Archive for June, 2009

นุ๊กสุธิดา รับไม่มีขอคืน แน่นอน

Tuesday, June 30th, 2009

นุ๊ก รับ ป้อ ตามเฝ้าจริง แต่ไม่มีรีเทิร์น แน่นอน

“นุ๊ก” เผย “ป้อ”ตามเฝ้าจริง แต่เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ไม่คิดจะรีเทิร์นแน่นอน เหตุฝ่ายชายมีคนที่รักกันมากอยู่แล้ว ส่วนตัวเองยังไม่อยากมีรักใหม่ หวั่นกลัวลูกเสียใจ
       
       หลังจากอดีตนักร้องชื่อดัง “นุ๊ก สุธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา” ได้รับอิสรภาพ อดีตสามี “ป้อ บุญสิทธิ์ ธรรมโรจน์พินิจ” ยอมหย่าให้เมื่อไม่นานมานี้ แต่ล่าสุดกลับมีคนเห็นหนุ่มป้อตามไปเฝ้าสาวนุ๊กตามงานอีเว้นต์ หลายคนเลยสงสัยว่าทั้งคู่จะกลับมาคืนดีกันอีกหรือเปล่า? ซึ่งกับเรื่องตามเฝ้า สาวนุ๊กยอมรับว่าไปจริง แต่เรื่องรีเทิร์นไม่มีแน่นอน
       
       ”ก็ตามค่ะ เป็นเพื่อนกันก็ตามไปเที่ยวไปไหนด้วยกันบ้างบางครั้ง ในฐานะเพื่อนก็เจอกันบ้าง กินข้าวกับครอบครัวบ้างเป็นปกติ และเราก็ชัดเจนอยู่แล้ว ทำให้ชัดเจนเดี๋ยวเขาก็ชัดเจนกับเรา เขามาเป็นเพื่อนไม่ได้ขอคืนดี อู๊ย เขาไม่ได้ง้อหรอก เดี๋ยวแฟนใหม่เขาว่าเอา เขาก็มีแฟนของเขาแล้ว และเขาก็รักกันมากด้วย”
       
       ”เขาไม่ได้เปลี่ยนวิธีมาตามง้อนุ๊ก คงเป็นเพราะเราคุยกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน คุยกันด้วยเหตุผลและพยายามใจเย็น เพราะท้ายสุดแล้วคนที่ได้ผลกระทบมากที่สุดคือลูก ไม่อยากให้เป็นแบบว่าพอลูกโตขึ้น เราจะต้องมานั่งด่าพ่อเขาให้เขาฟัง หรือพ่อเขาจะต้องมานั่งด่าแม่เขาให้เขาฟัง มันคงไม่ใช่เรื่องดี ในฐานะเพื่อนเราก็ยินดีให้เขาตาม เวลามีหนุ่มๆ โทรมาต่อหน้าเราก็จะคุย เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย นุ๊กก็คุยปกติ เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางหึงอะไร เพราะเราก็ชัดเจนในการกระทำของเราว่า เราเป็นเพื่อนกันจริงๆ”
       
       ”ถามว่านุ๊กอยากกลับไปคืนดีกับเขาไหม ไม่ค่ะ อยู่เป็นเพื่อนกันดีกว่า ทะเลาะกันก็ไม่แตกหัก เป็นเพื่อนกันไป แต่ถ้าเป็นแฟนเดี๋ยวแตกหัก ตรงจุดนี้เลยเป็นข้อดีสำหรับลูกคือ พ่อแม่ต่อให้แยกกันอยู่ พ่อจะไปใช้ชีวิตหรือมีชีวิตใหม่ แม่จะทำอะไร แต่พ่อกับแม่ยังคุยกันดีและเป็นเพื่อนกัน มันก็เป็นผลดีต่อลูก ตอนนี้ตัวเขาก็คงปรับตัวดีขึ้น เพราะเขามีแฟนใหม่ที่รักกันมาก ฉะนั้นเขาคงต้องทำตัวดีๆ ไม่อย่างนั้นแฟนเขาก็ไม่อยู่กับเขาเหมือนกัน”
       
       แม้ว่าอดีตสามีจะมีแฟนใหม่ไปแล้ว แต่สาวนุ๊กกลับยังไม่อยากมีแฟน เพราะกลัวลูกเสียใจ
       
       
“หาอยู่ค่ะ (หัวเราะ) พูดเล่น ยังไม่อยากมีแฟน ถ้ามีคนโทรมาคุยด้วยไปกินข้าวเป็นกลุ่มๆ ยังรู้สึกแฮปปี้กับแบบนี้อยู่ ตลอดชีวิตนุ๊กเหมือนมีแฟนมาตลอด ตอนเป็นเด็กเราทำงานทุกวัน ก็เลยอยากมีแฟน พอมีแฟนแล้วเราก็รู้สึกว่าแฟนคือบัดดี้ เราก็จะให้ความสำคัญกับการมีแฟนตลอด แต่พอแก่แล้วเป็นโสดบ้างก็ดี (หัวเราะ) ถามว่าเข็ดกับความรักหรือเปล่า นุ๊กกลัวลูกเสียใจมากกว่า รอให้เขาโตกว่านี้ก่อน ก็ไม่รู้ว่ากลัวความรักหรือเปล่า ไม่รู้เขาหล่อหรือเปล่า ถ้าหล่อก็ไม่กลัว (หัวเราะ)”

น้องแพร อภิชญา อึ๋มโตครๆๆ

Monday, June 29th, 2009

ทูพีซ กระชากใจ น้องแพร อภิชญา

ทูพีซ กระชากใจ น้องแพร อภิชญา

ทูพีซ กระชากใจ น้องแพร อภิชญา

ทูพีซ กระชากใจ น้องแพร อภิชญา

โว้วววว…วๆๆ เย้! มีของดีของเด็ดขั้นสุดยอดมาให้ชมกันอย่างเพลิดเพลินอุรากันอีกแล้ว สำหรับภาพชุดสุดสวย สยิว ของเหล่าบรรดาคนดัง นางแบบ ที่แวะเวียนผันเปลี่ยนขึ้นอวดโฉมบนแผงหนังสือทุกวี่วันเป็นประจำร่วม 4 ปีให้แล้ว…และเรา ”สยามดารา” ขอสัญญาว่าจะขยันหาสิ่งที่ดีสำหรับคุณมานำเสนอกันนะคร้าบ!!

ฉบับนี้ถึงคิวของสาวสวยเจ้าของตำแหน่งแชมป์ GND 2009 นาม ”น้องแพร” อภิชญา มั่งมีผล ที่ต้องขอแอบชมแบบออกนอกหน้าว่า สวย ใส อวบ อัด รัดรึง ตราตรึงใจมั่กๆ ยิ่งลีลาการโพสท่าภายใต้ชุดทูพีซหลากสีด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะจะโคนเชียวละ…ว่าแล้วก็ขออนุญาตไปหาทันตแพทย์แก้อาการเสียววว..ดีกว่า!?

เมียใครเนี่ยจิ๋มสวยโคตรๆๆ

Saturday, June 27th, 2009


น่าตาเธอก็จัดว่าสวยด้วยอยากเห้นของในจังว่าจะดี เหมือนน่าตารึเปล่า

ชมพู่อารยา ควงหนุ่มสุดหล่อ

Saturday, June 27th, 2009

ชมพู่ โต้ควง หนุ่มนักการเมือง

นางเอกสาว ”ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต โต้ภาพหลุดควงหนุ่มตี๋นิรนามไม่ใช่ตน พร้อมขอดูรูปอีกครั้ง ส่วนนักการเมืองมาจีบเป็นไปไม่ได้เพราะอยู่คนละวงการ

 

ออกโรงปฏิเสธทันควัน สำหรับนางเอกสาว ”ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่โดนมือดีปล่อยภาพหน้าคล้ายเจ้าตัวขณะกำลังเดินควงหนุ่มตี๋นิรนาม จนหลายคนมองว่านี่อาจเป็มหนุ่มคนใหม่ที่มาดูแลหัวใจหลังจากที่เจ้าตัวเป็นโสดมาได้ระยะหนึ่ง ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอนางเอกาวชมพู่ ในงาน มีต แอนด์ กรีต ชมพู่ บลูโอ้ โบลลิ่ง ที่ห้างสยามพารากอน วานนี้ ซึ่งชมพู่ได้เผยถึงภาพหลุดดังกล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ตน เพราะทรงผมผู้หญิงในรูปนั้นตนไม่เคยทำ และก็ขอดูรูปอีกครั้ง
 
”คือไม่น่าจะใช่ตัวชมพู่นะคะ เพราะว่าในรูปเป็นผู้หญิงที่คาดผมติดริบบิ้น ซึ่งตัวชมเองไม่เคยทำผมแบบนั้น ถ้ายังไงชมก็ยังไม่ได้เห็นรูปเหมือนกัน ยังไงก็ขอไปดูรูปอีกทีนึงค่ะ”
 
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีนักการเมืองมาจีบจริงหรือไม่ ชมพู่เผยว่า ”ไม่จริงค่ะ ตัวชมเองอยู่สายบันเทิง นักการเมืองก็อยู่สายการเมือง คือมันไม่มีทางที่จะมาเจอกันได้”

วีเจจ๋าณัฐฐาวีรนุช ยังโสดนะจ๊ะ

Friday, June 26th, 2009

วีเจจ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี

เผยภาพหลุดหนุ่มออกจากบ้านจริงๆเป็นที่จอดรถซื้อกาแฟ ยันแค่เพื่อนกัน ถ้ามีคนที่คบพิเศษก็จะบอกว่ามีคนที่ดูอยู่เพราะไม่ปิดบังเรื่องนี้อยู่แล้ว…

ข่าวกับ ไผ่ วันพอยท์ กับ เปรม บุษราคัมวงศ์ ซาลง แต่กลับมีข่าวสาวเซ็กซี่ วีเจจ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี แอบซุกหนุ่มคนใหม่ไว้เงียบๆ เรื่องนี้ คนตอบได้ดีที่สุดคือตัว จ๋า เอง “กับเปรมเจอกันก็ยังคุยกันได้ค่ะ คราวก่อนเจอกันในงานที่ ชลบุรีก็ยังทักทาย ก็เป็นเพื่อนกัน” มีภาพหลุดมีหนุ่มออกมาจากบ้านจ๋าด้วย “ไม่มีนะ ไม่ใช่ จ๋า เห็นภาพแล้ว ไม่ใช่หนุ่มออกจาก บ้านจ๋า มันเป็นที่จอดรถ ไม่ใช่ บ้าน เป็นที่จอดรถลงไปซื้อ กาแฟค่ะ” เซ็งมั้ยเจอข่าวแบบนี้? “อันนี้ไม่ซีเรียสเลยค่ะ เพราะว่ามันไม่มีอะไร ก็ แค่ไปด้วยกันแต่สลับกันขับ เป็นเพื่อนจริงๆ” คนนี้พิเศษมั้ย? “ไม่พิเศษ เพื่อนก็คือเพื่อนค่ะ จ๋าก็ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก เค้าขับรถเรา เราขับรถเค้า หรือเพื่อนกันไปด้วยกัน แล้วแลกกันขับนี่ธรรมดา เพื่อนผู้ชาย ชาย จริงชายไม่จริง เป็นแฟนจ๋าหมด”

เพื่อนขยาดมั้ย ไม่อยากไปด้วย? “จริงๆเพื่อนจ๋าไม่ซีเรียสอยู่แล้ว เพราะว่าเค้าไม่ได้จะต้องสนใจ ว่าต้องทำตัวให้คนรู้สึกกับเรายังไง มีคนมาถามเราก็พูดไปตามความจริง ถ้าวันไหนจ๋ามีคนที่จ๋าคบแล้วพิเศษกว่านั้น ก็จะบอกว่าจ๋ามีคนที่จ๋าดูอยู่ เพราะจ๋าไม่ปิดเรื่องนี้อยู่แล้ว” จะไปไหนมาไหนกับคนนี้อยู่? “ไปได้ ถ้าเค้าว่างก็เจอกัน ธรรมดา ถ้ามีภาพหลุด จ๋ากับคนอื่น จ๋าก็คงพูดอย่างนี้ ถ้าคนนั้นไม่ใช่คนที่ จ๋าคบด้วย” ยืนยันไม่ใช่แฟน? “จ๋ายืนยันว่าไม่ใช่ แฟน ถ้าจ๋ามีใครคุยด้วยเป็นพิเศษ จ๋าจะบอก เพราะจ๋ารู้สึกว่าการที่เราคุยกับใครเป็นพิเศษ เราก็จะให้ เกียรติเค้า แต่ถ้ายังไม่ได้คุยกันเป็นพิเศษเพื่อที่จะคบกัน จ๋าก็จะบอกว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ ก่อนหน้านี้ อาจจะมีคนเข้ามาคุยบ้าง แต่ตอนนี้คิดแล้วว่าทุกอย่าง วุ่นวาย   จ๋าเลยรู้สึกว่าอยากจะอยู่กับตัวเองให้มันเยอะขึ้น   แล้วก็พิจารณาคนที่เข้ามาใช้เวลานานมากกว่าเดิม”.

ไกรสรหวั่นลูกเพชร โดนของใส่ตัว

Thursday, June 25th, 2009

ไกรสร หวั่น เพชร โดนของ สุดช้ำโดนลูกด่า

ไกรสร หวั่น เพชร โดนของ สุดช้ำโดนลูกด่า

ไกรสร หวั่น เพชร โดนของ สุดช้ำโดนลูกด่า

 “ไกรสร” น้ำตาคลอ เปิดใจลูกชายเปลี่ยนไป หลังหนีออกจากบ้านไปอยู่กับแม่แฟนเมื่อหลายปีก่อน กลายเป็นเด็กก้าวร้าว ด่าพ่อด่าน้องแม่ตัวเอง แอบหวั่นลูกโดนของ พร้อมเคลียร์ กรณีคลิปลับที่ “พุ่มพวง” ตัดพ้อไว้ก่อนตาย ว่าไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากอดีตสามี แถมยังกีดกันไม่ให้พบลูก ยอมรับสำนึกผิดแล้ว
       
       กลายเป็นประเด็นบานปลายที่ระอุขึ้นเรื่อยๆ สำหรับกรณีการมีปากเสียงกันระหว่าง “พระสรภพ ลีละเมฆินทร์” หรือ “พระลูกเพชร” ทายาทของอดีตราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” กับญาติๆ ที่ประกอบไปด้วยบิดา “ปุ้ม ไกรสร แสงอนันต์” รวมไปถึงลุง และน้าสาว กลางงานรำลึกครบรอบ 17 ปีการเสียชีวิตของพุ่มพวง ณ วัดทับกระดาน สุพรรณบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา เนื่องมาจากการที่ทางทายาทของราชินีเพลงลูกทุ่ง บวชแล้วไม่ยอมบอกพ่อบังเกิดเกล้า รวมถึงการจะจัดสร้างหุ่นของผู้เป็นมารดาขึ้นมา พร้อมเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคเงิน ซึ่งทางญาติๆ ส่วนใหญ่นั้นไม่เห็นด้วย เนื่องจากมีความเคลือบแคลงใจหลายอย่าง
       
       ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(15 มิ.ย.) ทางพระสรภพ ได้เดินทางมาเปิดเผยถึงเรื่องราวความบาดหมางภายในครอบครัว ผ่านทางรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางช่อง 3 พร้อมกับชี้แจงเรื่องคลิปลับของราชินีเพลงลูกทุ่ง ที่ทำการบันทึกไว้ เมื่อครั้งที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล เมื่อ 17 ปีก่อน โดยเนื้อหาเป็นการตัดพ้อต่อว่าอดีตสามีไกรสร ว่าไม่เหลียวแล แถมยังกีดกันไม่ให้เจอลูก ทั้งๆ ที่ตนนอนป่วยต้องการกำลังใจ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
       
       ล่าสุดเป็นทางฝั่งของ “ไกรสร” ออกมาชี้แจงผ่านรายการ “ไนท์เอ็นเตอร์เทน” ทางช่อง9 บ้าง โดยงานนี้ ก็ทำเอาเจ้าตัวเปิดใจน้ำตาคลอ ด้วยความน้อยใจลูกชายที่ทำตัวแบบนี้
       
       “เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา คือวันเสาร์ที่ผ่านมา(13 มิ.ย.) ที่เกือบจะทำให้เกิดเรื่องรุนแรง ผมแค่อยากถามว่าทำไมถึงไม่บอกพ่อเรื่องบวช และก็ถามเรื่องหุ่น(หุ่นของพุ่มพวง)แต่เรื่องมันมารุนแรงเพราะเขาคุ้ยเรื่องเก่าๆ มาพูด ต่างฝ่ายต่างขุดคุ้ยมา แต่ผมเปล่านะ ทางโน้นเริ่มมาก่อน ทางญาติพุ่มพวงก็เลยโต้ตอบไป แล้วทีนี้แย้งกันไปมา เหตุการณ์มันก็เริ่มไปกันใหญ่ มากเข้าเลยกลายเป็นว่า น้องฆ่าแม่พี่ชายพี่น้องฆ่าแม่ เท่านั้นแหละญาติพุ่มพวงทนไม่ได้ เพราะว่าเขาเป็นคนกตัญญู เลยพูดขึ้นมาทันทีว่า ลูกต้องกราบขอโทษพ่อเดี๋ยวนี้ แต่ต่างคนต่างไม่ยอม เลยเป็นเหมือนภาพที่เห็นในข่าวครับ”
       
       “ผมก็ไม่รู้ว่าปมเรื่องพ่อฆ่าแม่ พี่น้องฆ่าแม่ ยายฆ่าแม่ไปอยู่ในหัวเขาได้อย่างไง ผมก็อยากรู้ ไอ้พวกใส่ข้อมูลมันเป็นไวรัส ญาติพี่น้องพุ่มพวงก็อยากจะรู้ ว่าปมนี้ไปอยู่ในหัวเขาได้อย่างไง ตอนนั้นอายุเขาแค่ 4-5 ขวบด้วยซ้ำ ผมลองนึกดูแล้วนะ ถ้าไม่มีคนสอน ไม่มีคนชี้แนะ คือผมเลี้ยงมา 18 ปี ดีมาตลอด เพิ่งมาเสียคนเมื่อสามปีนี้เองเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะอยู่กับใคร อย่างที่ข่าวเคยบอก ว่าเพียงไม่กี่เดือนเขาก็ด่าพ่อด่าแม่ แล้วก็กลายเป็นอย่างนี้ ไม่รู้ว่าอะไรทำไมทำให้คิดอย่างนี้ เจอกันแค่เพียงไม่กี่วัน กับ 18 ปีทำไมถึงเป็นแบบนี้”
       
       “คือไม่อยากจะพูด เพราะมันจะยิ่งแย่ไปใหญ่ที่เอามาพูด ยืนยันได้คำเดียวว่าไม่ใช่สมองของน้องเพชร น้องถูกครอบงำ เชื่อเขามาแน่นอน เชื่ออย่างโบราณก็ถูกของ ถูกอะไรก็ว่าไปครับ(หัวเราะ)”
       
       ถามถึงเหตุผล ที่ทำไมไม่เห็นด้วยที่ลูกชายจะสร้างหุ่นพุ่มพวง เจ้าตัวชี้แจงว่า เพราะเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลหลายๆ อย่าง กลัวลูกชายถูกหลอกเป็นเครื่องมือ
       
       “ผมไม่เห็นด้วยเพราะว่าหนึ่ง เขาไม่มาปรึกษา สองชัดเจนก็ไม่ชัดเจน สร้างไม่รู้มูลค่าเท่าไหร่ สร้างยังไง สร้างแล้วเอาไปไว้ที่ไหน แล้วเรื่องเรี่ยไรเงินประชาชน แล้วทางญาติพุ่มพวงมาปรึกษาผม แต่ว่าถ้าน้องเพชรมาคุยกับทางผม หรือทางญาติสักนิด เรายินดีที่จะช่วยกันด้วยซ้ำไป ว่าทำให้มันดีๆ ไปเลยนะ มีผู้สื่อข่าวนะ ใครก็ตามแฟนเพลงพุ่มพวงจะสร้างให้อย่างดีที่สุด แต่จะมางุบงิบสร้างกัน คือเราคิดกันอย่างนี้ครับ ว่าลูกถูกหลอกแน่นอนในเรื่องของการทำหุ่น”
       
       พร้อมโต้กลับ เรื่องที่แม่แฟนของลูกชาย บอกว่าได้โทร.มาแจ้งเรื่องพระเพชรจะบวชแล้ว แต่จำเบอร์ไม่ได้ จึงได้โทร.ไปที่บ้าน แต่ทางภรรยาใหม่ของไกรสรไม่ยอมบอกเอง
       
       “มันต้องมีหลักฐานนะ เบอร์นี้ผมกลับมาจากเมืองนอก ใช้อยู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่เขาบอกว่า เขาจำเบอร์ไม่ได้ ไม่เป็นไร แต่เขาบอกว่าเขาโทรเบอร์บ้าน เผอิญพระเจ้าช่วยผม เบอร์บ้านเสียมาได้สองเดือนแล้ว และผมได้ไปแจ้งที่องค์การโทรศัพท์ว่ามันเสียมานานแล้ว ถ้าเขาเคยโทร.มา ขอดูหลักฐานเพราะว่ามันมีอยู่แล้ว จะที่บ้านหรืออะไร แล้วที่เขาบอกว่าภรรยาผมที่บ้านไม่แจ้ง นี่ไงผมถึงบอกว่าโทรศัพท์ผมเสียนานแล้ว เพราะฉะนั้นที่เขาพูดไม่เป็นความจริง”
       
       “ปกติกับทางแม่บุญธรรม(แม่แฟนแต่เรียกเป็นแม่บุญธรรม) ถ้าไม่มีเรื่องก็ไม่เคยคุยกันอยู่แล้วครับ ไม่เคยเจอเขา เขาไม่เคยโทรศัพท์หาผมแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนผมจะโทร.หาลูกโดยตรง ได้คุยแต่คุยแค่สองสามวินาทีก็วาง แต่ถ้าเขาไม่อยู่ ก็ได้คุยกันนานหน่อย แต่ถ้าอยู่กับพวกนั้นก็ไม่ได้คุย(เขากีดกันหรือเปล่า?) ก็คิดกันเองเอง ไม่ได้ว่าเขากีดกันนะ แต่ผมก็ไม่ได้คุยกับลูกเท่าที่ควร”
       
       ยอมรับ ว่าเทปลับที่พุ่มพวงตัดพ้อต่อว่าตน ไม่ยอมดูแล แถมยังกีดกันไม่ให้เจอลูก ทั้งที่นอนป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล คงมีส่วนทำให้ลูกชายเกิดปมในใจ
       
       “เทปลับอาจจะมีส่วนนะ ตอนนี้ผมก็ได้พูดกับไก่ น้องสาวของคุณผึ้งแล้ว ไก่ก็เป็นคนสารภาพกับผมเอง ว่าเขาเป็นคนให้เทปลับกับหลานไป เพราะว่าตอนนั้นที่เพชรหนีออกจากบ้านไป เขาก็ไปขอความช่วยเหลือจากน้า แต่ผมคิดว่าเขาหนีไปกับผู้หญิงหรือเปล่า ซึ่งมารู้ทีหลัง ว่าเขาไปอยู่กับน้า น้าเขาเห็นใจ ก็เลยให้เอาเทปไป เผื่ออะไรก็แล้วแต่ อันนี้เขาสารภาพกับผมเอง หนูก็ทำไปเพราะว่าเผื่อเพชรจะเอาไปทำอะไร แต่มารู้ทีหลัง ว่าเขาพูดอะไรเพชรไม่เชื่อฟังเขาทั้งนั้น ไม่เชื่ออะไรเขาเลย เชื่อแต่สามคนนั้น(ทางครอบครัวแฟน)อย่างเดียว ผมเลยบอกว่าไม่เป็นไรนะ พี่เข้าใจนะไม่เป็นไร”
       
       “ซึ่งตอนแรกผมคิดว่า เด็กหนีร้อนมาเพิ่งเย็น น้าก็คงดูแลไป ผมยังอุ่นใจด้วยซ้ำไป ว่าหลานมาอยู่กับน้า น้าเขาต้องดูแลแน่นอน แต่ไม่ใช่เป็นอย่างนั้น ทุกอย่างกลับตาลปัตร น้าเขา เขาก็ไม่สน หน้ามืดตามัวไป คือทุกคนเอาไม่อยู่ครับ”
       
       ยืนยันเรื่องที่พุ่มพวงตัดพ้อผ่านเทป ว่าไม่ได้รับการดูแลจากสามี “ไกรสร” ทั้งที่นอนป่วยหนัก ไม่เป็นความจริง แจงเป็นแค่เรื่องของสามีภรรยา ที่อาจจะมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง
       
       “มันก็เป็นเรื่องผ่านมานมนานแล้วนะ คนสองคนอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้างเป็นของธรรมดา แต่ใครจะมารู้ดีเท่าเราสองคน หาเงินหาทองมายังไง ช่วยกันยังไง จะมีทรัพย์สินอะไร จะเป็นหนี้ใครไม่มีใครรู้ เรื่องที่เราไม่ได้ดูแล มันก็เป็นช่วงที่เราทะเลาะกัน ต่างคนต่างแรง ถ้าผมจะเข้าไปตอนนั้นมันก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ผมก็เลยมอบให้ครอบครัวเขาดูแล ผมคิดว่ายังไงครอบครัวเขาก็ต้องดูแลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ก็หายห่วง ก็ไปหาบ้างหรือบางทีก็โทรศัพท์บ้าง แต่สมัยก่อนโทร.ก็ไม่ได้คล่องเหมือนทุกวันนี้ ลูกปิดเทอมผมก็พาไปหาบ้าง มันก็มีความจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพชรอาจจะมีความน้อยอกน้อยใจ แล้วผมก็ยอมรับผิด ทุกคนมันก็มีทำผิดกันได้ แล้วในเมื่อผมสำนึกผิดกลับมาสำนึกตัว สังคมก็ให้อภัย”
       
       ผู้สื่อข่าวแย็บถามถึงข่าวที่บอกว่า ตอนราชินีลูกทุ่งเสียชีวิต มีเงินถึง 50 ล้านบาท จริงหรือไม่ แล้วตอนนี้เงินเหล่านั้นหายไปไหนหมด? เจ้าตัวแจงว่า…
       “เงิน 50 ล้านไม่มี ตั้งแต่สมัยไหนแล้ว เขาอาจจะมาตีราคาที่ดิน อย่างผมซื้อที่มา 3 ล้านเขาก็ตีไป 20 ล้าน คอนโดซื้อมา 2 ล้านตีไป 7-8 ล้าน แล้วคนก็อาจจะตีจากการขายเทปอะไรต่างๆ ซึ่งจริงๆ มันไม่ขนาดนั้น ใครเขาจะมองว่า เงินที่ผึ้งสร้างมาเยอะ ก็มองไปเถอะครับ มันไม่ได้เยอะครับ มันก็ยังเหลือทรัพย์สินพอมีบ้านหลังเล็กๆ อยู่มีบ้านชั้นเดียว และที่ดิน 20 ไร่ ที่ลำพูนเท่านั้นเอง ต่อไปเป็นของน้องเพชรแน่นอน ก็เขียนยกให้เขาไปแล้ว ผมตายก็มาเอาไปแต่ยังไม่ได้โอนเป็นชื่อน้องเพชร ทรัพย์สินเดิมยังไม่หมดครับ ผมก็พยายามประคองเก็บไว้กิน เผื่อลูกไม่ดังมา”
       
       “ตอนนี้ผมทำพินัยกรรมแล้วครับ ทำมานานแล้วด้วย สมบัติก็ใช้ไปขายไปบ้าง ไม่รู้ว่าเหลือเท่าไหร่ จะหนี้ท่วมหรือเปล่าไม่รู้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ เพราะอยู่มาผมก็ทำกิจการไปพังบ้างอะไรบ้าง แต่ว่าใครอยากอยู่กับเพชร อยากได้มรดกก็มาฆ่าผมให้ตายไปแค่นั้นเอง”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(15 มิ.ย.) ได้ดูรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ที่พระเพชรไปออกรายการ เปิดใจถึงความบาดหมางที่กำลังระอุอยู่ในขณะนี้หรือไม่ เจ้าตัวรีบปฏิเสธ….
       
       “อุ้ย ผมไม่ดู ทุกคนดูหมด ผมไม่ดูเพราะรู้อยู่แล้วว่าพระจะพูดว่าอย่างไง มันก็เจ็บปวดหัวใจไม่อยากเจ็บปวดซ้ำไปมากกว่านี้ คือฝ่ายนู้นพูดทีฝ่ายนี้พูดที มันไม่จบ แต่เราก็ไม่ดู ผมไม่ได้ฟังไม่รับรู้ ตอนที่ผึ้งเสียเขาอายุเท่าไหร่เขาเพิ่งจะสี่ขวบ ผู้ใหญ่ทะเลาะกันพี่น้องทะเลาะกัน ให้สังคมตัดสินเถอะ แหม(ลากเสียงยาว)น้องอายุแค่นั้นจะมารู้เรื่องอะไร”
       
       “เรื่องที่มันผ่านมานานแล้ว มันก็อาจมีส่วนนะ แต่นั้นแหละ ลูกคิดให้ดีแล้วกัน ผ่านมา 17-18 ปี ทุกคนให้อภัยกันหมดแล้ว ทุกคนผสานไมตรีกันก็ดีแล้ว(ญาติพี่น้องของพุ่มพวงและตัวของไกรสร) เพชรมันถูกใส่ข้อมูลที่ผิดมาตลอด ไม่ใช่เรื่องนี้ เรื่องนี้เอามาเปิดเผยทีหลัง แต่ว่าก่อนหน้านี้ ความเคารพมันไม่มีมาตั้งแต่ตอนที่เพชรหนีออกจากบ้านแล้ว ความเคารพพ่อ ความเคารพญาติผู้ใหญ่ทางพุ่มพวง มันไม่มีตั้งแต่นานแล้ว มันไม่ได้มาเริ่มเมื่อเช้านี้”
       
       ส่วนกับเรื่องที่ทางพระเพชรเปรยว่า รู้สึกกลัวพี่น้องทางฝั่งพุ่มพวง เพราะดูเหมือนไม่มีใครรักแม่เลยนั้น ไกรสรเคลียร์ว่า….
       “กลัวเรื่องอะไร เฮ้อ..ก็นั่นไง ถูกใส่ในสมอง ใครใส่กลับไปถามทีว่าใครไปใส่ข้อมูลนี้ในสมอง จิตใจทุกคนบอบช้ำหมดครับ สงสารลูกที่สุด ทุกคนบอบช้ำหมดแต่ลูกทำตัวแบบนี้ ลูกคิดให้ดีมันจะเป็นผลดีกับพระเพชรไหม จีวรปลิว ไม่เคารพพ่อด่าพ่อแบบนี้ ทุกคนรู้ประชาชนรู้ ผมไม่โต้ตอบเพราะว่า แหม(ลากเสียงยาว)มันโต้ตอบไปก็ฆ่าลูกเราอยู่ดี”
       
       “ผมขอให้สังคมให้อภัยลูก เพราะว่าลูกเพชรเป็นคนดี พระเพชรเป็นคนดี ก็ยังบอกลูกอยู่ ว่าให้ลูกกลับมา คือกลับมาใหม่ หมายถึงว่าใช้ความคิดใหม่ กับสมองใหม่ อย่าเชื่อใครให้คิดด้วยตัวเอง คิดภาพตั้งแต่ตอนเล็กๆ สิใครเลี้ยงมา เมื่อตอนเล็กๆ ใครป้อนข้าว มันทดแทนบุญคุณก็ไม่หมด คิดให้ดี ไอ้คนที่ลูกอยู่ด้วยควรสอนให้ด้วย ถ้าลูกคุณทำแบบนี้ คุณจะทำอย่างไง หรือลูกใครก็ตาม พ่อแม่ดุขนาดไหน ถ้าลูกทำแบบนี้ สอนกันให้ดีหน่อย กลับมาเถอะลูก ค่อยๆ คิดทุกคนให้อภัย”
       
       “แต่อย่ามาว่า ว่าไม่ได้เงิน ไม่ได้ทรัพย์สินมรดก คุณได้เพชรไปแล้ว คุณได้วัตถุที่หาเงินได้ไปแล้ว คุณจะทำอย่างไร ทะนุถนอมให้มันดี ลองเพชรไม่ใช่คนดังสิ ลองเพชรไม่ใช่ลูกพุ่มพวง เขาจะเลี้ยงไหมช่วยไปถามให้หน่อย”
       
       ยอมรับชะตากรรม ว่าคงเป็นกรรมที่เคยทำอะไรไม่ดีไว้เยอะ
       “ก็มีคิดเหมือนกันนะ ผมเคยคิดว่าเราเคยเอาพุ่มพวงมาอยู่กับเราแบบครอบครัว มันเหมือนเป็นกรรม แต่ผมก็ไม่ได้เนรคุณ อกตัญญูขนาดนี้ พุ่มพวงอยู่กับผม พ่อแม่เขาจะมาขอเงิน ไม่กล้าขอกับพุ่มพวง ต้องมาขอกับผม ผมเป็นคนใจดีที่ว่าพ่อแม่เขาต้องการ ขาดเหลืออะไรผมเป็นคนให้ ด้วยความที่เขามีความกตัญญูอยู่แล้ว ผมมีลูกต้องการเก็บเงินเก็บทอง แต่ว่าพ่อแม่ผมก็ไม่เคยอกตัญญู”
       
       “จนกระทั่งมีเรื่องมีราวกับผม จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตเท่านั้นเอง อยู่ด้วยกัน ผมเป็นคนที่แม่ขาดนี้นะ พ่อขาดนี้นะ น้องขาดนี้นะ ต้องการแบบนี้นะ ผมก็เกื้อหนุนจุนเจือมาให้ตลอด แต่ผมก็คิดนะ ว่ามันเป็นเวรเป็นกรรม แต่ผมก็ยังกลับเนื้อกลับตัวได้ เพชรก็ยังไม่สายกลับเนื้อกลับตัวได้”
       
       “แต่สุดท้ายก็คิดว่าเรากลับมาดีกันเถอะ ครอบครัวพี่น้องแม่ของเมียผม และก็ญาติๆ เอาแหละ กลับมาทำเพื่อหลาน แล้วก็จะพาหลานไปหา ผมคิดวางแผนแบบนี้มาตั้งแต่อยู่เมืองนอกแล้ว ก่อนจะไปเมืองนอกก็ดีกัน กับอาม่าก็ไม่สนิทใจ แต่ครั้งนี้เอาเหอะ ลูกก็โตแล้ว กลับมาเห็นหลานก็ดีใจ ทุกวันนี้มีปัญหาอะไรก็โทร.หาไก่ อาจิ๋ม แม่ คุณอำนาจก็โทรกันตลอดเวลาครับ”
       
       “ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องการ คือน้องเพชรคิดใหม่ น้องเพชรทำ เหมือนกับทำร้ายตัวเอง ทำร้ายพุ่มพวง ทำร้ายม่าม้ามาเยอะ ทำป๊าไม่เป็นไร ไม่ต้องมาสนใจป๊าว่าจะอยู่ยังไง ไม่ต้องมาสนใจ เอาใหม่ ทำตัวใหม่ ก็สอนกันมามากแล้วนะ ความดีกับความชั่ว ทุกคนแยกออกแหละ อะไรดีอะไรชั่ว ขอให้แยกแยะออกก็พอแล้วครับ”
       
       “ถ้าวันนึงไม่มีใครสนใจเพชร ผมนี้แหละที่สนใจ ไม่ว่าจะแขนขาขาด มาอยู่กับป๊า ลูกกลับมาไม่เป็นไร มีอะไรก็กินกัน ไม่เป็นไร ใครไม่ต้องการใครที่หวังเงินหวังทองหวังผลประโยชน์ ถ้าทำอะไรไม่ได้แล้ว ให้มาอยู่กับป๊า เขาก็ยังเป็นลูกผมอยู่ดี ก็ผมมีลูกคนเดียว”
       
       อธิษฐานตลอด ว่าขอให้อดีตภรรยาพุ่มพวงช่วยดลจิตดลใจให้ลูกชายสำนึกได้ และกลับมาเป็นลูกที่น่ารักเหมือนเดิม
       “ผมก็คุยกับเขาตลอด ขอให้ดูแลลูกด้วยก็แล้วกันนะ ให้เหตุการณ์ต่างๆ มาดลจิตดลใจให้ลูกคิดในสิ่งที่ดี สำนึกได้ ผึ้งก็เป็นคนกตัญญูไม่ใช่เหรอ ทำไมลูกมาเป็นอย่างนี้ ลูกเคยเป็นลูกที่กตัญญูไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมตอนนี้ลูกมาเป็นคนอย่างนี้ไม่เข้าใจ ช่วยมาทำให้ลูกเห็นทางสว่างทีเถอะ ทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้สังคมไทยโจมตีลูกไปมากกว่านี้เลย”
       
       เผยอยากคุยกับทางครอบครัวของแฟนลูกชาย เพื่อจะได้พูดคุยหาทางออกที่ดี
       “ผมอยากคุยนะ คุยทั้งหมด ถ้าจบกันได้ด้วยดี อยากคุยครับ เปิดตัวมามีแฟนโต้งๆ ขนาดนี้ ไม่มีใครเขาเอาหรอก มันก็อาจจะดังส่วนหนึ่ง แต่ว่าจะให้มันดังมากมาย อันนี้ต้องใช้เวลาสอนเขา เพชรเขาเป็นคนที่พูดอะไรออกมาเป็นแบบจริงใจ อะไรที่เขาได้มาเขาก็จะพูดเลย ถ้าเขาได้ข้อมูลมาแบบนั้น เขาก็ต้องพูดออกมาแบบนั้น เพราะเขาจริงใจ”

อั้มอธิชาติสงสัย จะเลิกกับพิงกี้สาวิกา

Wednesday, June 24th, 2009

อั้ม เปลี่ยนไป ไม่อยากพูดถึง พิงกี้ เปรย สัมพันธ์ไม่คืบหน้า

อั้ม เปลี่ยนไป ไม่อยากพูดถึง พิงกี้ เปรย สัมพันธ์ไม่คืบหน้า

“อั้ม” เปลี่ยนไป พูดถึง “พิงกี้” น้อยลง ปัดตอบเรื่องแฟนสาวเตรียมบินไปทำงานต่างประเทศ บอกไปทำงานที่ดี แต่ไม่เคยมาปรึกษาอะไร เผย เพิ่งซื้อบ้านแต่ไม่ได้เตรียมเป็นเรือนหอ
       
       ก่อนหน้านี้ควงคู่ออกงานโชว์สวีตจนใครต่อใครต่างอิจฉา แต่ไหงล่าสุดพระเอก “อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” ถึงได้มีท่าทีที่เปลี่ยนไป ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องที่แฟนสาว “พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช” กำลังเตรียมตัวจะบินไปทำงานไกลที่ต่างประเทศ พระเอกหนุ่มกลับก้มหน้าก้มตา ไม่ค่อยจะยอมพูดสักเท่าไหร่ แถมยังทำหน้าซีเรียสตลอดเวลา ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่ครั้นพอเปลี่ยนเรื่องถามถึงบ้านที่เพิ่งซื้อไว้เจ้าตัวกลับยินดีตอบซะยืดยาว
       
       ”เขาก็ไปทำงานที่ดีน่ะครับ ก็ไม่ได้มาปรึกษาอะไร ความสัมพันธ์ไม่ได้มีอะไรมากขึ้นครับ”
        
        
       เผยเพิ่งซื้อบ้านหลังใหม่ แต่ปฏิเสธไม่ใช่เรือนหอ
       ”เรื่องบ้านช่วงนี้ก็มีเวลาดูมากขึ้น แล้วก็เข้าไปดูบ้านคุณพ่อที่ซื้อไว้แล้ว แล้วก็ได้ดูบ้านของตัวเองไว้แล้วด้วย ก็มีความคืบหน้าไปค่อนข้างเยอะนะครับ อยู่ย่านใกล้ๆ กับคุณพ่อกับพี่สาวเลย เพราะว่าอีกหน่อยหลานก็จะโต ก็คงจะต้องมีที่ให้เขาได้ไปมาหาสู่กันน่ะครับ”
       
       “ก็เป็นทำเลที่ชอบอยู่แล้วครับ เพราะได้อยู่ใกล้บ้านคุณพ่อแล้วก็พี่สาว คือช่วงที่ทำงานมากๆ ไม่ค่อยมีโอกาสไปดูแลหรือไปเจอคนในครอบครัวเลย ก็รู้สึกว่ามันก็ถึงเวลาเราก็โตขึ้นเราก็ควรจะมีเวลาให้เขามากขึ้นหน่อย หลานก็จะโต น้องสาวก็จะต้องมีออกบ้านออกเรือนไป อาจจะไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ เพราะฉะนั้นเราก็อยากให้มันเป็นจุดศูนย์กลาง ไปมาหาสู่กันได้ง่ายครับ”
       
       “ที่ซื้อก็คือมันค้างคามานานน่ะครับ จริงๆ ซื้อไว้ที่นึงแล้ว แต่ว่าตอนนั้นครอบครัวย้ายโลเคชั่น ย้ายทำเลอะไรต่างๆ พี่สาวก็ไปแต่งงาน พ่อก็ต้องไปดูหลานก็เลยอยู่แถวนั้น แล้วก็ช่วงหลังงานก็อยู่แถวนั้นหมดเลย และก็เดินทางสะดวก ทางด่วนอะไรก็ขึ้นง่ายลงง่ายกว่าเมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อนน่ะครับ (พิงกี้มาช่วยดูบ้านให้ด้วยมั้ย) ก็ไม่ได้มาช่วยเลือกอะไรครับ ก็คงเป็นบ้านที่ให้กับที่บ้านก่อนครับ ยังไม่ใช่เรือนหอหรอก”