยุ้ยอยากจะบอกว่ายุ้ยสนิทกับพี่นัส(อานัส) พี่อู เมี่ยง(อติมา)ซึ่งจะสนิทกันมากไปไหนมาไหนด้วยกัน แล้วถึงเวลาที่พี่อูบวชก็ต้องไปทุกคนอยู่แล้ว แล้ววันนั้นตัวยุ้ยเองโชว์ตัวอยู่ที่กระบี่ ก็เลยนัดกันกับพวกธันญ์พวกเมี่ยงว่าไปด้วยกันซึ่งเป็นเรื่องปกติในกลุ่ม”

“จริงๆ แล้วธันญ์กับพี่อูเป็นเพื่อนสนิทกัน น้องเมี่ยงก็ไปไม่ได้ไปกันแค่สองคน ธันญ์เป็นเพื่อนชายที่สนิทที่สุดในวงการ เพราะเราก็จะไปเที่ยวกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ไม่มีการพัฒนา เป็นเพื่อนค่ะ ที่ไม่มีโอกาสไม่เกี่ยวว่าเขามีคนของเขาอยู่แล้วหรืออะไร เราเป็นเพื่อนกันแล้วยุ้ยบอกได้เลยค่ะว่าเป็นศูนย์ ไม่มีโอกาสแน่นอน ไม่คลิกอะไรกับใคร ยังไม่รับใครยังไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาได้”

“อย่างที่บอกว่าสนิทกัน แล้วเราก็เลิกกับปิ๊ด คนก็จะมองถึงความสัมพันธ์คิดว่าสนิทกับธันญ์ อย่างถ้าสนิทกับพี่นัสก็จะบอกว่าพี่นัสเป็นมือที่สามระหว่างยุ้ยกับปิ๊ด”

แจงกรณีที่มีกระแสข่าวสาวต้อง แฟนหนุ่มธันญ์ ทนไม่ได้กับข่าวที่เกิดขึ้นถึงกับโทร.วีนสาวยุ้ย พอเจอคำถามสาวยุ้ย ถึงกับงง บอกไม่จริง เพราะสาวต้องเข้าใจกับข่าวที่เกิดขึ้น
“ต้องไม่เคยคุยกับยุ้ยนะคะ เพราะเขาก็เป็นแฟนกันอยู่แล้ว แล้วธันญ์ก็บอกเองว่าไม่ได้มีปัญหา กับข่าวที่ออกมาก็ไม่ได้มีอะไร เพราะต้องเขาก็รู้อยู่แล้วว่ายุ้ยเป็นเพื่อนธันญ์ ไม่มีโทรมาคุยหรือเคลียร์อะไรแน่นอนคะ ต้องเขาก็เข้าใจข่าวอยู่แล้ว”

โต้ ข่าวไม่ได้ทำให้มีงานโชว์ตัวเพิ่มขึ้น ฟุ้ง ตนมีงานโชว์ตัวเยอะอยู่แล้ว
“งานโชว์ตัวของยุ้ยเป็นปกติอยู่แล้วนะ รับมาต่อเนื่องอยู่แล้วไม่ได้เยอะขึ้นหรืออะไร แต่ช่วงหลังก็มีงานคู่กัน แต่สำหรับยุ้ยไม่ได้อะไร เพราะว่าไม่มีอะไรจริงๆ ไม่ว่าเราจะทำงานก็ยังเป็นเพื่อนกัน แล้วในฐานะของงานเป็นเพื่อน แล้วจริงเราก็สนิทกันอยู่แล้ว และความสนิทก็เหมือนเดิม ยังนัดไปกินข้าวกันไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้ไปสองคนไปด้วยกันทั้งหมดในกลุ่ม”

ฟุ้ง ตนมีคนคุยแต่ยังไม่พร้อมให้ใจใคร พร้อมบอก คนเข้ามาใหม่ขอแค่คบแล้วสบายใจก็พอ
“คนเข้ามาก็มีบ้าง แต่ยุ้ยบอกได้เลยว่ายุ้ยให้ได้แค่เพื่อน ตอนนี้มีเข้ามาก็ไม่เยอะหรอกค่ะ ก็เป็นเพื่อนๆ กันอยู่ ตอนนี้ยุ้ยไม่มีอะไรไม่มีใครที่พิเศษ เพราะว่าเราไม่ได้คิดอะไรด้วย ก็ไปไหนไปกันเฮกัน จริงๆ แล้วแคร์ทุกคนไม่อยากให้เขามาเข้าใจเราผิด ยุ้ยก็เลยพยายามที่จะออกมาเคลียร์ทุกอย่าง เพราะว่าเราไปไหนก็ยังไปกันเพราะเราเป็นเพื่อน ถ้ามีข่าวออกมาแล้วเรามาเลิกคบกันมันก็ไม่ใช่”

“มุมมองความรักไม่เปลี่ยน และถามยุ้ยว่ายุ้ยต้องการความรักไหม ต้องการมาก ยุ้ยต้องการความรักมาก ความรักยังดีเสมอ ไม่ได้กลัวไม่ได้เข็ดอะไร ไม่ต้องคิดเยอะอะไรสำหรับคนที่จะเข้ามาใหม่ เพราะยุ้ยคิดว่าช่วงแรกอะไรมันก็ดีไปหมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นอย่าไปคิด ถ้าเราคิดว่าอนาคตจะเป็นอย่างไงก็คงไม่มีความสุข คนเข้ามาแล้วเรามีความสุขก็โอเคแล้วคะ”

ผู้สื่อข่าวแย็บถามไปเที่ยวกับหนุ่มธันญ์บ่อยๆ กลัวเผลอใจไหม เจ้าตัวเขิน บอก ไม่เผลอหรอก เพราะเป็นเพื่อนกัน
“ยุ้ยไม่เผลอหรอกค่ะ เพราะว่าการเป็นเพื่อนเราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรคุยได้หมด เรื่องหัวใจเรื่องทุกอย่างคุยได้ ถ้าถามว่าเขาจะเผลอไหมก็คงต้องไปถามเขาค่ะ(หัวเราะ) ไม่น่าจะหรอกเพราะว่าอยู่ด้วยกันบ้าบอคอแตก เวลาเป็นเพื่อนกันก็จะเห็นทุกอย่าง ที่คนเป็นแฟนไม่ได้เห็น”

ภาพ “มาริโอ้” เมาปลิ้นคู่ “พลอย” บอกคออ่อน ไม่ชอบกินเหล้า

Saturday, May 9th, 2009




“มาริโอ้” โต้ข่าวเมาปลิ้นคู่ “พลอย” บอกเป็นคนคออ่อนไม่ชอบกินเหล้า แต่ย้ำอายุ 21 บรรลุนิติภาวะแล้วทำงานหนักก็ต้องมีเรื่องแบบนี้บ้าง

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า หนุ่มฮอต “มาริโอ้ เมาเร่อ” ชกข้ามรุ่นดอดขึ้นคอนโดรุ่นพี่สุดเซ็กซี่ “พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” และแม้ว่าทั้งคู่ได้จะออกมาปฏิเสธหัวชนฝาแล้วว่า ไม่จริ๊งไม่จริง แต่ล่าสุดก็มีภาพหลุดในงานปาร์ตี้เล็ดลอดออกมา โดยภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพที่พลอยถือแก้วหัวเราะคิกคักซบไหล่มาริโอ เล่นเอาเมาท์กันหึ่งว่า สงสัยจะปาร์ตี้กันสุดเหวี่ยง ด้านนักแสดงสาวฉุนขาดออกมาปฏิเสธเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ถึงคิวรุ่นน้องหน้าใสอย่างมาริโอบ้าง”

“มันไม่ใช่ภาพหลุดครับ เป็นรูปที่พี่ๆ เขาถ่ายแล้วเอามาลงไว้ในเฟสบุคส์ครับ เป็นภาพที่เราถ่ายกันเองครับ แสงในร้านมันทำให้เป็นแบบนั้นครับ แล้วเขาก็ถ่ายเป็นสโลด้วยครับ บางทีแสงแฟลชก็ทำให้หน้าแดงด้วยครับ”

“ตอนนี้อายุโอ้ก็จะ 21 แล้วครับ แล้วโอ้ก็บรรลุนิติภาวะแล้ว แล้วบางทีเราทำงานก็ต้องมีเหนื่อยบ้าง โอ้คิดว่าพี่ๆ และคนไทยทุกคนคงเข้าใจครับมันเป็นเรื่องธรรมชาติและก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ”

ยันไม่ได้เมาปลิ้นเพราะเป็นคนคออ่อนไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์
“วันนั้นโอ้ไม่ได้กินครับ เคยกินแต่ว่าวันนั้นไม่ได้กินครับ แต่ปกติถ้าไปวันเกิดหรืองานเลี้ยงอะไรก็มีกินบ้างครับ นิดหน่อย แต่โดยส่วนตัวโอ้แล้วไม่ชอบกินแอลกอฮอล์อยู่แล้วครับ กินแค่เบียร์ขวดเดียวก็หน้าแดงเพราะว่าคออ่อนมากครับ”

“วันนั้นเป็นงานของวันเดอร์เกิร์ลส์ครับ เขามาเมืองไทยแล้วโอ้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของฮานามิ เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นครับ ก็เลยไม่มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน แต่ด้วยความที่พี่พลอยชวนด้วย และก็อยากเข้าไปสวัสดีผู้ใหญ่ทางฮานามิด้วย ก็เลยเข้าไปในงานนั้นครับ และอยู่ก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ไม่ได้มีอะไรมึนเมา บางคนบอกไปอัพยาไร้สาระมาก ไม่มีแน่นอนครับ”

ส่วนความคืบหน้าคดีความที่อดีตผู้จัดการส่วนตัว “โกโก้ นิรุณ ลิ้มสมวงศ์” ฟ้องตนในข้อหาผิดสัญญาให้ปฏิบัติตามสัญญา เรียกค่าเสียหาย 6.3 แสน และตนกำลังจะฟ้องกลับนั้นเจ้าตัวรีบ โบ้ย ไม่ขอพูด แต่ในวันที่ 5 มิ.ย.ที่ศาลนัดไปแน่

“เรื่องเงินโอ้ไม่รู้เลยครับ รู้แต่เรื่องที่เขาให้ไปไกล่เกลี่ยโอ้ไปครับ ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ไปเพราะว่าทางศาลเขาไม่ได้ให้ไปครับ เรื่องยกฟ้องใครยกฟ้องคงเป็นเรื่องของอนาคตครับ เดี๋ยวขอคุยกันให้ชัวร์อีกทีครับ คุยนอกรอบกับพี่โกโก้คงไม่คุยครับ ให้อยู่ในชั้นศาลดีดว่าครับ”

“เรื่องฟ้องกลับโอ้ต้องขอโทษด้วยครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากครับและโอ้ก็ยังไม่สามารถพูดอะไรได้เลยครับ โอ้ขอให้คืบหน้าไปกว่านี้แล้วโอ้จะบอกครับ แต่วันที่เขาให้ไปโอ้ไปแน่นอนครับ วันที่ 5 มิ.ย.ถ้าให้ไปไกล่เกลี่ยโอ้ไปแน่นอนครับ”

ร้อนฉ่า “พลอย” เต้นโต้ “มาริโอ้” เมาปลิ้น “กรรชัย” เร่งเคลียร์มรดก

Friday, May 8th, 2009

หนุ่มฮอต
ฮอตอันดับ 1 ”หนุ่ม-กรรชัย” เร่งเคลียร์มรดก หวังแต่งว่าที่เมีย ”เมย์ เฟื่องอารมย์”
กระชากแชมป์เก่า ”แบงค์-แมร์” คู่รักจัดฉาก ลงไปกองสิ้นซาก!?

เล่นเอาปวดหัวตึ้บไปหลายเพลา จนต้องควักพาราเซตามอล ขนาด 500 มก.ยัดใส่ปากวันละหลายสิบเม็ด (อิอิ) สำหรับดาราหนุ่มจอมกะล่อน ”หนุ่ม” กรรชัย กำเนิดพลอย ที่กำลังมีประเด็นฟ้องร้องเรื่องการจัดการมรดกนับ 100 ล้านที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้หลังเสียชีวิต เมื่อหลายปีก่อนกับทางญาติผู้ใหญ่ นางวิมลรัตน์ ที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยง และพี่ชายต่างมารดา รวมทั้งหลานสาวที่โดนเฮียแกฟ้องฐานหมิ่นประมาท เพราะดันไปปากมากให้ข้อมูลสื่อชนิดไม่เข้ารูหูอย่างแรง…ง คดีความยังเคลียร์กันอีกนาน แต่ที่แน่ๆ ทั้งหมดน่าจะมาดวลความมันส์กันแน่ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ที่ศาล แต่จะจบลงเช่นไรนั้น ต้องติดตามกันให้ดี ตาห้ามกะพริบเด็ดขาด ส่วนถ้าเรื่องจบลงเร็ว เราๆ อาจจะได้ยลข่าวเด็ด ประมาณว่า ”หนุ่ม-กรรชัย” น่าจะสมหวังในความรักและลั่นระฆังวิวาห์กันสักที…หลังจากเฮ้ออ…อ ลุ้นกันมานาน คริ คริ!

ฮอตตามติดอันดับ 2 ”โกโก้” ทั้งเฮทั้งมึนคดีคู่ปรับตัวฉกาจ ”มาริโอ”
ปาดหน้าแซงรองแชมป์ ”พี่ฟลุค-เกริกพล” ไม่เห็นฝุ่น?

ช่วงนี้มีคดีความของคนดังมาให้แฟนๆ ได้อ่านกันจนตาแฉะ หูฉ่ำกันหลายคู่ หลายขนานเหลือเกิน และหนึ่งในคู่กรณีที่ยังเคลียร์กันไม่จบไม่สิ้นนั่นก็คือ ในรายของนักปั้น-ผู้จัดการดารา ”โกโก้” นิรุณ ลิ้มสมวงศ์ กับอดีตเด็กปั้นหน้าหล่อขวัญใจสาวทั่วประเทศ ”มาริโอ เมาเร่อ” ที่กระทำการฟ้องร้องเรื่องการแบ่งค่าเสียรายได้จำนวน 6 แสนบาท และทำท่าจะจบลงด้วยดี กับอีกคดีฟ้องร้องเรื่องละเมิดสัญญาเป็นจำนวน 6 ล้านบาท ที่ยังไม่ลงตัว และต้องสู้กันต่ออีกยก ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ แถมตอนนี้แว่วมาว่าทางฝั่ง ”มาริโอ” ชักจะดื้อขอฟ้องกลับเป็นจำนวนเงิน 4 ล้านอีกด้วย…งานนี้มันส์พ่ะย่ะค่ะ เพ่น้อง คาฟฟฟ!

ฮอตทะยานอันดับ 3”พีท เดอะสตาร์” ยกหน้าใหม่แจ่มซร้า งานเข้ารับเละ 8 หลัก!
ดึง ”พีเค-จูน” ร่วงหล่นชาร์ตไม่เป็นท่า…ชนิดคุณหมอไม่รับเย็บ

ทำเอาจำแทบ บ่ ได้ สำหรับหน้าตาที่ทั้งใส เนียน และจมูกโด่งเป็นสันยิ่งกว่าสะพานลอยข้ามหน้าพารากอนเสียอีก สำหรับนักร้องหนุ่มจากเวทีเดอะสตาร์ ”พีท เดอะสตาร์” ที่โผล่มาให้แฟนๆ ได้ฉงน สนเท่ห์ และเม้าท์กันสนุกปากว่า (ฮี) ไปทำอะไรมาทำไมถึงได้จ๊าบซะขนาด..จนได้ความว่าคุณเธอไปอัพจมูกมาใหม่ แต่ไม่ได้เน่าอย่างที่หลายคนคาดการณ์ เลยทำให้ความหล่อไปเตะตาเอเยนซี่สิงคโปร์ชักชวนไปเดินแบบซะเลย ฟันค่าตัวก็ไม่เท่าไหร่ เพราะเคยฟาดอิ่มหนำมากสุดก็ราว 8 หลัก ตอนยอมถอดเหลือเพียงกุงเกงในตัวเดียวเดินอวดปลาช่อนสุดตุงย่านนั้น!

ฮอตตามมาที่อันดับ 4 ”แทค-ภรัณยู” กับภาพแหวว ”หญิงแม้น” จน (มด) อิจฉา
มาแรงแซงทางโค้งเบียด ”พี่อ้วน” ตื๊อ ”ชาร์ม” กระเด็นตกชาร์ต!

งงกันไปทั่วสารทิศ ทันทีที่ได้ยลภาพชุดสุดเด็ด หวานแหวว ยิ่งกว่าขนมหวานมากองรวมกัน 10 อย่างจนมดแอบหมั่นไส้ สำหรับที่เค้าว่ากลายเป็นอดีตไปแล้ว อย่าง ”แทค-ภรัณยู” กับ ”หญิงแม้น” ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล ในงานหุงข้าวโชว์ 100 หม้อ ที่ห้างดัง ย่านราชประสงค์ วันก่อน โดยท่าทีของทั้งคู่ที่ก่อนหน้าออกมาพูดกันคนละทีสองทีว่าไม่มีอะไรในกอไผ่แล้ว กลับทำให้หลายๆ ฝ่ายต่างพากันลงความเห็นว่าน่าจะเป็นการกลับมาลมพัดหวนอีกครั้งก็เป็นได้ เพราะดูจากอากัปกิริยา (หวานเยิ้ม) ของทั้งคู่แล้ว บอกได้คำเดียวว่ามีลุ้นคืนดีกันมากกว่าครึ่งเลยทีเดียวเชียวละ คริ คริ!

ฮฮตปิดท้ายที่อันดับ 5 ”เคลลี่” หวิดปากหายเจอพิษดาบจนบวมเจ่อ!?
มาแรงง…ปิดท้ายแทนที่ของเดิมหนุ่มดำขำ ”แดน-วรเวช”

หวิดเสียโฉมซะแล้ว สำหรับหนึ่งในนักแสดงตัวนำละคร ”รุกฆาต” หรือ ”คมแฝก 2” สำหรับ ”เคลลี่-ธนพัฒน์” หวานใจของ ”เจ๊บี” น้ำอมฤทธิ์ เอ๊ย! น้ำทิพย์ เพราะดั๊นพลาดคิวบู๊ขณะเข้าฉากกับผองเพื่อนนักแสดงจนถูกดาบฟันเข้าที่บริเวณปาก แต่โอ้ว…โชคยังเฮง เพราะไม่ได้โดนเฉือนอย่างที่เข้าใจ แต่แค่ถูกตบจนปากช้ำ บวมเป่งไปหลายวัน แต่แค่นี้ถือว่าฟาดเคราะห์แล้วละ…รอดมาได้ครั้งนี้ถือเป็นบุญ เห็นทีต้องให้ ”น้องบี” ช่วยดูแลสุดฤทธิ์ แถมต้องพาไปทำบุญสะเดาะเคราะห์แล้วบ้างนะเนี่ย เชื่อสิ?

สาวฮิต
”พลอย” เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ปาร์ตี้สุดเร้า ดันเข้าที่ 1
”พลอย” โต้ควง ”มาริโอ้” เมาปลิ้น

ต้องบอกว่ารอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หนูพลอยเธอมีเรื่องราวที่ฮอตและฮิตสุดๆ เมื่อมีภาพปาร์ตี้สุดสนุกสนานของเจ้าตัวหลุดออกมา แหม…ถ้าดิ้นเมามันอยู่คนเดียวก็ไม่เท่าไหร่ แต่ที่เล่นควงพระเอกหน้าใส ที่เคยเป็นข่าวขึ้นคอนโดฯ ด้วยกันอย่าง ”มาริโอ้ เมาเร่อ” และแฟนสาว ”กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” อยู่ด้วยนี่สิ ที่สำคัญในมือถือขวดแชมเปญ คนก็นึกว่าเธอกินเหล้าเมายา ปาร์ตี้กันมั่วไปหมด งานนี้สาวพลอยเลยออกมาโต้ทันควันว่าภาพนี้เธอไม่ได้เป็นคนโพสต์เอง คงไม่โง่เอาภาพที่ตัวเองเมามาลงหรอก ส่วนใครเป็นคนดึงไปปล่อยนั้น สาวพล่อยเธอบอกไม่สน ที่สำคัญสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ยาสระผมใหม่ ”เคลียร์” ที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์อีกต่างหาก แหม…ร้อนแรง ฮอตฮิตขนาดนี้ เลยต้องยกตำแหน่งสาวฮอตประจำสัปดาห์ของสยามดารา ไปครอง

อึ้ง !!…”ชัญญ่า” โดน ”วิน” สาวไส้ ไฮโซเก๊…จัดฉากกินหมูกระทะ
เขี่ย…ชมพู่ นกต่อ จูง ”พิงค์กี้” ซบวิก 3

คิดว่าจบกันไปนานแล้ว กับคดีโซ้ยหมูกระทะ จนปากพอง ระหว่าง ชัญญ่า ทามาดะ ลูกครึ่งซามูไร-ไทยแลนด์ ที่ควง พี่วิน (ไรวินทร์) แฟนหนุ่ม เปิดใจข่าวฉาว ที่สืบเนื่องมาจากภาพเด็ด โซ้ย…ยย หมูกะทะกับคาสโนหนุ่ม…แล้ววตอบโต้กันไปกันมา จนได้ทำสนธิสัญญาสยบเม้าท์กันไปแล้ว
ที่ไหนได้มียก 2 เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดข่าวลือว่า ชัญญ่า ซวย เพราะวินกิ๊กเก่าออกมาแฉว่า เธอเป็นไฮโซเก๊ และเรื่องกินหมูกระทะกับคาสโนฟลุคเป็นการจัดฉาก …กก แถมแฉต่อไปว่า พร็อบเครื่องแต่งตัวของชัญญ่าเขาเป็นคนซื้อให้ทั้งหมด เพื่ออัพเกรด ยังไม่หนำใจ นายวินย้ำตอนนี้สัมพันธ์กับสาวลูกครึ่งห่างกันแล้วเป็นแค่เพื่อน ไม่สนิทเหมือนเดิม งานนี้คนที่ดีใจที่สุดเห็นจะเป็นคาสโนว่าชอบของแพงคนนั้น

”มด” ฉาวซ้ำ จูบ ”คริส” กลางสระ (อีก)
คืนชีพ กลบ ”แนท” ซิ่งสะเดาะห์ซวย

ออกมาร่ำให้ขอโทษขอโพยว่าเสียใจกับภาพหลุดจูบกับ คริสโตเฟอร์ แฟนหนุ่มไปหลายรอบ แต่ดูเหมือนว่า หนึ่งในดูโอสุดซ่าส์มันหยดติ๋งอย่าง ”มด” คุณัชญา ชัยรัตน์ ไม่เข็ด ไม่หลาบ ไม่จำเหมือนที่ปากพูดไว้เล้ย

เพราะล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีกระแสร่ำลือข่าวว่า เจ้าหล่อนน่ะไปจูบปากกับคริสที่สระ ในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง…ขนาดรปภ.ไม่ไหวจะเคลียร์ เพลียที่จะเตือนกันเลยทีเดียว

อุ๊ย..จริงหรือไม่?? …งานนี้ต้องไปถามจากปากมด แต่…ภาวนาว่าอย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย สงสารหัวอกคนเป็นแม่

”หยาด” รับ ”จ๋า” ขอเคลียร์ สันนิษฐาน ”ไผ่” มีเอี่ยว !
กลบข่าว ”ยุ้ย-จีรนันท์” สวยด้วยมีดหมอ !!

ยังไหวจะเคลียร์ ยังไม่เพลียที่จะพูดถึงคดีเด็ด…คดีดังของแม่สาวโสดสองคนนี้จังเลย ก็จะใครซะที่ไหน ถ้าไม่ใช่ เรื่องจากปาก หยาดทิพย์ ราชปาล ชี สารภาพว่า ”จ๋า” ณัฐฐาวีรนุช ทองมี โทร.มาขอเคลียร์

แต่…ไม่ยอมบอกว่าเรื่องไร งานนี้ใครๆ สันนิษฐานไปได้ไกลโพ้น น่าจะเรื่องของ หนุ่ม ไผ่ วันพ้อยท์ ที่ตกเป็นข่าวกิ๊กกับหยาดนั่นเอง

งานนี้…หยาดเคลียร์ซ้ำคำเดิม ไม่ได้กินเกาเหลากับจ๋าอย่างแน่นอน และไม่ปรารถนาจะโซ้ยเมนูเด็ดดังกล่าวอีกด้วย…ที่สำคัญเจ้าตัวยืนยัน ไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าวนี้ชัวร์

แหม…พูดจาไม่เคลียร์แบบนี้ เห็นทีน้องหยาดต้องกลายเป็นผู้ต้องหาเลิฟสามเส้าไปอีกน้าน ..นนน

หญิงแม้น รับไม่ได้…เจอ พลอย อริเก่า
เขี่ยข่าว ”นก” (หน้า) บาน ”วินนี่” แหย่ทั้งวัน

จบข่าวกันไปน้าน..นน แถม ”พี่แทค” ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม ก็ได้ตัดสวาทขาดใยไปแล้ว แต่…ก็มีควันหลงของลมเพชรหึงจนได้ เพราะในงานอีเวนต์งานหนึ่ง หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล หญิงสาวผู้มีชาติตระกูล ได้โคจรมาประจันหน้ากับ พลอย ลิตเติ้ลว้อยท์ หรือ ณัชชา สวัสดิรักเกียรติ ซึ่งครั้งหนึ่งวันนั้นน้องพลอยคนนี้ล่ะที่เคยเผลอยื่นมือที่ 3 เข้ามา ในระหว่างที่หญิงแม้นคบหาดูใจกับอดีตชายเจ้าของสโลแกน ไม่หล่อ แต่อร่อย…

งานนั้นหญิงแม้นกล้าหาญ หาญกล้ารับเต็มปากว่า…ทำใจได้ที่เจอทิดแทค กิ๊กเก่า แต่เจ้าหล่อนทำใจไม่ได้ที่จะมาเจอหน้ากับนักร้องสาว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำตัวเป็นคลื่นรบกวนรักของเธอ

เฮ้อ…เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ลมใดจะแรง…งง เท่าลมเพชรหึงนั้นไม่มีหรอก

กรอกข้อมูลมาให้ทุกท่านได้อัพเดตเพื่อความบันเทิง…ไว้ชลอความชรา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในยามที่โลกร้อนเช่นนี้ สยามดาราคงช่วยคุณได้

เสียวสุดติ่งกับเกมส์โชว์ญี่ปุ่น

Friday, May 8th, 2009


ช่างคิดเนอะรายการนี้ลงทุนน่าดูเลย จ้างสาวๆเพียบอ่ะ