Archive for August, 2009

โชว์แอบถ่ายสาวรับใช้

Monday, August 31st, 2009


สาวๆรับใช้โดนแอบถ่ายซะงั้นนะ

ภาพหลุดก้อย กับเป้โป๊เลย

Wednesday, August 26th, 2009

ก้อยเผยไม่เครียดที่ถูกแถบถ่าย แต่กลัวคนจะติดภาพเซ็กซี่ ยันไม่ได้ซ้อมฮันนีมูนแค่ไปพักผ่อนและไปกันหลายคน รับพ่อแม่เครียด บอกให้ระวัง…

ก้อย ไม่แคร์ ภาพหลุด สวีต เป้

ถึงจะไม่ ใช่ภาพหวือหวา แต่เป็นภาพหลุดทริปไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ของสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ กับแฟนหนุ่มมาดเซอร์ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ  โผล่ว่อนทั่วอินเตอร์เน็ต ดูสวีตหวาน อวดความเซ็กซี่ เห็นส่วนโค้ง-ส่วนเว้าของสาวก้อย คาดว่ามีมือดีแชะภาพ เลยไปถามก้อย ในงานแฟชั่นโชว์ “MC & Match independent style by Smallroom” มีคนแอบถ่ายภาพทั้งคู่จริงมั้ย “คิดว่าเป็นอย่างนั้น ไม่งั้นภาพมันคงไม่หลุดออกมาหรอก คงไม่ถ่ายกันเองแล้วเอามาปล่อยอยู่แล้ว แต่ภาพก็ไม่มีอะไรเสียหาย แล้วมันก็เป็นเวลาส่วนตัวของเรา เราอยากจะไปพักผ่อน ถามว่าโกรธมั้ย ไม่โกรธค่ะ ก้อยกับเป้เฉยๆ แต่ถ้าครั้งหน้าเจอกัน มาขอถ่ายดีๆก็จะให้ถ่าย ดีกว่ามาแอบถ่ายแบบนี้” มีผลกระทบยังไงบ้าง “สำหรับตัวก้อยเองนะ ไม่ได้เครียดหรือรู้สึกว่ามันเป็นภาพที่ไม่ดี แต่คนอื่นที่ไม่รู้จักเรา จะมองยังไง ไม่อยากให้คนติดภาพ คนมองว่าเดี๋ยวนี้ก้อยเซ็กซี่ ใส่บิกินี แต่มันมีเสื้อคลุม มันเป็นการพักผ่อน เราไปว่ายน้ำ เราไปดำน้ำ ไม่อยากให้ใครมาคิดว่าเราจะเปลี่ยน

ภาพตัวเองไปเป็นแนวนั้นรึเปล่า ก้อยยังเป็นเหมือนเดิม สิ่งที่ออกไปมันก็เป็นงานเท่านั้นเอง คนที่เป็นนางเอกไม่ได้กินน้ำส้มตลอดเวลา คนที่เป็นตัวร้าย ตัวจริงเค้าอาจจะธรรมะธัมโมก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปติดอะไรกับภาพที่คุณเห็น มาเจอตัวจริง สัมผัสตัวจริงให้รู้ไปเลยดีกว่า” คนมองว่าไปซ้อมฮันนีมูน “ไม่ใช่ค่ะ แค่ไปพักผ่อนเฉยๆ ไปกับเพื่อนหลายคนด้วย” คนมองด้านชู้สาวรู้สึกยังไงบ้าง “ก้อยว่ามันไม่น่าจะเป็นถึงขั้นนั้น ภาพที่เห็นคือมีเพื่อนๆอยู่ด้วยหลายคน แล้วไม่ได้ทำอะไรเสียหาย” คุณพ่อ คุณแม่ว่ายังไง “คุณพ่อ-คุณแม่เห็นไม่ ได้อยู่ตรงนี้ เครียดกว่าเรา บอกให้ ระมัดระวัง ก้อยก็บอกว่าเราระวังแล้ว แต่มันยังเกิดขึ้นได้ คงต้องรอบคอบมากกว่านี้ ไม่งั้นต้องฝากบอกคนที่อยากจะมาถ่าย รูปเราว่า เข้ามาเลย ถ่ายเลยเต็มที่ แต่อย่าแอบถ่ายเลย”.

ลูกสาวใครทำไมถูกใจจริงๆ

Tuesday, August 25th, 2009


ส่งเสียวมาให้กันปิ๊งๆๆๆ

แอนอังคณา สุดยอดสยิว

Tuesday, August 25th, 2009

แอน อังคณา สาวเชค เซ็กซ์สบึม ย้อนอดีตวันวาน

ย้อนอดีตวันวาน “แอน อังคณา ทิมดี” นางแบบโฆษณาเนสกาแฟเชคคนแรกของประเทศไทย ที่ทำให้รถชนกันบนทางด่วน ก่อนชีวิตจะเปลี่ยนผันขึ้นแท่นเป็นนางเอกดังระเบิด แต่ปัจจุบันกลับตกอับ แม้แต่จะรับบทเป็นแม่ยังยากซะเหลือเกิน มิหนำซ้ำหันเหทำธุรกิจดูแลสุขภาพความงามก็ถูกโกง แต่เจ้าตัวไม่คิดท้อน้อยใจในโชคชะตา หวังว่าสักวันจะกลับมาสร้างชื่อในวงการบันเทิงอีกครั้ง
       
       หายหน้าหายตาไปจากวงการนานเลยทีเดียวสำหรับ “แอน อังคณา ทิมดี” อดีตนางเอก นางแบบ นักร้องเซ็กซี่ที่หลายๆ คนเคยฝันถึง ย้อนหลังไปเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ต้องยอมรับว่าแอนคือผู้หญิงที่เซ็กซี่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่ถึงวันเวลาจะเปลี่ยนไป แอนวันนี้ในวัย 45 ก็ยังสวยเต่งตึงและยังคงรักษาความเซ็กซี่ไว้เต็มเปี่ยม
       
       “แอนเป็นคนที่ค่อนข้างดูแลตัวเองอย่างมาก จะระมัดระวังเรื่องอาหารเป็นพิเศษ เชื่อไหมว่าแอนไม่ได้กินข้าวมาเป็นสิบปีแล้วเพราะข้าวมันทำให้อ้วน ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะน้ำหนักของแอนตอนนี้เท่ากับเมื่อตอนที่แอนเข้าวงการเลยนะ(หัวเราะ)”
       
       “สมัยนั้นแอนเริ่มต้นเข้าวงการด้วยการเป็นนางแบบ จากนั้นก็เริ่มเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องกะโหลกบางตายช้ากะโหลกหนาตายก่อน หนังเรื่องนี้ทำให้เราโด่งดังมากทุกวันนี้ยังฉายอยู่ที่โรงหนังเมืองคานส์มีรูปเราติดอยู่อลังการงานสร้างมาก(หัวเราะ) ยังงอยู่ว่ายังได้อีกเหรอ ตอนนั้นจะเล่นเป็นนางเอกเลว(หัวเราะ) แต่ที่แจ้งเกิดจริงๆ เป็นงานจากโฆษณาเนสกาแฟเชค ซึ่งเป็นคนแรกที่ได้ขึ้นคัทเอ้าท์ป้ายโฆษณาอยู่บนทางด่วนและตามป้ายรถเมล์ สมัยก่อนตามป้ายรถเมล์ไม่เคยมีป้ายโฆษณาที่มีไฟและบนทางด่วนไม่เคยมีรูปคน แต่แอนเป็นคนแรกก็ถือว่ามันเป็นอะไรที่เราต้องจดจำไปจนวันตายกับชีวิตตรงนี้ว่าครั้งหนึ่งเราได้ประสบความสำเร็จมาขนาดนี้”
       
       “ซึ่งในตอนนั้นก่อนที่จะถ่ายโฆณาเนสกาแฟเชคนั้นมีผลงานโฆษณาผลงานโฆษณาอยู่หลายตัว แต่ยังไม่ได้ดังมากมาย และก่อนหน้านี้แอนเคยถ่ายโฆษณาให้เนสกาแฟเชคมาแล้วครั้งหนึ่งถ่ายคู่กับน้องที่ชื่อเจี๊ยบที่ตอนนั้นมีข่าวว่าเขาฆ่าตัวตายไปแล้ว ไปถ่ายทำกันที่จังหวัดตราด ซึ่งโฆษณาชุดนี้ก็ดังมากเช่นกันแต่ตอนนั้นเรายังไม่เป็นที่รู้จักว่าใคร เพราะภาพที่ออกมามันดูไกลมาก”
       
       “มาครั้งที่สองที่เนสกาแฟเชคกำลังหานางแบบโฆษณาอยู่ พี่ลูกน้ำขาเป็นคนน่ารักมากดีกับเราจะชมตลอดว่าเธอมีเชฟดีหุ่นดีจริงๆ และแนะนำให้มาเทสโฆษณาชิ้นนี้อีกครั้ง ซึ่งตอนแรกๆ ฝรั่งเขาไม่เอาแล้ว เพราะเห็นว่าเราเคยถ่ายมาแล้ว วันนั้นไปเทสต์เป็นคนที่ 99 แต่พอไปนอนถ่ายเทสต์เราดันมีเคิร์ฟที่ดีเขาชอบกัน แล้วตอนนั้นมันไม่มีคอมพิวเตอร์ไม่มีรีทัชทุกอย่างของจริงหมดเลย แต่ติดตรงที่เรามีปานที่ขาข้างขวาติดอยู่แค่ตรงนั้นเขาก็จะให้นอนอีกท่าหนึ่ง พอโฆษณาชินนี้ออกตั้งแต่วันนั้นชีวิตมันเปลี่ยนไปหมดเลย แอนเป็นนางแบบคนแรกที่ใส่ชุดว่ายน้ำสีขาวขึ้นป้ายบนทางด่วนแล้วก็มีอุบัติเหตุรถชนกันบนนทางด่วนนั่นเป็นสิ่งที่เราตกใจมาก”
       
       “วันนั้นตอนตีห้าทางบริษัทโทรมาหาแล้วบอกว่าเธอไปดูสิบนทางด่วนเนี่ย แต่ก่อนจะมีแต่รูปป้ายตัวหนังสือ แต่วันนี้จะมีรูปผู้หญิงคนเดียวครั้งแรกในประเทศไทยที่ใส่ชุดว่ายน้ำสีขาวแล้วนอนอยู่ เขาบอกว่าเธอจะต้องดังอย่าลืมตีห้านะเธอต้องขับรถขึ้นไปทางด่วนนะ พอฟังเขาพูดจบก็คิดว่า เหรอ….ฉันจะดังเหรอ”
       
       “ตอนตีห้าก็ขับรถขึ้นไปบนทางด่วนโอ้โห….รถชนกันกระหน่ำไม่รู้จะพูดว่ายังไงดีเลย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความแปลกใหม่ด้วย แอนไม่เคยคิดว่าตัวเองเซ็กซี่อะไรขนาดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่การพูดจาและการกระทำมากกว่าเราเอง ไม่เคยที่จะมานั่งบอกใครว่าฉันเซ็กซี่นะ”
       
       “หลังจากเล่นหนังเรื่องกะโหลกบางตายช้ากะโหลกหนาตายก่อนก็มาออกเทป วงมะลิลาบาซินเลียนกล้าได้กล้าเสีย(หัวเราะ) ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ จากนั้นก็มีชื่อเสียงมาตลอดประมาณ 10 กว่าปี ถือว่าเราโชคดีแล้วก็อีกอย่างไม่ได้โชคดีคนเดียวแต่มีเพื่อนๆ ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ถ้าเราอยู่คนเดียวก็คงจะไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงประสบความสำเร็จได้ขนาดนั้น แอนเป็นคนที่โชคดีที่ว่าทุกอย่างมันมาผสมพันธุ์กันหมดเลยเข้ามาๆ ในเวลาเดียวกัน”
       
       “ทุกวันนี้แอนก็ยังรับงานร้องเพลงอยู่ แต่ไม่ชอบไปร้องคนเดียว ถ้าใครจะจ้างไปโชว์ตัวแอนจะต้องไปกับเพื่อนในวง เพราะแอนไม่ใช่แบบใหม่ เจริญปุระ น้องใหม่เขามีพาวเวอร์ในตัว แต่สำหรับเราต้องเป็นกลุ่มและไม่คิดที่จะไปลุยคนเดียวอยู่อย่างนี้สนุกกว่าช่วยๆ กันใครไม่ไหวยังช่วยกันได้”
       
       “ชีวิตในวงการแอนเจอมาแล้วทุกรูปแบบ เริ่มต้นจากการเป็นนางแบบ สเต็ปที่สองคือได้เป็นนางแบบโฆษณา สเต็ปที่สามได้เล่นหนังเป็นนางเอก-นางเอกร้าย สเต็ปที่สี่ได้เป็นนางเอกละคร สเต็ปที่ห้าได้เป็นนักร้องวงมะลิลาบลาซินเลียน โอ้โหเยอะมากนอกจากนนี้ยังได้เป็นพิธีกรรายการผู้ชายมีไฟที่ผลิตโดยบริษัท กันตนา ตอนนั้นทำกับพี่ กุ้ง วิภาวี พี่สาวน้องใหม่ เจริญปุระและก็พี่กลิ้ง ทำอยู่ได้ประมาณสองปี เรียกว่าทำมาครบทุกอย่างจริงๆ”
       
       “และโชคดีมากมาเล่นละครเรื่อง ภูตแม่น้ำโขง รับบทเป็นเจ้าแม่ก็ทำให้ดังมากขนาดฝั่งประเทศลาวนี่ยังรู้จักหมดเลย (หัวเราะ) ตอนนั้นได้ทำทุกอย่างจนแอนไม่รู้ว่ามันดังตรงไหน เพราะด้วยความที่ทำงานเยอะหลังจากละครเรื่อง ภูตแม่น้ำโขง ก็ต่อด้วยละครเรื่อง ริษยา และก็ไปเล่นเรื่องนี้ถ้าบอกชื่อทุกคนต้องรู้จักแน่นอน เพราะตอนนั้นละครเรื่องนี้ดังมากดังจนถูกประณามกันหมดเลยเรื่อง สีวิกา ในเรื่องนี้ร้ายมากรับบทเป็น คุณหญิง สีวิกา ผู้หญิงคนนี้เลวมากคืนเดียวฟันผู้ชายไปสิบสองคน(หัวเราะ)”
       
       “และหนึ่งในนั้นมีหนึ่งที่อยู่วงมะลิลาบลาซินเลียนเขารับบทเป็นไอ้บ้า ซึ่งในเรื่องคุณหญิงสีวิกาก็เอาคนบ้ามาเป็นสามีด้วย เรื่องนี้ดังมากดังจนต้องล้มละครเรื่องนี้ แอนดังมากกับบทในละครเรื่องนี้ผู้หญิงคนนี้จะเลวมากแต่เราก็ต้องทำและเล่นไปตามบทบาทที่ได้รับมา เวลาที่ทำงานต้องยอมรับการทำงานและกระแสตอบรับกลับมา จากนั้นก็มาเล่นละครเรื่องบ้านบุษบาบัน”
       
       “ถ้าจะถามว่าตอนนั้นประสบความสำเร็จไหม มันก็ดังในยุคนั้น แต่สำหรับตอนนี้แอนไม่ได้หวังอะไร เพราะอายุแอนก็ไม่ได้น้อยๆนะ แต่แอนไม่เคยคิดว่าแอนแก่ คำว่าแก่คืออะไรสะกดไม่ถูก (หัวเราะเสียงดัง) ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะรู้สึกว่า อืม…..ทำไมมันไม่มีงานวะ บางครั้งที่เราอยู่คนเดียวบอกตรงๆ ว่า รู้สึกน้อยใจเหมือนกันทำไมเขามองไม่เห็นเรา แต่ก็พยายามไม่คิดมากโอเค….ถ้าไม่มีงานเราก็หาอย่างอื่นมาทำ ไม่อย่างนั้นเราจะอยู่ยังไง จะทำอะไร จะเกาะใคร(หัวเราะ)”
       

       “ที่ผ่านมาแอนไม่ได้หายไปไหน แต่ไปทำรายการของตัวเอง ถ้ามีงานเรียกเข้ามาเราก็ไปเล่นหนังเล่นละครโน่นนี่ บทแม่แอนก็รับมาแล้ว แต่ตอนหลังๆ เห็นคนที่อายุน้อยกว่าเราก็เล่นบทแม่แล้ว ซึ่งแอนไปลองรับบทเป็นแม่แล้ว แต่เขาบอกว่ามันไม่ผ่าน แล้วจะให้เราไปบอกว่ายังไงขอเป็นป้า เป็นย่าก็ได้นะคะ มันก็ไม่ใช่ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม”
       
       “วันนี้ดาราเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดแอนเข้าใจก็ต้องไปหาอย่างอื่นมาทำอย่างเช่นรายการทีวี คือไม่เคยหยุดนิ่งชีวิตต้องดิ้นตลอด เพราะมีภาระครอบครัวต้องดูแลอีกเราทิ้งพวกเขาไม่ได้ก็เลยต้องผันไปทำโน่นทำทำนี่เยอะแยะมากมาย แต่ทุกครั้งที่ทำก็เป็นหนี้เขานะไม่ใช่ประสบความสำเร็จทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ว่าสิ่งหนึ่งคือแอนเป็นคนสู้ กำลังจะบอกว่าให้ทุกคนสู้อย่าท้อ แอนทำหลายอย่างมากจากที่ไม่เคยรู้จักดีทอกซ์ แต่ตอนนี้พอมาทำธุรกิจแอนศึกษาหมดเลย สมัยนี้ไม่ต้องไปสวนทวารแล้ว แอนทำจะเป็นเครื่องดื่มและประสบความสำเร็จมาก”
       
       “นอกจากนี้ยังมีธุรกิจร้านเสริมสวยที่สยามฯ เปิดมา 6 ปี แล้วจากร้านชื่อร้านเอโฟร์มาเป็นแอทที ก็คือเมื่อก่อนมีหุ้นส่วนสี่คน แต่พออีกคนออกไปก็เลยเหลือสามคน แต่เราอาจจะไม่ได้ลงไปทำอะไรมากมาย เพราะมีคนดูแลอยู่แล้วเหมือนเป็นหุ้นส่วนลงทุนในตรงนั้น ทุกวันนี้ชีวิตเป็นคนดิ้นรนตลอดจะคิดเสมอว่าทำไงดีเพื่อให้ชีวิตเราอยู่รอด และสิ่งที่ทำให้แอนมีงานทำตอนนี้จะเป็นการให้เราไปเป็นวิทยากรพูดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพว่าเป็นอย่างไร ต้องดูแลแบบไหนหุ่นถึงจะได้ดูดี งานแบบนี้จะมีเข้ามาหาแอนเยอะมากต่อเดือน”
       
       “พองานน้อยลงเราก็เลยหันไปจับธุรกิจเรื่องสุขภาพ แต่จริงๆ ต้องบอกก่อนเลยนะว่า แอนไม่เคยบอกว่าไม่รับงานในวงการ แต่เขาไม่จ้าง(หัวเราะ)จ้างหน่อยสิแอนไม่เคยคิดว่าตัวเองบกพร่องนะ แต่มันคงเป็นเรื่องของกาลเวลามันเป็นเรื่องของสัจธรรมมีใหม่มีเก่าเราต้องยอมรับมันไป และก็ไม่เคยท้อแท้ไม่มีตรงนั้นเราก็ทำตรงอื่นก็ดี รอวันหนึ่งเราอาจจะมีโอกาสคัมแบคกลับมาแล้วได้ทำงานยาวๆ เหมือนใครหลายๆ คน แอนไม่ทิ้งวงการนี้แน่นอนแอนรักวงการนี้และรักตลอดไปไม่ว่าใครจะมองเห็นหรือไม่มองเห็นไม่โกรธ”
       
       “ละครเรื่องล่าสุดที่แอนเคยเล่นไว้ก้คือบุษบาเร่รัก ประมาณ 2 ปีได้แล้วมั๊ง ตอนนั้นเขาให้เล่นเป็นแม่ น้องลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม เขาก็เล่นเป็นแม่น้อง กบ สุวนันท์ เราก็รู้สึกว่าลูกเกดเขาเด็กกว่าเรายังยอมเล่นเป็นแม่กบแล้วทำไมเราจะเล่นไม่ได้ ซึ่งพอไปเล่นก็พยายามที่จะทำตัวแก่แล้ว (หัวเราะ) แต่ว่าก็ไม่ผ่านพี่โด่ง อรรถชัย ก็มากระซิบบอกว่าทำไมแกไม่ทำตัวแก่ว่ะ (หัวเราะ) แกต้องทำตัวแก่ๆ อย่างฉันสิจะได้มีงานเยอะๆ แอนฟังแล้วก็ขำแอนเราก็พยายามแก่แล้ว(หัวเราะ)โอเคเมื่อมันไม่ได้เราก็หาอย่างอื่นทำ”
       
       แต่ชีวิตหลังม่านมายาของ “แอน อังคณา” ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเหมือนอาชีพนักแสดงซักเท่าไหร
       “ช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็ล้มลุกคุกคลานพอสมควรเรา เรื่องถูกหลอกขอไม่พูดดีกว่า อยากบอกว่าเขาโกงแอนขอให้รวยแล้วกันไม่เป็นไรไม่โกรธอย่างน้อยเขาเคยช่วยเราบางครั้ง”
       
       “แต่จะว่าไปแล้วตรงนี้มันเยอะไป แอนลงทุนทั้งตัวเขาไม่ควรทำกันแบบนี้ ความรู้สึกของเราคือมั่นใจว่าเขาช่วยไม่ทิ้งเรา เอาไปเป็นเจ้าของทำนั่นทำนี่ แต่เขาไม่ใช่แฟนแอนนะ คือเหมือนเขามาชวนเราก็โอเคเป็นเจ้าของเลย แต่ตอนที่เข้าไปทำสมาชิกในนั้นนามสกุลเขาหมดเลย มีเราแค่ทิมดีคนเดียว นอกนั้นเป็นครอบครัวเขาที่ทำตอนนั้นเป็นดีทอกซ์ตัวแรกของประเทศไทย ซึ่งกว่าจะประสบความสำเร็จผ่าน อย. มาได้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวใช้เวลาพอสมควรจนกระทั่งทุกอย่างประสบความสำเร็จเขาก็เขี่ยเราทิ้งไปเลย”
       
       “ถามว่าเจ็บไหม มันเจ็บแน่นอน แต่ไม่ได้ฟ้องร้องทั้งๆ ที่ฟ้องแอนก็ชนะแน่นอน เพราะแอนมีหลักฐานทุกอย่าง แต่แอนไม่มีเงินจ้างทนาย ไม่เป็นไรแอนเชื่อว่าเวรกรรมมันมีจริง ใครทำอะไรไว้ไม่ต้องรอชาติหน้ากรรมมันเร็วยิ่งกว่าจรวดอีd ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เสียใจมากๆ เพราะดีทอกซ์ตัวนี้มันเป็นตัวแรกของประเทศไทยกว่าเราจะขายได้ต้องศึกษามานานกว่าสามปีถึงจะผ่าน”
       
       “ทุกวันนี้เข็ดแล้ว ตอนนี้ก็เลยเป็นพรีเซ็นเตอร์ทำคนเดียว ซึ่งตอนนี้แอนเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบีสลิม เครื่องดื่มผักผสมข้าวโอ๊ตผลไม้รวม เป็นดีทอกซ์ตัวใหม่ ตัวนี้จะทานง่ายไม่ต้องไปสวนก้นแอนเป็นคนที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วเกี่ยวกับเรื่องตรงนี้ มันเหมือนกับว่าเราเคยทำมาทุกวิธีเพื่อที่จะล้างสารพิษ แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ง่ายมากมันเป็นน้ำผลไม้ชงกับน้ำทานไปรับรองถ่ายออกมาเป็นกิโล แต่สมมุติว่าถ้าไม่ออกมาเยอะแสดงว่าเราไม่มีสารพิษในร่างกาย”
       
       นอกจากจะทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ขายของแล้ว สาวสองพันปียังยอมเปิดเผยความลับสุดยอดที่ทำให้เจ้าตัวหน้าเด้งใสไร้ริ้วรอยโดยไม่ต้องพึ่งเข็มฉีดยาโบท็อกซ์ อีกทั้งหุ่นดีฟิตเปรี๊ยะได้ขนาดนี้
       
       “การทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีคาถา คาถาของแอนคือตื่นเช้ามา แอนจะแก้ผ้าหมดเลยพูดกับกระจกฉันต้องสวย แล้วลากที่ชั่งน้ำหนักมาชั่งเลย อืม…..วันนี้กินเยอะไปไม่กินแล้ว อ้าปากดูฟันเป็นยังไงบ้างทุกสิ่งทุกอย่างมันคือซีเครทความลับของตัวเองไม่ต้องมาพูดตามแอนก็ได้แต่ละคนมีสิทธิที่จะกำหนดและทำเอง”
       
       “ส่วนเรื่องการดูแลผิวหน้าแอนไม่เคยทำอะไรเลย ไม่เคยไปฉีดโบท็อกซ์หรือทำอะไรทั้งสิ้น และแอนจะเป็นคนที่ไม่ค่อยได้รองพื้นหน้าจะลงครีมบำรุงเยอะมาก แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นราคาแพงมากมาย แต่ควรที่จะใช้ยี่ห้อหนึ่งไม่เกินสามเดือน ไม่ว่าจะเป็นแชมพูสระผมครีมทาหน้า เพราะว่ามันจะด้านทำให้หน้าชินเราควรเปลี่ยนไปประมาณเดือนเดียวก็ได้แล้วกลับเอาของเก่ามาใช้ ซึ่งเรื่องครีมทาหน้าแอนบอกได้เลยว่ามันมีผลมาก”
       
       “อาทิตย์หนึ่งมาร์คหน้าด้วยคอลลาเจนบ้าง ซึ่งคอลาเจนสำคัญมากๆ เพราะจะทำให้เราไม่แก่ยิ่งถ้าอายุเกิน 25 ปีไปแล้วคลอลาเจนของคนเราจะหมดไป ฉะนั้นเราต้องนำมาชดเชยแอนจะใช้ตัวที่สกัดมาจากเกล็ดปลาน้ำลึกยิ่งหายากมาก แอนใช้มาประมาณ 5 ปีแล้วเป็นเจ้าของอยู่แต่ไม่มีเงินลงทุน(หัวเราะ)ที่จะเอามาออกวางตลาดให้เป็นที่รู้จักใครสนใจที่จะร่วมลงทุนก็โทรมานะคะ(หัวเราะ) จริงๆเรายังไม่ได้วาง แต่มีขายรอบนอก ยังไม่มีแบนด์วางตลาดไปติดต่อหลายที่แต่เศรษฐกิจมันไม่ดีก็เลยไม่มีใครกล้าเสี่ยงกับเรา แต่คิดว่าสักวันหนึ่งต้องประสบความสำเร็จแน่เหมือนกับเรื่องดีท็อกซ์นี่ล่ะ”
       
       “เคล็ดลับอีกอย่างที่แอนอยากจะบอกเรื่องการออกกำลังกายแนะนำไม่ต้องไปเล่นโยคะเข้าฟิตเนสที่ไหน เล่นฮูล่าฮูปนี่แหล่ะซื้อให้มันหนักๆ และเล่นดูอย่าง คัทลียา อิงลิช ก็เล่นเหมือนกันเล่นทุกอย่างไม่ใช่แค่เอวทุกสิ่งอย่างขยับหมดสิ่งตรงนี้ขยับขนาดนี้ได้ทุกอย่างเล่นไม่ต้องเสียเวลาจักรยานที่บ้านมีก็ปั่นบางคนที่ออกกำลังกายมากไปก็เป็นผลร้าย แค่ขึ้นบันได้ก็ได้แล้วไม่ให้มันอบยู่นิ่งไม่ขยับเหมือนได้ออกกำลังกายได้”

อั้มพัชราภา ฉุนผู้จัดการ

Monday, August 24th, 2009

อั้ม ฉุน ถูกผู้จัดการ อะตอม พาดพิง

อะตอม สาวน้อยที่ตกเป็นข่าวกิ๊กใหม่ ต๊อด

“อั้ม” โวย ผู้จัดการ “อะตอม” พาดพิงชื่อ แถมยังปล่อยข่าว “ต๊อด” แอบกิ๊กอะตอม ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ปัด ไม่คิดจะเอาเรื่อง แค่สงสารที่ดาราน้องใหม่ต้องโดนผู้จัดการคนนี้ทำเสียหาย ก่อนแง้มต๊อด ยังเป็นหนุ่มคนสนิทเหมือนเดิม แต่ยังไม่อยากเลือกใคร แอบกัดมีผู้หญิงมาหาต๊อดถึงหน้าบ้าน ตนก็ไม่เคยว่าอะไร
       
       ตั้งแต่มีข่าวว่าอดีตหวานใจ “ต๊อด ศิณะ อุ่นทรพันธุ์” แอบไปให้นักแสดงสาวจากภาพยนตร์เรื่อง “สึนามิ” อย่าง “อะตอม ชาตยา วงษ์ไทย” ดามอกให้ เล่นเอาอดีตคนเคยหวานอย่าง “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ต้องรีบปฏิเสธแทนทันควันว่าไม่เป็นความจริง แถมยังแสดงความมั่นอกมั่นใจว่าหนุ่มต๊อดยังไม่มีคนใหม่ กระทั่งผู้จัดการของสาวอะตอม ออกมาสวนกลับว่าจริงๆ แล้วทั้งคู่กำลังคบกันอยู่ แต่กลัวจะโดนอั้มเล่นงานเอา เนื่องจากสาวอะตอมเพิ่งเข้าไปเป็นเด็กใหม่ของทางช่อง 7 ด้วย จึงไม่อยากถูกจับตามองเรื่องนี้
       
       ซึ่งทันทีที่สาว “อั้ม” ทราบว่าตัวเองถูกพาดพิงก็ถึงกับควันออกหู ยอมรับว่าไม่พอใจมาก แต่ไม่ได้คิดจะตามเอาเรื่องอย่างที่ถูกกล่าวหา
       
       “คือเรื่องมันเกิดขึ้นว่าผู้จัดการของน้องอะตอมไปสัมภาษณ์ผ่านสื่อเล่มนึง ขอพูดตรงๆ เลยว่าอั้มก็ไม่ปลื้ม ไม่พอใจเท่าไหร่หรอก ต๊อดก็ไม่พอใจที่มีมาพาดพิงถึงอั้มด้วย คือก่อนหน้านั้นมีบอกว่าต๊อดไปจับมือกับผู้หญิงที่หัวหิน ต๊อดก็บอกต๊อดไม่ได้ทำ อั้มก็ได้บอกกับพวกพี่ๆ แล้วว่าต๊อดเขาบอกเขาไม่รู้เรื่อง แต่เราก็คงไม่มีน้ำหนักพอเท่าต๊อดพูดแล้วกันเนอะ ก็เขาบอกเขาไม่ได้ทำ”
       
       “แล้วก็ผู้จัดการบอกว่าคบกัน ต๊อดบอกว่าไม่ได้คบ ไม่ได้สนิทกับอะตอมขนาดนั้นเลย แล้วน้องก็โทรมา จริงๆ ก็ไม่มีอะไร เพราะต๊อดกับอะตอมเขาก็รู้จักกันแค่ระดับเดียวเท่านั้นเอง ก็คุยกันไม่มีอะไร น้องเขาก็น่ารัก คือน้องเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยหรอก เขายังเด็กด้วยนะ แล้วก็สงสารเขาด้วยว่าผู้จัดการมาพูดอย่างนี้อั้มก็เสีย ที่บอกว่าอั้มจะเล่นงานเขา ซึ่ง โห อั้มน่ากลัวขนาดนั้นเชียวเหรอ(หัวเราะ) ต๊อดเขาก็ห่วงเรื่องนี้ด้วย แล้วมันก็เป็นผลเสียกับอั้ม แล้วก็อะตอมด้วยที่ออกมาพูดอย่างนี้”
       
       “ก็ดีใจว่าเขาไม่ค่อยได้พูด ที่ผ่านมาอั้มพูดคนเดียวมันก็เหนื่อย ดีใจที่เขาออกมาพูดมากกว่า แล้วก็ไม่คิดว่าเขาจะพูดอย่างนั้นด้วย เราคุยกันตลอดเลยค่ะ คือรู้แต่ว่าวันที่สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เล่นนึง เรื่องผู้จัดการคนนึงว่าเขาไม่พอใจ เขาก็บอกเขาจะให้สัมภาษณ์ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะให้สัมภาษณ์อะไรบ้าง อั้มก็บอกว่าพูดไปตามความจริงแล้วกัน เธอไปทำอะไรมา เธอพูดความจริงแล้วกัน เพราะเรามาแก้ข่าวก็ไม่ไหวแล้ว”
       
       “เขาก็ตื่นเต้นค่ะ ไม่ได้ปรึกษาว่าจะพูดยังไง อยากให้เขาเป็นธรรมชาติมากกว่า ให้เขาพูดด้วยความรู้สึกของเขาเอง จริงๆ แล้วเขาบอกว่าเขาอยากจะสัมภาษณ์เรื่องผู้จัดการของน้อง แต่กลายเป็นว่าสัมภาษณ์เรื่องอั้มทั้งนั้นเลย ก็ได้คุยกันแค่นี้แหละค่ะว่าเรื่องอะไร”
       
       โต้ที่ “ต๊อด” ให้สัมภาษณ์ว่าจะปรับปรุงตัวเองใหม่เพื่อ “อั้ม” เจ้าตัวเผยไม่ได้ทำเพื่อตน เพราะเชื่อว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าจะปรับก็คงปรับเพราะตัวเองที่โตขึ้นมากกว่า
       
       “ไม่เห็นปรับเลยค่ะ เขาก็เป็นของเขาปกติ คงไม่ได้ปรับหรอกค่ะ คงดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอายุของเขา เดี๋ยวเขาก็ต้องไปทำงานแล้วต้องดีขึ้นอยู่แล้วค่ะ ไม่ได้รู้สึกดีใจ เพราะว่าอั้มคิดว่าใครไปบอก เขาก็ปรับไม่ได้หรอก เพราะว่าเขาต้องทำงานแล้วเขาถึงต้องปรับเอง”
       
       “ก็ไม่เห็นเขาบอกอย่างนั้นเลย คืออาจจะเป็นความไม่เข้าใจกันมากกว่า คือเราเห็นเขาออกไปเที่ยวทุกวัน แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าเขาเรียนจบแล้ว เขาก็อยากจะทุกวันบ้าง แค่ไม่เข้าใจก็เดี๋ยวต้องรอดูอีกทีนึง ยอมรับผิดเหรอคะ(หัวเราะ) ถ้างั้นก็คงผิดเหมือนกัน เพราะทำงานเกือบทุกวันเลย”
       
       เผย ทุกวันนี้ “ต๊อด” ก็ยังเป็นคนสนิทเหมือนเดิม แม้ไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ยังโทรคุยกันทุกวัน แต่แอบกัดว่าเคยมีผู้หญิงมาหาถึงหน้าหมู่บ้านตนก็ยังเฉยๆ เพราะถึงแม้จะมีใครก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นคนดีก็ยินดีด้วย
       
       “อั้มก็สนิทกับเขาจริงๆ คืออั้มไปไหนเขาก็ไม่ค่อยถามเท่าไหร่ ก็มีถามบ้างถ้ามีข่าวออกก็ถามกันบ้าง เขาไปไหนไปทำอะไรเราก็ไม่ค่อยได้ถามเขา ไปกับเพื่อนผู้หญิงเดี๋ยวนี้เราก็ไม่ค่อยได้ว่าก็ปกติ ผู้หญิงมาหาถึงหน้าหมู่บ้านก็โอเคก็ไม่เป็นไรก็ปกติค่ะ(หัวเราะ) รู้ตลอดค่ะ และรู้ว่าตัวเองทำอะไรและอยู่ที่ไหนด้วย”
       
       “เจอกันเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วไปทำบุญเท่านั้นเองค่ะ นอกนั้นก็ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่คุยกันเกือบทุกวัน ตอนนี้ก็คุยสนิทกันที่สุดนะคะ แต่แค่ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ แต่พอเจอกันก็งัดกันทุกทีเลย(หัวเราะ) ภาพกับโน้ตเหรอ จริงๆ มันก็ไม่มีอะไร คือถ้าใครดีกับเราๆ ก็ดี ถ้าถามว่าผู้หญิงที่มาทำความรู้จักกับต๊อด ถ้าเขาดีกับต๊อดเราก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้คุยนี่คะ คนเรามีเพื่อนที่ดีๆ ได้”
       
       “ไม่ได้สนิทกับโน้ตมากกว่า ก็เป็นเพื่อนกันหมดน่ะค่ะ แต่ต๊อดนี่รู้จักกันมานานมากกว่าเท่านั้นเอง คือเขาก็ไม่ได้รออะไรนี่คะ เขาก็ออกไปของเขาทุกวัน โน้ตกับต๊อด ก็มันไม่รู้จะเลือกไปทำอะไร เลือกมาเป็นแฟนอย่างเนี้ยเหรอ ก็ต้องดูๆ กันไปแล้วกัน เพราะกับต๊อดเราก็สนิทกันจริงๆ มันนานมาก เพราะปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว มันก็เป็นเรื่องทะเลาะกันปกติ อั้มก็ผิดเขาก็ผิดเอาแบบนี้ดีกว่า ไว้วันนึงถ้าเกิดว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็คงรู้กันแหละ”

วีเจวุ้นเส้น สยิวนมหก

Saturday, August 22nd, 2009

วุ้นเส้น ซะอย่าง ออกกำลังกาย ยังสยิว

วุ้นเส้น ซะอย่าง ออกกำลังกาย ยังสยิว

วุ้นเส้น ซะอย่าง ออกกำลังกาย ยังสยิว

วุ้นเส้น ซะอย่าง ออกกำลังกาย ยังสยิว

จัดว่าเป็นสาวสวยหมวยเอ็กซ์ ที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ปลื้มมากจนถึงคลั่ง สำหรับ ”วีเจวุ้นเส้น” วิริฒิพา ภักดีประสงค์ วันนี้ถ้าหัวใจไม่มีหนุ่ม ”ณัฏฐ์” ให้ล่ะก็ ต่อให้ตายแบบโรบิ้น ให้ดิ้นแบบโรเบิร์ต เชื่อเหลือเกินว่าหนุ่มๆ หลายคนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมาเป็นนางในดวงใจจนได้ ก็ความขาวและทรวดทรงองค์เอวที่ชวนฝันของวีเจสาวรายนี้ เข้าตาใครเมื่อไหร่เมื่อนั้นก็เคลิ้มล่ะครับพี่น้อง

นิววงศกรยอม รับว่าศัลยกรรม

Friday, August 21st, 2009

นิว วงศกร รับทำ ศัลยกรรมจริง ยันเป็นเรื่องธรรมดา

ดูเหมือนเรื่องศัลยกรรม จะเป็นเรื่องฮิตสำหรับเหล่าคนบันเทิง ซึ่ง “นิว” วงศกร ก็เข้าข่ายเช่นกัน เมื่อมีคนตาดีเห็นรอยผ่าที่บริเวณจมูก จนเป็นที่สงสัยว่าไปทำศัลยกรรมมา  ล่าสุดเจอตัวในงานเปิดตัวละคร ดอกบัวขาว ที่โรงเรียนกันตนาดราม่า สคูล สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 4 ถามไถ่ถึงเรื่องนี้

 ”ทำด้านข้าง พอดีมีอุบัติเหตุ ที่ทำให้จมูกเราฉีกขึ้นไป ก็เลยไปเย็บเข้าแค่นั้นเอง เป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำมานานมากแล้ว ไม่เคยทำอะไรเพิ่มอีกเลย  จริงๆ ก็อยากทำนะ อยากจะทำจมูกให้สวยกว่านี้หน่อย  เดี๋ยวนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดานะ ใครๆ เขาก็ทำกัน แล้วอีกอย่างอาชีพของเรา ก็ต้องดูแลหน้าตาเป็นพิเศษอยู่แล้ว ถ้าจะทำจริงๆ ต่อไปคงจะทำตานะ เพราะว่าเราเป็นคนตาเล็ก พออยู่ในจอแล้วมันก็ยิ่งเล็ก  เห็นคนอื่นตาโตก็อยากเป็นบ้าง แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่กล้าหรอกนะ เรากลัวว่าทำแล้วจะเป็นอย่างข่าวที่เห็นๆ กัน กลัวว่าโหงวเฮ้งจะเปลี่ยน ทำแล้วเดี๋ยวมันจะไม่เหมือนเดิม” นิวกล่าว

 เมื่อนักข่าวถาม ว่ามีปรึกษาแฟนสาว (”จุ๋ย” วรัทยา) บ้างหรือไม่ พระเอกหนุ่มกล่าว ว่ามีพูดเล่นๆ กันบ้าง  ว่าอยากทำตาโตๆ แต่แฟนสาวไม่ได้ว่าอะไร เพราะรู้ว่าพูดเล่น

 ”จริงๆ ทุกคนก็บอกว่าเราน่าจะไปทำตานะ อย่างที่บอกว่าตาเราเล็ก ตอนแรกๆ ที่เล่นละครตาก็จะดูเล็ก เพราะสู้แสงไฟไม่ค่อยได้ แต่ตอนนี้สู้แสงได้แล้ว เวลาเล่นเราก็จะพยายามทำตาโตๆ เข้าไว้ (จุ๋ยอยากทำไหม) เขาคงไม่ต้องไปทำอะไรแล้ว เพราะหน้าเขาชัดทุกอย่างอยู่แล้ว  เราก็อยากได้ตาเขานะ ตาเขาโต  ถ้าจะทำจริง ก็คงต้องหาข้อมูลให้ดีๆก่อน แต่คงไม่ไปถึงเกาหลีหรอก” นิวกล่าวสรุป