Archive for July, 2009

อั้มพัชราภา อย่างเซ็กซี่อ่ะ

Friday, July 31st, 2009

อั้ม พัชราภา แต่งอย่างไร ก็สวย

อั้ม พัชราภา แต่งอย่างไร ก็สวย

อั้ม พัชราภา แต่งอย่างไร ก็สวย

อั้ม พัชราภา แต่งอย่างไร ก็สวย

ขึ้นชื่อว่านางเอกเซ็กซี่อย่าง ”อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ ซะอย่าง ไม่ว่าแต่งตัวแบบไหน ชุดอะไร ธรรมดา หรือ วิลิศมาหรา ยังไงซะ เธอก็ยังฉายความเป็นสาวเซ็กซี่ ที่หาคนขึ้นมาเบียดบังรัศมีได้ยาก ล่าสุดขนาดไปบวงสรวงเปิดกล้องละคร 2 เรื่องของโพลีพลัสเมื่อวันก่อน แต่งตัวสบายๆ แบบที่เห็นในภาพชุดนี้ แต่เธอก็ยังดูโดดเด่น ไม่หมองไม่คล้ำ สมแล้วกับตำแหน่งสุดยอดนางเอกเซ็กซี่ของเมืองไทยตลอดกาล

ชาคริตโดนอ้างชื่อ ในhi5จีบสาว

Wednesday, July 29th, 2009

ชาคริต แย้มนาม

ชาคริต แย้มนาม

อ้างชื่อ ”ชาคริต” คุยสาวใน Hi 5 เจ้าตัวหวั่นจะถูกนำชื่อไปทำเรื่องไม่ดี ส่วนสัมพันธ์สาวนอกวงการขออุบไม่พูดถึง พร้อมปัดเตรียมควงไปสวีตมาเลเซีย

 

ทำเอาพระเอกหนุ่ม ”ชาคริต แย้มนาม” ถึงกับออกอาการงงเลยทีเดียว เมื่ออยู่ๆ ถูกมือดีใช้อ้างชื่อบนโลกอินเทอร์เน็ตไว้คุยกับสาวๆ ใน Hi-5  โดยล่าสุดทีมข่าวก็ได้มีโอกาสไปเจอกับหนุ่ม
 ”ชาคริต” ในกิจกรรมที่เหล่านักแสดงจากละครเรื่อง ”ดิน น้ำ ลม ไฟ” และ เรื่อง ”เหนือเมฆ” ไปเยี่ยมเยียนเด็กๆ ที่ ”บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด” จึงรีบเข้าไปสอบถามถึงรายละเอียดงานนี้พอเจ้าตัวรู้เรื่องเข้าก็รีบชี้แจงกับผู้สื่อข่าวทันทีว่าตนเองไม่ได้เล่น Hi-5 และไม่เคยติดต่อกับสาวคนไหนผ่านอินเทอร์เน็ต
 
”อ๋อ ผมไม่เห็นแต่มีคนเล่าให้ฟังเฉยๆ ว่ามี Hi 5  เขาบอกว่ามันมีชื่อผมนะ ผมก็ไม่เคยเข้าไปดู มันก็ทำอะไรไม่ได้นะ มันเป็นคอมฯ เป็นอินเทอร์เน็ต มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราคนเดียว อาจจะเกิดขึ้นกับคนอื่นด้วย ที่ผมมีก็เป็น Facebook ที่แฟนละครเขาทำให้ เป็นเว็บไซต์ของเรา เขาก็ส่งจดหมายมาบอกเราว่าทำให้ แต่ผมก็ไม่เคยเข้าไปพูดคุยกับใครในนั้น คือตัวจริงจะคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง ถ้าคุยรู้เรื่องคือไม่ใช่ผม เชื่อว่าอาจจะมีอันอื่นด้วยมั้ง แต่เราก็ไม่รู้เรื่อง ผมเป็นคนโง่เรื่องคอมพิวเตอร์มาก ยังเขียนจดหมายเอาอยู่เลย”
 
พร้อมกันนี้นักแสดงหนุ่มรับว่ารู้สึกหวั่นใจเพราะกลัวจะถูกมิจฉาชีพอ้างชื่อไปกระทำการในสิ่งไม่ได้
 
”อย่างนั้นคงเป็นเรื่องของกฎหมายแล้วหละ ผมว่าตำรวจคงเช็กได้ คือเราไม่ใช่คนเลวไม่ได้ทำอะไรแบบว่าผิดศีล เราก็ทำอะไรในชีวิตประจำวันของเรานะ ก็มีอะไรก็อยู่กองถ่ายครับ เรื่องแจ้งความผมว่าแจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์นะ เพราะมันก็คือแจ้งไว้เพื่อรับทราบไว้ คือเราก็รับทราบไปแล้ว เรารู้ของเราแล้ว  ก็ถ้าเกิดมันมีปัญหาอะไรขึ้นมาก็ค่อยว่ากัน แต่ว่าก็ขอให้อย่ามีละกัน อย่าเลย เหนื่อย”
 
หลังจากชี้แจงประเด็นร้อนไปแล้ว ”ชาคริต” ก็ยังไม่ลืมที่จะอัพเดตเรื่องหัวใจที่ตอนนี้กำลังเป็นสีชมพู เพราะกำลังคบหากับสาวนอกวงการอยู่ แถมยังแว่วมาว่าเตรียมควงกันไปสวีตที่มาเลเซียอีกด้วย
 
”เรื่อยๆ ครับ จริงๆ เราไม่อยากพูดถึง เรื่องส่วนตัวครับ ขอเก็บไว้แบบนั้นดีกว่า คุยเรื่องงานดีกว่า เพราะว่ามันก็เนอะ รู้อยู่แล้วแหละ เพราะเราก็ต้องให้เกียรติเค้าด้วย (ล่าสุดเต๋า-สมชายมีข่าวดีไปแล้ว) ยังครับ เอะ! บอกว่าจะไม่พูด หลอกมาได้ตั้งนาน แค่นี้นะ (หัวเราะ)  ส่วนข่าวที่บอกว่าเตรียมจะไปมาเลเซียก็เห็นคนเพิ่งโทร.มาบอกผมเมื่อวานนี้ ผมมีคิวต้องไปทำงานครับ ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา เป็นหนังครับที่คุยไว้ สงสัยตอนนี้ต้องเลื่อนคิวอยู่ไม่รู้จะยังไง แต่ว่าไม่มีอะไรนอกเหนือจากทำงาน ไม่เคยชวนเขาเลย คือเอาตัวเองไปทำงานคนเดียวให้รอดก็พอแล้ว”

เข็มกฤตธีรา จบกันเสยทีนะจ๊ะ

Tuesday, July 28th, 2009

ขอจบกันชาตินี้ คำขอจาก เข็ม กฤตธีรา

ขอจบกันชาตินี้ คำขอจาก เข็ม กฤตธีรา

ขอจบกันชาตินี้ คำขอจาก เข็ม กฤตธีรา

กำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ เลยขอคว้าตัวเธอมาเปิดอกทุกเรื่องราว แบบคำต่อคำ
ข่าวที่ยังวนเวียน 
ดูเหมือนข่าวเดิมๆ โดยเฉพาะข่าวกับ “หนุ่ม”  ยังวนเวียนอยู่กับเข็มตลอด
 ถามว่าหนักใจไหม ก็เบื่อ มันเป็นความรู้สึกแบบว่าเอ๊ะ…เมื่อไหร่จะจบสักที แต่คนส่วนใหญ่ จะบอกว่ามันจบได้ที่ตัวเรา แต่เข็มโดนสื่อถามเยอะๆ เราจะไม่ตอบก็ไม่ได้ ต้องยอมรับก่อน ว่าเข็มเพิ่งรู้หลายๆ เรื่อง พร้อมๆ กับประชาชน ที่รู้จากตัวพลอย (พลอยไพลิน กำเนิดพลอย) หลานพี่หนุ่ม คือพลอยโทรมาเล่าให้ฟัง ทำให้เราเพิ่งรู้ ก็เลยมีความรู้สึกว่าเรารู้ แล้วยังตกใจอยู่เลย เอ๊ะ…ทำไมมันเป็นแบบนี้ ทำไมเรื่องมันกลับตาลปัตร มันอยู่ในช่วงงงๆ ทั้งๆ ที่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว  เหมือนเรามาเริ่มงงใหม่ ว่าจริงๆ มันเป็นยังไงกันแน่ เพราะเราฟังมาอย่างหนึ่ง เรื่องที่เรารับรู้มาหลังๆ ก็อีกแบบหนึ่ง พอหลานเขาออกมาพูดแบบหนึ่ง เราเลยรู้สึกว่าเราโดนทำลายความเชื่อใจ ความเชื่อมั่น คือเราตกใจ ยอมรับว่ารู้สึกเซ็ง กึ่งๆ โกรธ ก็เลยพูดอะไรไปด้วยอารมณ์ค่อนข้างเยอะ
รู้สึกอย่างไรที่คนรู้จักเข็มจากข่าวมากกว่างานในวงการบันเทิง 
 ปีที่คนมองเข็มแย่ที่สุดมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้มีแต่คนมองเราด้วยความเคลียร์ชัด และเข้าใจ ปีที่เข็มแย่ๆ เข็มจะพูดตลอด ว่าเข็มเชื่อในความจริง เชื่อในความดี เชื่อว่าความจริงจะถูกเปิดเผย สิ่งที่เข็มพูดมาเกือบ 2 ปี มันถูกเปิดเผยแล้ว เข็มรู้สึกว่าคนที่มองเราผิดๆ ตอนนี้เขามองเราดีขึ้น เข้าอกเข้าใจเราเยอะขึ้น คุยกันเราในแง่ดีขึ้น แต่ถ้าคนจะมองเราไม่ดีต่อไปก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีคนกลุ่มหนึ่งเข้าใจเรา เราก็ดีใจแล้ว

ถูกมองว่าเป็นสาวแรง
 ไม่นะ เข็มเป็นคนตรงมากกว่า แล้วความตรงมันก็ตรงมานานแล้ว มันเกินที่มันจะเปลี่ยนได้ โอเคถ้าเฟคหรือแสดงละครต่อหน้ากล้อง ก็อาจจะได้ในระดับหนึ่ง วันหนึ่งคนเราจะต้องเผยความเป็นตัวเองออกมา  เราเป็นของเราแบบเนี่ย แล้วเรารู้เราทำอะไรอยู่ คิดดีหรือไม่ดียังไง เราพูดจริงไว้ก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่ผ่านไป 10 ปี มาถามเรื่องเดิม เข็มก็จะพูดเรื่องเดิม เพราะมันคือเรื่องจริง เข็มว่าความจริง ความตรงของตัวเอง ตราบใดที่เป็นเรื่องจริง ไม่ได้โกหก มันจะไม่เปลี่ยน ถามมาก็ตอบไป แต่ตอนนี้อาจจะตอบให้เบาๆ ลง หรือหลีกเลี่ยงบ้าง 

แสดงว่าเป็นคนพูดตรง ไม่ได้เสแสร้ง
 ไม่เคยเฟคนะ ณ วันนั้นเราพูดอะไรไม่ได้ เราได้แต่ปกป้องคนอื่น พยายามพูดให้เรื่องมันจบ พยายามปกปิดทุกอย่าง ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะ ณ ตอนนั้นถ้าเข็มออกมาพูดแบบพลอยพูดวันนี้ ใครจะฟังเข็มล่ะ เข็มได้แต่อยู่เฉยๆ ยอมรับสภาพตัวเองไป ยอมให้คนด่าไป แล้ววันหนึ่งก็คิดว่าเดี๋ยวคนก็รู้เองล่ะ แล้วมันมาถึงเร็วกว่าที่เข็มคิด เข็มคิดว่าอาจจะเป็นชาติหน้าด้วยซ้ำ

ปัญหาคาราคาซัง
 ข่าวมันออกมาเรื่อยๆ อย่างที่มีข่าวว่าเข็มฝากเพื่อนไปบอกเมย์ ว่าถ้าเมย์ขึ้นศาลให้หนุ่ม อย่าโกหกระวังเจอคุก ล่ะ

 จริงๆ มันไม่ใช่ข่าวเลย วันนั้นเข็มคุยกับเพื่อน แล้วมีคนมาแอบฟัง แล้วกลายเป็นเขียนข่าวใหญ่โต ขอพูดตรงนี้ว่าเสียมารยาท ก็นั่งคุยกับเพื่อนๆ อยู่ แล้วมีคนเขียนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นตุเป็นตะ
แสดงว่าที่คุยกับเพื่อน เพราะเป็นห่วงเมย์จริง

 ถามว่าเป็นห่วงเขาไหม ก็เป็นห่วง แต่ไม่กล้าเตือนอะไร  ก็เป็นห่วงอยู่ แต่เข็มไม่อยากยุ่ง แค่ห่วงว่าเรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่  แล้วที่นักข่าวเขียนข่าวว่าเข็มพูดว่าทางโน้นส่งข้อความมาด่านั้น เข็มไม่เคยพูดเลย แล้วก็ไม่เคยพูด ว่าพี่หนุ่มมาคุกเข่าขอแต่งงาน แต่มันเป็นการถามมาแล้วเราก็ตอบไป ซึ่งเราก็พยายามตอบแบบกลางๆ แล้วนะ
ส่วนที่ โก๊ะตี๋ อารามบอย แซว “หนุ่ม” บนเวที ในงานแถลงข่าวผังใหม่โมเดิร์นไนน์ ว่าเห็นข้อความจากเข็ม ว่า “จะแต่งงานแล้วเหรอ…ถ้าแต่งงานจริงเจอกันที่ศาล” เป็นความจริงหรือไม่

 เข็มไม่ได้ส่งแมสเสจหาพี่หนุ่มมานานมากแล้ว เข็มเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว เข็มว่าคงเป็นคนอื่น อย่าตีประเด็นเป็นเข็ม คงไม่ใช่เข็ม เข็มคงยินดีที่สุดเลย ถ้าคนคนนี้แต่งงาน พี่หนุ่มเคยพูดกับเข็ม ว่าคุณเมย์เป็นคนดีมาก พี่หนุ่มรักของเขามาก แล้วเข็มยังบอกเลยงั้นก็แต่งเลย เข็มรู้เข็มคบกับคนนี้ไม่ได้  เข็มอยู่กับคนนี้แล้วไม่มีความอดทน แล้วเราคุยว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า แล้วเราก็เป็นเพื่อนกันมาพักหนึ่ง

ข่าวกับเมย์ยังไม่จบ คิดจะเคลียร์ทุกอย่างให้เมย์เข้าใจไหม
 เข็มว่าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยากให้เขารู้ก่อน ว่าอะไรที่เข็มพูด อะไรที่เข็มไม่ได้พูด อะไรที่มันไม่ได้มาจากเข็ม ถ้าสมมติอ่านไปตามข่าว ว่าเข็มออกมาพูดว่าเขาเคยขอแต่งงาน  อ่านเองเข็มยังบอกว่าบ้าเหรอเปล่านะ… อ่านลงไปในเนื้อข่าว ฉันไม่ได้พูดนี่นา แต่เป็นการพาดหัว มันเลยดูแรง เข็มว่าถ้าเขายึดมั่นในความถูกต้อง ยึดมั่นในความรักของตัวเอง เขาไม่ต้องมานั่งตอบคำถามแบบที่เข็มเป็นอยู่ เข็มเคยพูดเมื่อ 2 ปีแล้ว ว่าถ้ามีการแต่งงานขึ้นทุกอย่างก็จบ ซึ่งวันนี้มันก็จะมาถึงแล้ว

ตอนนี้คนที่ติดตามข่าวเริ่มสับสนกับข่าวที่เกิดขึ้น 
 ประชาชนเขารับรู้แค่ว่า เรื่องมันจบไปเป็นปีแล้ว แต่จริงๆ ช่วงหลังๆ ยังมีการพูดคุยกันในฐานะเพื่อน เขามีอะไรก็โทรมาปรึกษา พอมันมีเรื่องฟ้องร้องขึ้นมา หลานเขาออกมาพูดอีกอย่างหนึ่ง แล้วเราไปถามเขา เขาก็บอกว่าไม่จริงๆ นะ แต่ตอนหลังกลับกลายเป็นว่าเขาออกมาแถลงข่าว ซึ่งไม่ตรงกัน ซึ่งเราก็รับรู้พร้อมประชาชนอีกแหละ เราเลยมีความรู้สึกว่า อุ๊ย…งั้นอย่าเป็นเพื่อนกันเลยดีมั้ย ไม่ต้องคุยกันอีกเลยดีกว่า ก็เลยกลายเป็นว่าเราตัดเขาจริงๆ แล้ว ไม่เอาแล้ว เราไม่เป็นเพื่อนด้วยแล้ว มันก็เหมือนเราเพิ่งมาแรง ก็กลายเป็นว่าเรามีความแค้น

แล้วจริงๆ แค้นหรือเปล่า
 คือที่ผ่านมาใช้วิธีนิ่ง เข้าวัด ทำบุญเยอะๆ อโหสิกรรม สวดมนต์ มันก็ค่อนข้างช่วยได้เยอะ เราทำอะไรไป แต่สิ่งที่คนอื่นๆ สื่อ หรือประชาชนรับรู้ มันออกมาเป็นคนละเรื่อง ก็เลยไม่อยากอธิบายอะไรแล้ว  ก็ช่างมันแล้วกัน เคยมีผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เข็มสนิท และเคารพมากๆ เขาเคยพูดประมาณว่า ทำไมเข็มถึงให้เขาหลอก แต่ตอนนี้พอพลอยออกมาพูดว่าเกิดอะไรขึ้น  พูดว่าเข็มโดนหลอก คือเข็มไม่ได้โดนหลอกคนเดียว แต่โดนหลอกแท็กทีม พี่ผู้หญิงคนนี้เขาก็พูด ประมาณว่าเขาเคลียร์เลยนะ ว่าทำไมเข็มไม่รู้จริงๆ แล้วเขาเชื่อแล้วว่าเข็มไม่รู้จริงๆ เข็มเลยรู้สึกว่าแค่นี้พอแหละ มันทำให้เรารู้สึกแฮปปี้ มาวันนี้ มีคนเป็นร้อย รู้แล้วว่าเราไม่รู้จริงๆ วันนี้คนรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
แสดงว่าตอนนี้ไม่อยากเชื่อใจ “หนุ่ม” กรรชัย อีกแล้ว

 คือที่ผ่านมา ต่อให้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไร เราก็ยังมองว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง  เขาพูดอะไรมาก็ยังเชื่อเขาอยู่ จนต้นปีที่ผ่านมา พอมีเรื่องขึ้นศาลฟ้องร้องขึ้นมา ปรากฏว่าเรื่องที่เราเคยเชื่อเขาตลอด  แล้วเขาก็ยังยืนยันนอนยันในฐานะเพื่อนเรา เขาบอกว่าเขาไม่เคยโกหกเราเลยนะ แต่ ณ วันนี้ มันไม่ใช่อีกแล้ว เราก็อะไรเนี่ย…เป็นเรื่องที่โกหกอีกแล้วเหรอ ถามว่าแค้นไหม มันไม่ใช่อารมณ์แค้น มันเป็นอารมณ์เหมือนโดนเพื่อนหักหลัง เฮิร์ตอะ… ถามว่าจะกลับไปคบกับเขาไหม ไม่เคยคิดในสมองเลย อยากจะให้เขาแย่ไหม ไม่เลย…เฉยๆ เลย เพียงแต่เราอยากจะปกป้องความจริงจากตัวเรา ตอนนี้เข็มทำเพื่อตัวเองบ้างแล้วล่ะ ถ้าเราอยู่เงียบๆ นิ่งๆ คนด่าเราอยู่ฝ่ายเดียวมาเป็นปีๆ ก็ไม่ไหว

ที่บอกว่าเหมือนโดนเพื่อนหักหลัง แล้ววันนี้ยังเป็นเพื่อนกับ “หนุ่ม” กรรชัย ได้ไหม
 ณ วันนี้เป็นเพื่อนกันไม่ได้ ณ ต้นปี เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม ยังคุยกันได้ เป็นเพื่อนกันอยู่  ยังเข้าอกเข้าใจ เขาพูดกับเข็มทุกเรื่อง พูดเรื่องแฟนเขา เราก็บอกว่าแต่งงานได้แล้ว เขาพูดกับเข็ม ว่าแฟนที่เขาคบอยู่เป็นคนดีมาก เข็มก็บอกว่า อุ๊ย…ถ้าเป็นคนดีแบบนี้ อย่าให้หลุดไปเลยนะ

แสดงว่าตอนนี้ไม่มีการพูดคุยกันแล้ว
 ไม่มีการพูดคุย แล้วจะไม่พูดคุย ขอพูดตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าจะเกิดขึ้นอะไรกับคนคนนี้ จะรับรู้ให้น้อยที่สุด แต่ถ้าเรื่องน่ายินดี ก็ยินดีด้วยทุกเรื่อง มันเหมือนเราหมด จบกันชาตินี้ดีกว่า ถึงเขาจะเป็นเพื่อนเราจริงๆ ได้ แต่มันก็เหมือนเราไปร่วมช่วยให้เขาทำบาป โดยการมานั่งโกหกตลอดไป มันก็ไม่ไหว เราหยุดเองด้วยตัวเราเองดีกว่า

ความรัก
คิดว่าตัวเองอาภัพรักไหม
 เข็มว่าเข็มเป็นคนอ่อนต่อโลก เพราะที่บ้านญาติพี่น้อง เลี้ยงเราแบบไข่ในหิน ไม่ให้เราเจออะไรผิดแผกนอกเส้นทาง พอเราโต เราย้ายออกมาอีกวง แล้วยิ่งเป็นวงการบันเทิง ก็ยากที่จะตามมาดูแลเราตลอด เข็มก็รู้สึกว่าเราโตแล้วดูแลตัวเองได้ พอเรามาเจออะไรแบบนี้ ไม่คิดว่าจะเจอ เราก็เอ…มันมีแบบนี้ด้วยเหรอ…ที่บ้านเขายังบอกเลย ว่าทำไมมันหนักหนาสาหัส แต่มันก็ยังผ่านไปได้ จริงๆ มันไม่เกี่ยวกับอาภัพ มันผิดที่ ผิดเวลา ผิดคนมากกว่า

กับคำว่า “ม่าย” แสดงว่าไม่มีผลกับหนุ่มๆ ที่จะเข้ามาเลย
 ไม่มีผล คือเราไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีข้อผูกมัดตามกฎหมาย เหมือนเราคบกันเป็นแฟน ที่บ้านเข็มเลี้ยงลูกแบบโบราณ เขาก็เลยให้มีพิธีอะไรถูกต้องตามประเพณี แต่พอมีแล้ว คบกันไปมันไม่ใช่ อยู่กันไปไม่ได้ ก็แยกกันไป ถ้าคนจะมองเป็นม่ายอย่างนั้น มันก็เป็นเรื่องปกติ

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะกลับไปแก้ไขอะไรในอดีต
 จะขอเป็นเพื่อนกับคนคนนี้ (หนุ่ม) ไปตลอดดีกว่า จะไม่ปล่อยให้เขาล้ำเส้นเข้ามาเกินเพื่อน อันนี้ที่เข็มคิดว่ามันเป็นความผิดพลาดของเราทั้งคู่ มันเป็นความผิดพลาดในชีวิตเลย ซึ่งเราเชื่อคนมากเกินไป แล้วเราก็ไม่ฟังคนรอบข้างเลย เพราะฉันเชื่อมั่น แล้วสุดท้ายมันไม่ใช่เลยสักอย่าง ก็โอ๊ย…อยากกลับไปแก้ไข อย่างน้อยฟังคนที่เตือนเราคนแรกก็ยังดี 

 เข็มว่าชีวิตหนึ่ง ถ้าจะต้องผ่านอุปสรรคขวากหนามที่เยอะที่สุด เจ็บตัวที่สุด คงเป็นอันนี้  ตัวเองก็คงเจออะไรในอนาคตได้อย่างมีสติมากกว่านี้ มันเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ วันนี้เราภูมิใจที่ผ่านมันมาได้ แล้วเรายังอยู่ได้ โดยมีความสุข

เข็ดกับความรักไหม
 เข็มพูดตลอด ไม่เคยเข็ดกับความรัก ความรักไม่ได้ทำให้เราเสียใจ ความรักที่เข็มมีให้ใคร หรือว่าความรักระหว่างเพื่อนยังอยู่หมด เราเคยหวังดีกับใครก็ยังเป็นอย่างนั้น เพียงแต่อยู่ที่ว่าเขาจะรับมากหรือรับน้อย หรือไม่รับเลย ตรงนั้นมันเป็นไปตามกรรม
 ตอบแบบตรงไปตรงมาแบบนี้ เคลียร์มั้ยจ๊ะ…

 เธอคนนี้ชื่อ…กฤตธีรา อินพรวิจิตร
 ชื่อเล่น เข็ม
 เกิดวันที่ 7 มกราคม
 เข้าวงการครั้งแรก…ถ่ายโฆษณา
 ผลงานการภาพยนตร์ที่ผ่านมา มือปืน/โลก/พระ/จันทร์ กุมภาพันธ์ บอดี้ศพ # 19  
 ผลงานที่สร้างชื่อเสียง พิธีกรรายการ “ตีสิบ”

 

เรื่อง… “เพ็ญนภา ดำเล็ก”

ภาพ… “วริศรา วุฒิกุล”

ก้อยรัชวิน ถ่ายเซ็กซี่

Monday, July 27th, 2009

เมื่อ “ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ” ลุกขึ้นมาถ่ายแบบเซ็กซี่ ให้กับนิตยสาร Mix Magazine ก็ไปยั่วน้ำลายให้กับหนุ่มๆ หลายคน ขนาดแฟนหนุ่มอย่าง “เป้ อารักษ์” ที่เคยห้ามเซ็กซี่ ถึงกับชมป๋อ งานนี้ทั้งคู่ก็ควงคู่กันออกงานแม็คยีนส์ ก็เผยถึงรู้สึกให้ฟังว่า

ก้อยถ่ายแบบล่าสุดเซ็กซี่มากๆ

ก้อย : ช่างภาพเขาถ่ายดี เป็นคนธรรมดา คือเขาสามารถทำคนไม่เซ็กซี่ แต่ก็ดูสวยขึ้นมาได้ เซ็กซี่หรือไม่เซ็กซี่ อยู่ที่ช่างภาพ

 ถือว่าเซ็กซี่ที่สุดหรือเปล่า

ก้อย : เท่าที่มีคนบอกมามันก็เป็นอย่างนั้น พอเห็นแล้วก็โอเคนะ เพราะช่างภาพถ่ายสวยอยู่แล้ว นอยนิดหน่อยว่าจะดูโป๊ไปหรือเปล่า ด้วยภาพที่ออกมา ดูเป็นศิลป์ เราก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเซ็กซี่

เป้ : เขามั่นใจ สวยมากครับ

 คิดว่าเซ็กซี่ไปมั๊ย

เป้ : มันก็เป็น art สวยๆ ครับ

 แต่ก็ไม่ว่าเรื่องเซ็กซี่

เป้ : ไม่ได้ว่าเลยครับ เราก็จะบอกเขาว่ามันออกมาดีแล้ว

 เป้เคยห้ามก้อยเรื่องเซ็กซี่

เป้ : ตอนนี้ชิล อย่างไงก็ได้ ให้ก้อยเลือกเอง

 ก้อยมีไปถามก่อนมั๊ย

ก้อย : ไม่ได้ไปขอ คือเป้เค้าเข้าใจอยู่แล้ว มันก็เป็นงานๆ หนึ่ง เราไปถ่ายหนังสือ แล้วมีกระแสตอบรับก็ดี เพื่อนก็ชมเยอะ

 ทำไมถึงตัดสินใจถ่าย

ก้อย : เราเห็นเขาถ่ายภาพคนที่ไม่สวย แต่กับให้ดูดี เพียงครั้งเดียวได้ แล้วไม่ต้องเซ็กซี่ก็ได้ ก่อนทำงานก้อยก็ชัดเจนว่าต้องเป็นอย่างไร มากน้อยได้แค่ไหน

 เห็นว่าโพลีพลัสจะให้เล่นละครด้วยกัน

เป้ : อันนี้ไม่จริงครับ

 แล้วมีการมาทาบทามบ้างมั๊ย

เป้ : ไม่มีครับ แต่ก็ยินดี ถ้ามีโอกาสไปเล่น

ก้อย : ก็มีผู้ใหญ่เข้ามาคุยบ้าง เราก็ไม่มีสังกัด เราก็สามารถร่วมงานกับคนอื่นได้อยู่แล้ว

 อยากเล่นด้วยกันมั๊ย

ก้อย : มันก็ต้องดูที่บทด้วยว่าเหมาะสมหรือเปล่า อย่างบางทีคนที่เป็นคู่รัก แล้วเล่นกันบ้างที ความเชื่อที่คนดูมีต่อละครอาจจะลดลงก็ได้

เป้ : มันดูยาก คงต้องดูบท

 

 

 

 

 

 

ไกรสร ร้อง OH MY GOD

Friday, July 24th, 2009

“ไกรสร” ร้อง OH MY GOD ! สาบานไม่เคยทำอะไรลูก บอกที่ “เพชร” พูดอะไรไปคงอยากให้คนสงสาร และเกลียดพ่อเพื่อจะหาเหตุผลว่าทำไมถึงต้องหนีออกจากบ้าน ไม่ขอโต้ไปโต้มา บอกถ้าคนโกหกแล้วก็โกหกได้ทุกเรื่อง ปฏิเสธไม่เคยสกัดงานลูก เผยลูกไม่เคารพพ่อใครจะให้งานเวรกรรมมีจริงยันยังรักลูกเหมือนเดิม แต่อย่ามาหาพ่อเพราะอยากเป็นนักร้องเพราะชีวิตลูกมันพังหมดแล้ว
       
       โต้กันไปโต้กันมาจนหาจุดจบไม่เจอ สำหรับปัญหาความขัดแย้งของ “ปุ้ม ไกรสร แสงอนันต์” กับลูกชายคนเดียว “เพชร สรภพ ลีละเมฆินทร์” ที่เกิดกับราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ช่วงเช้าที่ผ่านมา(19 มิ.ย.) ทางฝ่ายของเพชรได้ออกมาเปิดใจเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกระแสข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ เกี่ยวกับข่าวคราวความวิปริตทางเพศของพ่อ ที่ทำให้เจ้าตัวรับไม่ได้ จนต้องหนีออกจากบ้านเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งหนุ่มเพชรก็ยังอุบเงียบไม่ขอพูดถึง ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ดูคลุมเครือ
       
       ล่าสุด เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน เป็นทางฝ่ายของ “ไกรสร” ออกมาเคลียร์บ้างในรายการ “โต๊ะข่าวบันเทิง” ทางช่อง3 โดยเจ้าตัวได้โต้แหลกทุกคำครหา บอก ถ้าเพชรคิดแบบนั้นคงอยากให้คนเกลียดพ่อ แต่ถ้าถูกคนอื่นปั่นหัว คนพวกนั้นก็คือสัตว์เดรัจฉาน
       
       “โอ้มายก๊อด…ไม่รู้จะพูดยังไง เมื่อวานเขาก็ให้สัมภาษณ์ไปว่าเขามีเหตุผลในการพูดของเขา ไอ้พวกไหนที่มันพูดรวมหัวคิดเรื่องนี้ขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนี้คิดอย่างขยะแขยงมากเลยนะ ผมไม่คิดว่ามันจะกล้าเอาเรื่องไม่จริงแบบนี้มาพูดได้ ความคิดของมัน ไอ้พวกนั้นก็สัตว์เดรัจฉานนะ ผมเป็นมนุษย์ ถ้าคิดแบบนี้ไม่ใช่มนุษย์ คิดแบบหมา ที่มันเอาลูกมันได้ประมาณนี้ครับ”
       
       “ไม่ทราบจริงๆ ว่าทำไมเขาพูดแบบนั้น เพชรไม่ได้เป็นคนแบบนี้ แต่เอาเถอะ เขาคงมีเหตุผลให้สังคมเกลียดพ่อ เขาก็คงยัดประเด็นเดิมเพื่อเหตุผลอะไรของเขาผมก็ไม่ทราบ มันเป็นอะไรที่ทนฟังไม่ได้ ยังไงพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เขารู้ดีผมเลี้ยงลูกยังไง ถ้าเรื่องนี้เป็นความคิดของเขา แสดงว่าเขาต้องการโจมตีพ่อ แต่ถ้าคนอื่นยัดความคิดให้เขา ไม่รู้ว่าใครก็ตาม ที่ใส่ข้อมูลแบบนี้ คือสัตว์เดรัจฉาน เขาทำเพื่อให้ทุกคนด่าพ่อ แล้วให้ไปสงสารเขา นี่แหละคือเหตุผลที่เขาหนีออกจากบ้าน แล้วปัดความผิด มันมีเหตุผลหลายอย่างไม่ใช่แค่นี้ ทุกคนคงทราบว่าเขาให้สัมภาษณ์ยังไง”
       
       “มันไม่ตกใจหรอก เพราะมีนักข่าวมาบอกก่อนหน้านี้แล้ว แต่ครั้งแรกที่มาบอกก็แค่ช็อคว่า เอ้ย เล่นแบบนี้เลยหรอ มาคิดอีกทีผู้ใหญ่ท่านก็เตือนๆ ไว้ว่าให้ตั้งสติ ก็เลยรู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรเขาถึงพูดแบบนี้ เรื่องนี้ที่ผมไม่สามารถจะบอกใครรู้ได้ คุณหมอครับคุณหมอในประเทศไทยช่วยลูกผมเถอะครับ คุณหมอช่วยวิเคราะห์ลูกผมเป็นอะไร จะทางไหนก็ได้ ทางไสยศาสตร์ก็ได้ ทุกคนงงกันไปหมดแล้ว เขาโกหกจนชิน ผมไม่เคยจะรักใครมากกว่าเขาเลยนะ ผมรักเขาคนเดียว”
       
       “แต่ถ้าอยากจะพูดก็พูดไป เขาก็ลูกผม ผมจะไปทำอะไรได้ พูดไปเถอะ แต่ถ้าผมตายไปเรื่องนี้ก็คงจะจบ เขาพูดไม่จริงครับ มันไม่จริงหรอก ผมไม่ได้ทำ ผมอยากจะให้มันจบจริงๆ เขาบอกให้ผมจบเถอะพ่อ เขาบอกมาตั้งแต่สามสี่ปีที่แล้ว และหลังจากสามสี่ปีที่แล้วที่จากผมไป เขาก็ไปเคยโทร.หาไม่เคยติดต่อมา มีแต่ผมโทร.ไปหาถามสารทุกข์สุขดิบ เขาอยู่คนเดียวเขาก็พูดดี แต่ถ้าเขาอยู่กับอีพวกนั้น ก็อย่างว่าแหละ มีอะไรบงการเขาอยู่เบื้องหลังครับ”
       

       “ผมคงไม่แก้ไขอะไรทั้งสิ้น เรื่องจริงก็คือเรื่องจริง ผมไม่ได้ทำอะไรลูก แค่คิดก็ไม่รู้จะพูดยังไง ผมสาบาน (เมื่อกี้เพชรก็สาบานว่าไม่ได้โกหก?) ต่างคนต่างสาบาน เอ้า..เอาเข้าไป ฟ้าดินพยาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอให้เป็นพยาน แต่อย่าทำร้ายลูกผมแล้วกัน เขาโกหกมาเยอะ แต่อย่าลงโทษเขา เพราะเขาบริสุทธิ์ โดนใส่ข้อมูลแบบผิดๆ”
       
       ลูกชายสารภาพว่าเป็นเด็กมีปัญหา ผู้สื่อข่าวยิงคำถามว่าทราบปัญหาเรื่องนี้ของลูกหรือเปล่า? เจ้าตัวโยนให้ไปถามคนอื่นแทน
       “อย่าถามผม ถ้าถามผมก็หาว่าผมแก้ตัว ไปถามคนรอบข้าง ถามคนใกล้ชิด ถามใครก็ได้ เวลาที่เขาไปเที่ยวสถานที่กลางคืน ไปเที่ยวกับเพื่อน เพื่อนยังบอกเลยว่าทำไมป๊าดีจังวะ ไม่เห็นเหมือนพ่อแม่เขาเลย ไม่เห็นไปส่งไปเที่ยว เขายังมาเล่าให้ผมฟังอยู่เลย มันเป็นความผิดของผมที่เลี้ยงลูกเป็นไข่ในหิน ใครที่รู้จักผมและรู้จักเพชรตอนยังเด็กช่วยออกมาหน่อยครับ เพราะว่ามันเป็นปัญหาสังคมที่ยิ่งใหญ่มาก กรณีนี้เป็นกรณีศึกษาว่าลูกจะไปแชทอินเตอร์เน็ตเจอใครดีก็ดีไป เจอไม่ได้ก็ไม่ดีไป เพราะว่าลูกผมเป็นคนหัวอ่อน โดนของรึเปล่าก็ไม่รู้ ผมก็ไม่รู้นะ”
       
       “ที่ผ่านมา ที่ทะเลาะก็มีแต่เรื่องเรียนอย่างเดียว เดี๋ยวนี้เพชรตกอับถึงขนาดไม่มีงาน ต้องไปของานคนโน้นคนนี้ทำ ต้องไปขอเขาเดินสายด้วย เพชรไม่มีงานไม่รู้ตัวเองเลย ว่าทำไมเพชรถึงไม่มีงานทำ ลูกราชินีลูกทุ่งไปของานคนอื่นทำได้ยังไง ใครใช้ให้ไปขอเขาทำ คือมันสุดๆ ครับ ความถูกต้องความดี ถ้าลูกมาทำกับพ่ออย่างนี้ ผมไม่อยากจะพูดแล้ว พูดแล้วมันก็เจ็บปวดกว่าเขาอีกหลายเท่า หัวอกคนเป็นพ่อก็อยากเห็นเขาเป็นคนที่ดี พ่อดูอยู่ข้างหลังก็พอแล้วครับ”

ยัน ภรรยาใหม่ดีกับเพชรมาก คอยดูแลทุกอย่างให้ตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มีปัญหากันอย่างที่เป็นข่าว
       “ตั้งแต่คุณผึ้งเสียไป เพชรมาเป็นที่หนึ่ง ภรรยาผมก็รู้ เวลาไปไหนกัน 3 คน แฟนผมยังไม่เคยนั่งหน้าเลย แล้วตอนเพชรเด็กๆ จะเรียกว่าเป็นทาสรับใช้น้องก็ว่าได้ รับใช้เพชรทุกอย่าง กินข้าวแทบจะป้อน จานช้อนอยู่ตรงไหนเพชรยังไม่รู้เลย ทุกคนรักเขาหมด ตัวเขาก็เป็นเด็กดี ผมเลี้ยงจนเขาทำอะไรไม่ค่อยจะเป็นเลย เหมือนลูกขาดความอบอุ่นจากแม่ ผมก็ทำทุกอย่างไม่ให้เขาลำบาก”
       
       ส่วนที่โดนเพชรซัด ว่า อยู่ต่อหน้าสื่อพ่อเป็นอีกอย่าง ลับหลังเป็นอีกอย่างนั้น เจ้าตัวแจงว่า…
       “ถูกครับ ต่อหน้าสื่อผมก็บอกว่าเขาดี ผมไม่มาวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องทีเสียหายของเขาหรอกครับ เขาดี ผมก็ต้องแสดงความรักต่อเขาว่าอย่าทำไมดีนะลูก แต่ลับหลังผมจะพูดจะสอนลูกไม่ได้หรอ ทำไมผมจะต้องไปสอนในสิ่งที่ไม่ดีละครับ หัวอกคนเป็นพ่อก็ต้องสั่งสอนลูกอยู่แล้ว เรื่องไม่ดีของลูกผมไม่เอามาพูดแน่ครับ”
       
       โต้แหลกเรื่องสกัดงานลูก สมัยออกอัลบั้ม จนลูกไม่มีงานทำ
       “ผมจะมีปัญญาไปบล็อกอะไรเขา สังคมไทยใครเขาจะจ้าง ออกมาไม่เคารพพ่อแบบนี้ มันเป็นเวรกรรม ใครเขาจะจ้างทำอะไร เขาก็คงคิดว่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีต่อเยาวชนต่อไปมั้ย มีหลายรายการที่ไม่เอาเขาไปโชว์ เพราะเขาทำตัวไม่เหมาะสมกับเยาวชน รายการห่วยๆ คือรายการที่เอาไป ไม่นึกถึงภาพพจน์อะไรเลย”
       
       กรณีที่น้าสาวออกมาติงเพชร ว่า ทำไมไม่ใช้เงินตัวเองสร้างหุ่นพุ่มพวง จนเจ้าตัวลุกขึ้นมาประกาศขอตรวจสอบทรัพย์สินแม่ เพื่อจะเอาเงินไปสร้างหุ่นนั้น ไกรสรบอกว่าถ้าอยากได้ก็มาคุยกัน
       “มาคุยกัน ใครอยากได้เดี๋ยวให้ 18 ปี ผมเลี้ยงดูเขามาก็ไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น มีเล็กๆ น้อยๆ และผมก็แบ่งไปเรียบร้อย ทางพี่น้องพอใจกันหมด เงินก้อนนั้นก็เลี้ยงดูเขา ทำธุรกิจขาดทุนบ้าง ก็เหลือพาเขาไปเรียนเมืองนอก อีกอย่างเหลือทุนไว้ เผื่อเพราะไม่มีใครรักเขาจริงหรอก ยังไงเขาก็เป็นลูกผม เงินก้อนนี้จะเลี้ยงลูกเอง”
       
       ปัด พูดเรื่องที่เพชรบอกว่า อยู่เมืองนอกให้เงินใช้แค่วันละ 5 เหรียญ แถมเรียนโรงเรียนฟรี
       “อยากพูดอะไรก็พูดไป อยากรู้อะไรก็ไปถามคนที่เมืองนอกได้ว่าค่าใช้จ่ายเมืองนอกเป็นยังไง ผมไม่อยากมาโต้ไปโต้มาแบบนี้ครับรายละเอียดไม่พูดครับ ถ้าคนโกหกได้ครั้งเดียวทุกฉากก็เป็นเรื่องโกหกครับ ถ้าเขาอยากแบ่งสมบัติก็ให้เขามาคุยกับผม(ยืนยันว่ายังมีอยู่) มีหรือไม่มีก็ไม่รู้ มีแต่หนี้ให้ก็ไม่รู้(หัวเราะ)ถ้าเขาอยากจะฟ้องก็ฟ้องไปเลยครับไม่เป็นไร เอาชีวิตพ่อยังได้เลย ถ้าทุกคนเชื่อว่าเขาบริสุทธิจริง เอาปืนมายิงผมก็ยอมตายครับ”
       
       เพชรยืนยันว่าจะเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว
       “ทุกคนก็พูดได้ครับ ถ้าพูดอย่างนั้นเอาปืนมายิงป๊าเลยก็ได้ ให้ป๊าตายไปจากโลกนี้เลยก็ได้ถ้าผมเลวขนาดนั้น”
       
       “จิตใจลูกตอนนี้เป็นไงผมไม่ทราบ แต่คิดว่าเขาก็สับสนอยู่นะ แต่ผมก็ไม่ค่อยได้เจอลูกเลย ตอนเขาออกไปใหม่ๆ ผมก็ตามคงได้รู้จากข่าวแต่มันมีเรื่องลึกลับซับซ้อน ที่ผมตามไม่ได้เพราะโทรศัพท์ก็ไม่เปิดเปลี่ยนเบอร์ใหม่อีกอย่างหนึ่งครอบครัวนั้นเขาก็ไม่ให้ผมเจอ มันมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องทั้งนั้นแหละ ที่ลูกบอกว่าแหม….ไม่อยากจะพูดยาวๆ เลย”
       
       ส่วนที่ “เพชร” บอกว่าครอบครัวของ “อ้อย” เสียเงินเพื่อดูแลมาเป็นล้านๆ แล้ว “ไกรสร” ชี้ให้ไปสืบประวัติครอบครัวนี้ว่าทำอาชีพอะไร
       “ไปดูประวัติเขาสิ ไปสืบประวัติไอ้สามคนนี้เลย ไปถามแถวเชียงรายเลยว่าเขาทำอาชีพอะไร ผมไม่อยากรื้อฟื้นไปถามเอาเอง อย่าให้ผมพูด ผมไม่พูดแน่นอน ไปสืบเอง ความจริงมีปรากฏแน่นอน เขาบอกเขาเสียเงินเป็นล้านๆ ผมเคยไปดูนะ เห็นเขามีทาวน์เฮ้าส์เก่าๆ ที่เชียรายผมไปดูมาแล้ว สงสัยขายไปแล้วมั้ง มีป้าคนหนึ่งที่ให้เงินเขา ตอนนี้ซื้อบ้านใหม่รถใหม่ เห็นว่าเพิ่งซื้อไม่รู้ใครเอาเงิน ตอนที่น้องเพชรร้องเพลง ไม่รู้ว่าเพชรให้เงินตอนนั้นหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าครอบครัวนี้ทำธุรกิจที่….ไม่รู้ไม่พูด”
       
       “ผมอาจจะมีเวรมีกรรมเยอะนะ เมื่อเช้ายังขอโทษคุณพ่อคุณแม่ ไม่รู้ผมทำเวรกรรมอะไรมา ผมเคยทำให้พ่อแม่น้ำตาตกในหรือเปล่า ผมขอกราบขอโทษ แต่กับลูกผม ผมอาจจะสร้างเวรกรรมอะไรมา แต่เอาเถอะคิดว่าปล่อยให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กัน ถ้าเขามีลูกเขาก็จะรู้ มีความสุขเถอะ ก็อยู่กันกับครอบครัวนี้ไป จะอยู่ได้นานหรือไม่นานไม่รู้ ก็ขอให้อยู่กันไปแล้วกัน”
       
       บอก แม้จะดูเหมือนว่าทางลูกชายได้ตัดพ่อไปแล้ว แต่ตนตัดขาดลูกไม่ได้แน่นอน
       “แต่พ่อไม่เคยตัดขาดลูก บอกแล้วไงใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เอาเถอะผมจะรอถึงวันนั้น ผมจะรอถึงเขามีลูก จะรอถึงผมแก่จนเฒ่า ถึงเมื่อไหร่ไม่เป็นไร ที่เขาจะสำนึกผิด ที่เขาเป็นอย่างนี้คือเชื้อร้ายที่ใส่เข้ามาในสมองเขา ตอนนี้ไม่ใช่เพชรครับ ผมจะพูดครั้งนี้ก็พอแล้วครับ แต่จริงๆ ผมอยากจะพอตั้งแต่วันที่แถลงข่าววันนั้นแล้ว แต่มันก็มีประเด็นอื่นขึ้นมาเรื่อยๆ ทุกคนก็อยากรู้ ถ้าไม่ตอบเดินหนีมันก็ไม่ใช่ มันก็เลยกลายมาเป็นโต้กันไปโต้กันมา จะให้เรื่องมันผ่านไปตามการเวลา ผมปล่อยเขาแล้ว เขาจะพูดยังไงก็ ยังไงก็ปล่อยเขาไป”
       
       ทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ คือเพชรต้องถอยออกมาจากครอบครัวแฟน
       “ถ้าเพชรออกมาจากครอบครัวนี้จบ เขาจะมาเป็นตัวของตัวตัวเอง แล้วออกมาเจอครอบครัวใหม่ สอนเขาในสิ่งที่ดี ผมว่าจบ ก็อยากจะบอกเขาว่า ยังไงก็รักลูกป๊าก็รักบ๊อยล่ะลูกเอ๊ย… ยังไงก็มาเถอะ แต่อย่ามาหาป๊าเพื่อที่จะมาร้องเพลงให้ดัง เดี๋ยวนี้คงไม่มีใครเอามาร้องเพลงแล้วมั๊งลูก ชีวิตลูกมันพังแล้ว ก็มาตั้งใจเรียนแล้วกัน ดำเนินชีวิตใหม่ เจอครอบครัวใหม่ที่สอนลูกในทางที่ดีก็แล้วกันนะลูกนะ คิดถึงป๊าบ้างนานๆ มาเยี่ยมกันบ้าง ป๊าขอแค่นี้แล้ว ไม่ต้องมาอยู่กับป๊าไม่ต้องมาอะไรหรอก ชีวิตลูก…ลูกโตแล้ว ค่อยๆ มีสติหน่อยลูก สมองว่างอย่าให้คนอื่นคิดแทน พูดมาแล้วครั้งแล้ว ไม่รู้จะทำยังไง นะลูกนะ ไหว้อีกทีก็ได้(ยกมือไหว้) ขอร้องนะคิดใหม่ๆ นะลูกนะ”
       
       “เรื่องอื่นมีตั้งเยอะแยะที่จะทำร้ายพ่อ ป๊าไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจมากๆ ทำไมลูกเอาเรื่องนี้ขึ้นมา ถ้าเป็นความคิดของลูก ป๊าก็ให้อภัยนะสมองลูกไม่ได้คิดเอง แต่ถ้าเป็นคนอื่นมาใส่สมองลูก ลูกคิดให้ดีว่าเขาหวังดีกับลูกหรือเปล่าที่เอาลูกมาเป็นเครื่องมือมาทำลายป๊าขนาดนี้ นะลูกนะคิดให้ดีคิดให้เป็นนะลูกนะ ไม่รู้จะพูดยังไง”

ใครชอบแนวเท้าสาวๆมาดู

Thursday, July 23rd, 2009


โชว์เท้าสวยๆงามๆน่ากินไหม

เพชร ไกรสร สงสัยคู่นี้อีกยาว

Thursday, July 23rd, 2009

“เพชร” ย้ำ ไม่ตอบเรื่องข่าว “ไกรสร” วิปริตทางเพศ แต่รับโดนพ่อกระทำมาตั้งแต่อายุ 12 แต่ไม่บอกว่าเรื่องอะไร สาบานไม่ได้โกหก เผยญาติพุ่มพวงรู้ดีแต่ไม่เคยช่วยอะไร ซ้ำตอนนี้ยังมาเข้าข้างพ่ออีก สุดช้ำออกเทปก็โดนพ่อกับน้าๆ สกัดงาน เจ้าตัววอน ขอยุติเรื่องนี้ทุกอย่างขอเป็นคนรับไว้เอง
       
       ยังคงไม่จบง่ายๆ สำหรับเรื่องราวความบาดหมางระหว่าง “เพชร สรภพ ลีละเมฆินทร์” ทายาทคนเดียวของราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” กับผู้เป็นพ่อ “ปุ้ม ไกรสร แสงอนันต์” และญาติพี่น้องฝ่ายแม่ ที่ตอนนี้ประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ หนีไม่พ้นสาเหตุที่ทำให้เพชรหนีออกจากบ้านเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งมีกระแสว่าปมที่แท้จริงเป็นเพราะเรื่องความผิดปกติทางเพศของผู้เป็นพ่อ ที่ทำให้เพชรรับไม่ได้ ถึงขั้นประกาศไม่สามารถจะอยู่กับพ่อได้อีกต่อไป
       
       แม้ว่าก่อนหน้านี้หนุ่มเพชรจะออกมาเคลียร์เรื่องนี้ไปแล้ว ว่าไม่ขอพูดถึง เพราะพูดไปสังคมคงรับไมได้ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(19 มิ.ย.) หลังจากที่เจ้าตัวเดินทางไปอัดรายการ “Next station พรหมพร” ทางช่อง5 ก็ได้เปิดใจอีกครั้ง โดยยืนยันไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีก แต่รับว่าโดนพ่อกระทำมาตั้งแต่อายุ 12 จนทนไม่ได้ แต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นเรื่องอะไร
       
       “ตอนบวชมีพระผู้ใหญ่บอกว่าบวชครั้งนี้จะมีผู้ใหญ่มาทำให้ผ้าเหลืองเสื่อมเสีย การบวชภายใน 15 วันครั้งนี้ ต้องสู้รบปรบมือมือกับมาร มีมารมาขัดขวางดึงผ้าเหลืองออก แต่ไม่คิดว่ามารที่จะเจอจะกลายมาเป็นญาติตัวเอง เสียความรู้สึก เสียใจ วันนั้นไมไม่มีใครฉุกคิดถึงดวงวิญญาณแม่ผึ้งเลย”
       
       “กับข่าวเรื่องราวที่ผ่านมารู้สึกผิดหวังสะเทือนใจมากกับการแถลงข่าวของญาติ ทุกคนน่าระรู้ว่าอะไรเป็นอะไร อย่าได้โกหกต่อไปเลย ความลับไม่มีในโลกนี้ อยากเก็บทุกอย่างไว้ให้เป็นเรื่องของครอบครัวดีกว่า ที่ออกมาเปิดใจวันนี้เพราะอยากยุติเรื่องราวทุกราวทุกอย่าง ไม่ขอพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว”
       
       ส่วนกรณีที่น้าสาวฝากถามว่า เหตุใดถึงไม่ใช้เงินตัวเองในการสร้างหุ่นพุ่มพวง มาเปิดรับบริจาคทำไม? กับเรื่องนี้เพชรแจกแจงว่า เป็นเพราะตอนออกอัลบั้มโดนพ่อและญาติๆ บล็อกงาน ทำให้ไม่มีเงินเก็บ งานนี้เจ้าตัวถึงกับโพล่งขึ้นมาว่าถ้าอย่างนั้นจะขอตรวจสอบมรดกแม่ ที่ตนสมควรจะได้ เพื่อนำเงินมาสร้างหุ่นให้สำเร็จ ส่วนจะฟ้องแบ่งมรดกหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต
       “ตอนที่ผมเป็นนักร้องทางญาติและพ่อบล็อกงาน ก็เลยไม่ค่อยมีงาน มีแต่งานโชว์ตัวฟรี ทำให้ไม่มีเงิน ผู้ใหญ่เป็นบอกผมเองทำให้รู้ว่าทำไมเราถึงไม่มีงาน แต่เขาไม่อยากยุ่ง แต่ถ้าน้าบอกว่าทำไมไม่สร้างด้วยเงินตัวเอง ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ผมจะเอาเงินแม่มาสร้าง ผมจะขอตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด ผมจะเอาเงินมรดกมาสร้างหุ้นแม่”
       
       “เรื่องเงินมรดกพ่อไม่เคยบอกผมเลย ไม่เคยรู้ และผมก็ไม่เคยสนใจ แต่ตอนนี้จะขอตรวจสอบแล้ว รวมทั้งเงิน 50 ล้าน ที่พ่อบอกว่าผมผลาญไปตอนที่อยู่อเมริกา ผมก็จะขอตรวจสอบด้วย ให้พ่อเอาหลักฐานที่ว่าใช้เงินแม่ไป 50 ล้านมาให้ดู เพื่อจะขอเคลียร์ เพราะยืนยันว่าไม่ได้ใช้ขนาดนั้น ส่วนเรื่องจะฟ้องหรือเปล่าให้เป็นเรื่องของอนาคต”
       
       ยืนยันไม่ขอพูดถึงกระแสความผิดปกติทางเพศของผู้เป็นพ่อ แต่เผยโดนกระทำมาตั้งแต่อายุ 12 จนทนไม่ไหว
       “ขอไม่พูดถึงเรื่องนี้เพราะจะเป็นการจุดประกายขึ้นมาอีก ต่อไปนี้ถ้าพ่อพูดอะไรก็จะไม่ตอบโต้อีกแล้ว เพราะสังคมสังคมไทยรับไปได้ที่ลูกจะออกมาตอบโต้พ่อ ทุกอย่างผมขอรับไว้เอง“
       
       “เรื่องนี้มันก็มีส่วนที่ทำให้ออกจากบ้าน ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมามันโหดร้ายหรือสะเทือนใจ เคยมีการเปิดอกพูดคุยกับพ่อแต่เขาก็บอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ พ่อสาบานผมก็สาบานเหมือนกัน ยังไงก็ตามผมเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง แต่อาจจะยังไม่เจอ ยังไงก็เชื่อว่าเจอชาตินี้แน่นอน”
       
       “เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ผมเริ่มโต ตั้งแต่ไปเมืองนอกอายุ 12 ได้ ไปปรึกษาใครเขาก็บอกให้เงียบไว้ เพราะว่าเขาเป็นผู้ใหญ่กว่า ทางญาติๆ ก็รู้เคยบอกให้ลุงฟังแล้ว ตอนแรกเหมือนเขาโมโห แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา มีปมด้อย อายที่จะปรึกษาคนอื่น ตั้งแต่นั้นมาเหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นซ้ำๆ เรื่อยๆ มาตลอด เขาบอกว่าเขาจะหยุด แต่เขาก็ไม่หยุดสักที”
       
       “พ่อเขาสั่งไม่ให้พูดเรื่องนี้ แต่ใครๆ เขาก็รู้ เพื่อนสนิทกันรู้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เมืองไทยหรือเมืองนอก แต่เขาจะพูดอะไรได้ มันก็เหมือนน้ำท่วมปาก”
       
       ถูกมองว่าปมดังกล่าวทำให้เจ้าตัวรังเกียจผู้เป็นพ่อหรือเปล่า? เพราะในวันที่ทะเลาะกันที่วัด ในวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถึงไม่ยอมให้พ่อถูกเนื้อต้องตัวแม้แต่นิดเดียว
       “ไม่ได้รังเกียจพ่อ แต่รู้สึกกลัวพ่อ อะไรที่ทำให้พ่อมีความสุขผมยอมทำทุกอย่าง เรื่องนี้คนที่ยื่นมือมาช่วยผมจริงๆ ก็คือทางฝ่ายที่บ้านของแม่บุญธรรม เพราะว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ผมหลอน และนอนไม่หลับตลอดมา”
       
       รับโมโหที่แม่เลี้ยงใส่ความ “อ้อย” แฟนสาวว่าเคยโดนข่มขืน ซ้ำยังเป็นผู้หญิงใจแตก ท้าหาความจริงมาพิสูจน์ พร้อมบอกถึงเรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริงก็ยังรักอ้อยเหมือนเดิม
       “ผมรู้สึกโมโหมาก จะพูดอะไรก็ขอให้มีหลักฐาน ไม่ว่าอ้อยจะเป็นยังไง จะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าผมก็ยังรักอ้อยอยู่ ถ้าคุณโอ๊ตไม่ออกมาขอโทษจะฟ้อง หรือไม่ก็ให้หาหลักฐานมา”
       
       “ขอร้องให้ปล่อยไปเพราะผมเลือกที่จะอยู่กับทางนี้ (ยกมือไหว้เสียงสั่นเครือ) มีความสุขที่จะอยู่กับทางนี้ จากที่แย่ตอนนี้ก็มีสติขึ้น ทางนี้ช่วยให้ดีขึ้น ยอมรับว่าแต่ก่อนเป็นเด็กมีปัญหา แต่ตอนนี้รู้สึกชีวิตมีครบทุกอย่างแล้ว รู้สึกอบอุ่นตั้งแต่มาอยู่กับครอบครัวนี้ กับอ้อยยอมรับว่าผมรักอ้อยมาก ความสัมพันธ์ตอนนี้ก็คือเป็นแฟนกัน แต่ถ้าอ้อยยังไม่อยากแต่งงาน โอเคตอนนี้อาจจะมีปัญหา ขอเวลาเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน แต่ผมเป็นคนรักเดียวใจเดียว”