Archive for August, 2009

นกอุษณีย์ วินนี่อย่างหล่อ

Wednesday, August 5th, 2009

หนุ่มสนที่ตกเป็นข่าวเข้าบาร์เกย์กับวินนี่

หนุ่มสนที่ตกเป็นข่าวเข้าบาร์เกย์กับวินนี่

“นก” ไม่สน กระแสข่าว “วินนี่” ควง “สน” เที่ยวบาร์เกย์ มั่นใจ ดูไม่ผิด แฟนหนุ่มแมนทั้งแท่ง แต่แอบหวั่น ถ้ามีภาพหลุดออกมาจริงๆ คงต้องพิจารณาใหม่ เผย กำลังจะไปเที่ยวบ้านฝ่ายชายที่อเมริกา ทำใจคนมองไปอยู่ด้วยกัน
       
       ขนาดนักแสดงสาว “นก อุษณีย์ วัฒฐานะ” เปิดตัวว่าคบหาอยู่กับหนุ่ม “วินนี่” แต่ฝ่ายชายก็ยังโดนกระแสข่าวไม่แมนมาตลอด ล่าสุดก็ยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีก เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะมีภาพหลุด หนุ่มวินนี่ควงพระเอกหน้าใหม่ค่ายเอ็กแซ็กท์อย่าง “สน ยุกต์ ส่งไพศาล” ไปเที่ยวบาร์เกย์ด้วยกัน ร้อนถึงนกแฟนสาวต้องออกมาเคลียร์ให้อีกรอบ ซึ่งเจ้าตัวแจงว่า ทราบข่าวแล้วแต่ยังไม่เห็นภาพ ยัน แฟนแมนเต็มร้อย แต่มิวายแอบหวั่น บอกถ้ามีภาพออกมาจริงๆ คงต้องพิจารณาใหม่
       
       ”ได้ยินมาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่เห็นภาพที่เขาไปปาร์ตี้ จริงๆ มันมีข่าวว่าเขาเป็นเกย์มาตั้งนานแล้ว ก็อยากให้เขามาตอบเองมากกว่า เพราะว่าเขาก็อยากจะออกมาพูดด้วย แต่หนูก็บอกเขาว่าไม่เป็นไร มันต้องใช้เวลาเดี๋ยวคนก็เข้าใจ แต่ว่าเรื่องพวกนี้มันก็ต้องมีหลักฐาน ก็บอกเขาว่าถ้าไม่ได้เป็นก็ไม่ต้องกลัว”
       
       ”ไม่กลัวเรื่องภาพ เพราะว่าเขาก็ยังไม่เห็น แล้ววินนี่ก็จะถามว่าทำไมละ ถ้าไปเจอแล้วจะต้องตอบคำถามว่ายังไง แต่เขาก็คงชินแล้วค่ะ นกก็บอกให้เขาทำใจ เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนไหน เพราะเขาก็จำชื่อนักแสดงไทยไม่ค่อยได้ เขาไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่รู้จัก แต่คือเขาน่าจะจำไม่ได้มากกว่า คือหนูก็ไม่รู้จักสนเป็นการส่วนตัวอะไร รู้แต่ว่าเขาถ่ายละครกับต้น(เดอะสตาร์) คงไม่คิดสอบถามด้วย เพราะคิดว่ามันไม่มีอะไร เอาเป็นว่าหนูใช้เวลาอยู่กับเขามากกว่าคนที่ลงข่าว หนูน่าจะรู้จักเขาดีกว่า”
       
       ”จริงๆ หนูก็สนิทกับเขาในระดับหนึ่ง ยังไม่มีอะไรให้สงสัย ยังไม่พลาดค่ะ เรื่องนี้ที่มีข่าวไปเที่ยวบาร์เกย์หรืออะไรนกรู้สึกเฉยๆ เพราะว่าเวลานกไปเที่ยว นกก็ไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มนี้ ในกลุ่มมันก็อาจจะมีบ้าง แต่ไม่จำเป็นว่าเขาจะต้องเป็น และเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ”
       
       ”นกคิดว่าเรด้ายังไม่เสียค่ะ ถ้ามีภาพหลุดออกมาจริงๆ ก็คงต้องพิจารณานิดหนึ่ง แต่คงไม่ให้บั่นทอนจิตใจ มันคงน้อยมากเพราะว่าเขาก็คือเขา หรือว่าในอนาคตเขาอาจจะเปลี่ยน เราก็คือเพื่อนกัน เรื่องรสนิยมมันห้ามไม่ได้ค่ะ เป็นเพื่อนกันก็พอแล้ว ถ้าเป็นเดี๋ยวก็ออกมาเองค่ะ ทุกคนก็จะเห็น(หัวเราะ)”
       
       โต้ข่าวลือเลิกกันแล้ว ฟุ้งยังรักกันดี และตอนนี้กำลังจะไปเที่ยวบ้านฝ่ายชายที่อเมริกา แต่ปัดไม่ได้ดูตัวแค่ไปเที่ยวเฉยๆ
       
       ”ยังรักกันดีเหมือนเดิมค่ะ เรื่อยๆ ค่ะ ก็โทร.คุยกัน แต่ไม่ค่อยได้หวานอะไร คงเป็นด้วยความที่เขาเด็ก เขาก็จะมากวน แต่ไม่ได้ทะเลาะ จะออกแหย่ๆ กันมากกว่า แต่มีในเรื่องของภาษาฟังไม่รู้เรื่อง แล้วทำให้เข้าใจผิดกันก็มี”
       
       ”เรากำลังจะไปเที่ยวบ้านเขาค่ะ ก็กะไว้ว่าไปสัก 2 อาทิตย์ ไม่ไปนานยังอยากถ่ายละครอยู่ ตั้งใจไปเที่ยวค่ะ ไม่ได้ไปดูตัว เพิ่งรู้จักกันเอง แต่คุณพ่อคุณแม่เขาก็จะโทร.มาถามเราบ่อย ว่าเมื่อไหร่จะมาหา เมื่อไหร่จะไปเยี่ยม”
       
       ไม่สนหากใครจะมองไปอยู่ด้วยกัน ใครจะคิดในแง่ลบอย่างนั้นก็เชิญ…”ถ้าใครจะคิดในแง่ลบก็คิดไป แต่นกก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ถ้านกไปแล้ว เวลาเราคบกันก็ทำให้พ่อแม่รู้ ให้เขาได้รับรู้ คือบางอย่างเราไปห้ามความคิดของเขาไม่ได้ค่ะ”

นกอุษณีย์ อวดของดี

Tuesday, August 4th, 2009

นก อุษณีย์ โชว์บั้นท้ายเนียน เรียวขาสวย การันตีความเอ็กซ์

นก อุษณีย์ โชว์บั้นท้ายเนียน เรียวขาสวย การันตีความเอ็กซ์

นก อุษณีย์ โชว์บั้นท้ายเนียน เรียวขาสวย การันตีความเอ็กซ์

นก อุษณีย์ โชว์บั้นท้ายเนียน เรียวขาสวย การันตีความเอ็กซ์

นก อุษณีย์ โชว์บั้นท้ายเนียน เรียวขาสวย การันตีความเอ็กซ์

หากเอ่ยถึงนางแบบสูงยาว หุ่นเช้งวับ น่าจับ น่ามอง ระดับหัวแถวของวงการในเวลานี้แล้วละก็ คงหนีไม่พ้นสาวสวยตาคม ขวัญใจหนุ่มๆ หลายต่อหลายคน อย่าง ”นก” อุษณีย์ วัฒฐานะ แน่นอน กับการโชว์ตัวของเธอในการเดินแฟชั่นเซตนี้ ที่ถึงแม้ช่วงบนจะมิดชิดไปหน่อย แต่ช่วงล่างก็ไม่ทำให้แฟนๆ ที่ติดตามผลงานต้องผิดหวัง ด้วยการที่สาวนกคนสวยมาอวดเรียวขางามๆ ประกอบกับลีลาโพสท่า เอน แอ่น ส่งสายตาเย้ายวน ยกขาเรียวงาม ขยับบั้นท้ายแน่นๆ เนียนๆ แต่ละครั้งนั้น ต้องขอบอกว่าทำเอาหัวใจแทบละลายไปเลยทีเดียว  

พิงค์กี้สาวิกา เลิกอั้มแล้ว

Monday, August 3rd, 2009

สรภพ ลีละเมฆินทร์

ความขัดแย้งที่ยังบานปลายระหว่าง นายสรภพ ลีละเมฆินทร์ หรือ “พระเพชร” ทายาท พุ่มพวง ดวงจันทร์ อดีตราชินีเพลงลูกทุ่ง ที่เปิดศึกทะเลาะวิวาทกับนายไกรสร ลีละเมฆินทร์ (แสงอนันต์) ผู้เป็นพ่อ น.ส.จันทร์จวง และ น.ส.ดวงใจ ดวงจันทร์ น้าสาว กลางงานรำลึกถึงอดีตราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ปีที่ 17 ที่วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ครอบครัวพุ่มพวง ได้แก่ นางจรัญ (แม่เล็ก) มารดา น.ส.จันทร์จวง น.ส.สลักจิตร น.ส.ดวงใจ และนายอำนาจ จิตรหาญ พร้อมทั้งนายไกรสรเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่สังคมยังสงสัย ขณะที่พระเพชรยังครองผ้าเหลือง อยู่ที่วัดภาษี ถนนเอกมัย ซอย 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

  ล่าสุด เมื่อเวลา 08.09 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่วัดภาษี พระเพชรได้ลาสิกขากับพระครูอนุกูล พัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดภาษี มีเพียงญาติพี่น้องฝ่ายแฟนสาวมาร่วมพิธี

 นายสรภพกล่าวหลังลาสิขาว่า เดิมมีกำหนดสึกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากนี้ก็ห่วงอนาคตของตัวเองเหมือนกัน และจะกลับไปหาข้อมูลในเรื่องปัญหาที่ผ่านมา อยากจะให้ทุกๆ คนหยุดความขัดแย้ง เพราะสงสารวิญญาณแม่ผึ้ง หากทะเลาะกันไปก็ไม่มีวันจบ ความจริงก็คือความจริง แต่ละคนควรจะมองภาพที่สวยงามของแต่ละคนดีกว่า หลังบวชแล้วยอมรับว่ามีสติมากขึ้น เมื่อสึกแล้วรู้สึกเคว้งคว้างคิดถึงธรรมะ ต่อไปเป็นเรื่องของอนาคต ตนเป็นคนพูดตรง พูดจริง แต่ไม่รู้ว่าฝ่ายพ่อจะคิดอย่างไร

 ”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจกับพ่อมาก เพราะแทนที่จะเข้ามาห้ามปรามกลับยืนเฉย ตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะเคลียร์กับพ่อแล้ว แต่ถ้าเจอก็จะทักปกติ ผมไม่เกลียด ไม่อาฆาตแค้น แต่เสียใจ ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องก็รู้ว่าใครรักผมบ้าง ใครไม่เป็นผม ไม่รู้หรอก สื่อก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ผมอยากบอกว่า คุณปล่อยผมไปเถอะ ผมไม่กลับไปอีกแล้ว ยอมรับว่าเรื่องวันนั้นผมขอโทษ ยอมรับว่าทนไม่ได้ที่ใครมาต่อว่าแม่ผึ้ง และดูถูกผู้อุปฌาย์” นายสรภพกล่าว

 นายสรภพกล่าวว่า ตอนนี้อยากขอให้ทุกคนพูดในสิ่งที่ดีขอให้จบ หากทะเลาะไปอีก 50 ปี ก็จะไม่จบขอให้จบไปถ้าทุกคนรักแม่ผึ้งจริงก็ไม่อยากให้ทะเลาะกันอีก ใครได้เห็นวิดีโอตั้งแต่แรกจนจบใช้วิจารณญาณก็จะรู้วันนั้นยอมรับว่าไม่สำรวมเพราะทนไม่ได้ ต่อพูดคำว่า “ทุกคนฆ่าแม่ผม” หากไม่มีสื่อวันนั้นคงไม่มีวันนี้ เรื่องก้าวร้าวขอโทษและเสียใจ แต่จะให้พูดอย่างไร ก็พูดคำเดิมใครถามก็ตอบคำเดิม รักทุกคน เก็บไว้ในใจตลอด

 ”ผมยอมรับว่า พ่อก็คือพ่อใครบ้างไม่รักพ่อ เชื่อว่าหลายคนมีพ่อที่ดี มีหลายคนถามว่าผมเอาเงิน 50 ล้านไปใช้ตอนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ยืนยันว่าที่ไปเรียนก็เรียนฟรี สำหรับความรู้สึกที่บวชครั้งนี้เชื่อว่าแม่ผึ้งน่าจะรับรู้เพราะว่าตอนสึกมีลมพัดแรงมาก เชื่อว่าแม่ผึ้งมารับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมขอบคุณแฟนเพลงที่ยังรักแม่ผึ้งตลอดไป แม่ก็เป็นศิลปินระดับโลก” นายสรภพกล่าว

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นกระแสข่าวเรื่องวิตถารทางเพศของนายไกรสร ซึ่งมีการพูดถึงกันอย่างมาก นายสรภพกล่าวว่า ไม่ขอพูดถึง เพราะจะทำให้หลายคนรับไม่ได้ อีกทั้งตอนที่พูดเรื่องนี้ เพราะเกิดความรู้สึกน้อยใจที่พ่อมีแม่เลี้ยงคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าอยากให้เรื่องจบลงตรงนี้

 นายสรภพกล่าวว่า การสร้างหุ่นขี้ผึ้งนั้น จะยังดำเนินการต่อไป เพราะตั้งใจไว้แล้ว ส่วนรายละเอียด ตอบไม่ได้ในตอนนี้

 ”ส่วนเรื่องที่น้าๆ และยาย แถลงข่าวขอโทษนั้น ผมยังไม่ทราบเรื่อง เพราะไม่ได้ดูทีวีเลย เพราะอยู่ในช่วงบวช ก็ต้องดูว่าฝ่ายโน่นเขาพูออะไรบ้าง ขอไปศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะนัดพี่ๆ นักข่าวมาคุยกันอีกรอบ” นายสรภพกล่าว

 ด้าน น.ส.ธิดารัตน์ อรรถรัฐ หรือน้องอ้อย 26 ปี แฟนสาวนายสรภพ มาพร้อมนางสุพรรณี สุประการ อายุ 49 มารดา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า อยากจะให้เพชรบวชต่อเพราะจะได้มีจิตใจสงบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 นายไกรสรกล่าวว่า สงสารลูกชาย อยากให้พูดในสิ่งที่ดีๆ เพราะกลัวลูกชายจะเสียหาย ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าลูกชายจะออกมาแฉเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ดีของตนนั้น เชื่อว่าคงไม่มีอะไรที่จะออกมาแฉ เพราะไม่มีอะไรที่ผิดปกติ

 ”ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก อยากให้มันจบ แต่จะจบแบบไหน ก็แล้วแต่ใจของลูก ปีนี้เป็นปีที่มีความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุด ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่เกิดมาแล้ว ก็ต้องยอมรับสภาพ อย่างที่บอก ผมดำเนินชีวิตมาผิด เมื่อมีปัญหาผมก็ต้องยอมรับ ใจจริงก็ยังเป็นห่วงลูก ไม่เคยโกรธ และไม่เคยว่าเขา อยากให้เขาทำสิ่งที่ดีๆ แล้วที่เพชรบอกว่าให้ต่างคนต่างอยู่นั้น อย่างที่บอกผมต้องการให้เรื่องมันจบ แต่จะออกมาในลักษณะแบบไหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ผมไม่อยากพูดอะไร ถ้าจบได้ก็อยากจบ ผมไม่ไหวแล้ว ก็คงต้องรอว่าลูกจะตัดสินใจยังไง เพราะพ่อก็คือพ่อ ลูกก็คือลูก” นายไกรสรกล่าว

 ในวันเดียวกัน นายไกรสร พร้อมนางสิริกร อินพรหม ภรรยา เดินทางไปอัดรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ที่มีกระแสออกมาว่า นายไกรสรข่มขืนลูกมาตั้งแต่เด็ก ทำให้น้องเพชรต้องหนีออกจากบ้านนั้นนายไกรสรบอกว่า เรื่องนี้โกรธอย่างมากๆ ชนิดที่ว่าก่อนมาออกรายการนี้ ก็ได้ยินข่าวอย่างนี้ แต่ยังไม่ได้ยินจากปากน้องเพชร หรือผู้หญิงคนนั้น ถ้าน้องเพชรพูดเมื่อ 2 วันก่อน ตนจะจี๊ดขึ้นสมอง

 ”มันพูดไม่ถูกเลยกับความรู้สึกแบบนี้ มันพูดไม่ออก การหนีออกจากบ้านไป เขาก็ต้องการให้คนที่เขาไปอยู่ด้วยสนใจ สงสาร ต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้คนที่จะไปอยู่ด้วยเห็นใจ เขาเมกขึ้นมา ให้คนรุมประณาม ผมเกิดมาอายุ 52 แล้ว ถ้าผมวิปริตทางเพศ มันก็ต้องมีข่าวออกมาบ้าง ถ้าว่าเจ้าชู้ไม่เถียง ต้องมีบ้าง ตอนเด็กๆ ผมหอม กอด จูบเขา พอโตแล้วก็ไม่ได้ทำ เขาคงอายที่จะกอด จะหอมพ่อ กอดกันแบบพ่อลูก ความจริงก็คือความจริง ประเด็นแบบนี้ไม่ได้คิดว่าจะเกิดขึ้น เพชรไม่เป็นตัวของตัวเอง มีคนเอาข้อมูลไปใส่ให้เขา” นายไกรสรกล่าว

  จากนั้นผู้ดำเนินรายการท้าให้นายไกรสรสาบาน ซึ่งนายไกรสรก็ยอมและพูดว่า “เอาวัดที่ไหน เอาศาสนาอะไรที่คนนับถือ พระเจ้าเป็นพยาน ผมอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ถ้าผมคิดทำอะไรกับลูก อย่าให้ผมมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ให้ผมตายไปอย่างทุเรศ ให้คนรุมประณามสาปแช่งผม อะไรไม่ดีให้เกิดกับตัวผม ถ้าผมทำอย่างนั้น” นายไกรสรกล่าวจบ นางสิริกรถึงกับร้องไห้

เซ็กซี่เอานมเบียดกระจก

Sunday, August 2nd, 2009


เอามาเบียดๆบีบๆคงเสียวไม่ใช่เล่นๆ

เธอเอานมมาถูกระจกเล่น

Sunday, August 2nd, 2009


ถูกระจกถูใจมันใสเลยใช่ป่ะๆ

ไกรสรลูกเพชร โดนจนได้นะ

Sunday, August 2nd, 2009

นายไกรสร ลีละเมฆินทร์ (แสงอนันต์)

ความคืบหน้าความขัดแย้งระหว่าง นายสรภพ ลีละเมฆินทร์ หรือ “เพชร” ลูกชายอดีตราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ กับ นายไกรสร ลีละเมฆินทร์ (แสงอนันต์) พ่อแท้ๆ นั้น ล่าสุดวันนี้ (20 มิถุนายน) นายไกรสร กล่าวว่า เตรียมจะฟ้องคนที่เกี่ยวข้องในการให้ข่าวทำให้เสียหาย หรือแม้แต่ลูกตัวเองก็ตาม นอกจากนี้ ยังจะพาลูกชายไปหาหมอตรวจร่างกาย เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ลูกชายพูดออกมา ไม่ได้มาจากความคิดตัวเอง และพูดโดยขาดสติ

          นายไกรสร กล่าวอีกว่า เหตุที่ฟ้องลูกชายนั้นไม่ใช่เพราะเกลียดชัง ตนยังรักลูกเสมอ แต่สาเหตุที่ฟ้องร้องก็เพราะต้องการให้เขาพูดออกมาว่า ใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังและสั่งให้เขาพูดอย่างนั้น ตนจำได้ว่าคนที่เปิดประเด็นเรื่องนี้เป็นสาวคนใกล้ชิดของลูกชาย ไม่ใช่ลูกชายเป็นคนพูดเอง ตนยังเชื่อเสมอว่าน้องเพชรยังให้ความเคารพพ่ออยู่

          “เชื่อว่าที่ลูกพูดไปนั้นขาดสติ ไม่มีสติ ความจริงน้องเพชรไม่ได้เปิดประเด็น มีแต่คนใกล้ชิดออกมาเปิดประเด็นทั้งนั้น มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต แต่ถึงอย่างไรตนก็ให้อภัย ไม่ว่าน้องเพชรจะไปพูดเรื่องนี้กับใครตอนไหน คิดว่าน้องเพชรมีเหตุผลเพื่อให้ทุกคนสงสาร อยากจะถามคนที่คิดเรื่องนี้ว่าคิดได้อย่างไร ต่อให้ผมตายก็ไม่มีทางเป็นไปได้พันเปอร์เซ็นต์ ไม่มีมูลเหตุเลยแม้แต่นิดเดียว อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน คณะแพทย์ที่ติดต่อไว้จะเปิดแถลงข่าวว่าน้องเพชรไม่ปกติอย่างไร ที่จังหวัดเชียงใหม่” พ่อน้องเพชร กล่าว

          นายไกรสร กล่าวต่อว่า การที่น้องเพชรขอแยกตัวไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ความรู้สึกเสียใจนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว และคิดว่าไม่มีอะไรจะสูญเสียไปได้มากกว่านี้ ไม่เคยคิดรั้งลูกไว้ เนื่องจากน้องเพชรโตแล้ว อายุ 22 ปีแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาน้องเพชรไปอยู่ในที่ที่สมองของน้องเพชรไม่ได้คิดเอง ทำให้ภาพที่ออกมาเป็นเด็กก้าวร้าว

          “วันนี้ทุกคนไม่ได้รั้งน้องเพชร เพียงแต่เป็นห่วงน้องเพชร เพราะน้องเพชรไม่ใช่คนเดิม แม้เขาอยากจะตัดขาด ไม่ให้ผมเป็นพ่อ ผมก็ไม่ว่าอะไร จะดูอยู่ห่างๆ อย่างไรผมเองก็รู้ดีว่าผมเป็นพ่อเขาอยู่ เรื่องต่างๆ ตัวเขาเป็นฝ่ายรู้ดี เวลาอยู่กับพ่ออยู่กับตายายเป็นอย่างไร เพื่อนฝูงของเขาก็น่าจะรู้ให้คนเหล่านั้นเป็นคนออกมาพูดดีกว่า” นายไกรสร กล่าว

          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ (19 มิถุนายน) นายสรภพ ได้เปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดว่า วันนี้ผมมาคนเดียว ไม่มียายบุญธรรม ไม่มีแม่บุญธรรม ไม่มี น.ส.ธิดารัตน์ (น.ส.ธิดารัตน์ อรรถรัตน์ แฟนสาว) มาด้วย เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะหาว่าทั้งหมดมาคุมอีก โดยวันนี้ตั้งใจอยากให้ทุกคนได้ดูเทปการแถลงข่าว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดทับกระดาน และเทปงานแถลงข่าวของอีกฝ่ายเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสิน

          หลังจากนั้นนายสรภพได้เปิดเทปบันทึกงานดังกล่าว ทั้ง 2 งาน ก่อนที่จะนำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าว ที่ระบุว่าเปิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนร่วมบริจาค ซึ่งในบัญชีมีเงินอยู่ 11,600 บาท มาแสดง

          โดยนายสรภพ กล่าวว่า บัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีของผมที่ทุกคนกล่าวหาว่าเป็นบัญชีของ น.ส.ธิดารัตน์ โดยในส่วนที่ตั้งตู้รับบริจาคไว้ยังไม่ทราบว่ามียอดเงินเท่าไหร่ เพราะเพิ่งลาสิกขาออกมาจึงยังไม่ได้นับเงิน การที่น้าๆ ออกมาขัดไม่ให้สร้างหุ่นแม่ผึ้ง ผมถามว่าสาเหตุตรงนั้นเพราะอะไร เขาบอกว่ายายและน้าไม่ให้สร้าง ผมจึงคิดว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า ตอนที่ผมเป็นพระ ผมเคยออกรายการโทรทัศน์ และเปิดให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน โดยโหวตเข้ามา ปรากฏว่าคนที่อยากให้ผมสร้างหุ่นมีถึงร้อยละ 93.88 ผมจึงจะต้องดำเนินการต่อไป

          นอกจากนี้ นายสรภพยังกล่าวถึงประเด็นที่ น.ส.จันทร์จวง ดวงจันทร์ น้าสาว ออกมาบอกให้ใช้เงินตัวเองในการสร้างหุ่น ว่า เป็นการดีและขอบคุณที่ได้ชี้แนะทางออกให้ โดยตนจะขอนำเงินของแม่มาใช้ นั่นเพราะตนมีสิทธิ์ที่จะใช้เงินของแม่ ที่แม่สร้างมา และการที่น้าๆ ออกมาบอกว่าทำไมใช้เงินตัวเองสร้าง บอกเลยว่าจะใช้เงินตรงนั้นได้อย่างไร ในเมื่อตอนที่เป็นนักร้อง พ่อก็ออกมาให้ข่าว น้าๆ ก็ออกมากีดกันเพื่อไม่ให้ตนมีงาน ส่วนตัวแทบจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว

          “ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าถูกกีดกัน มีผู้ใหญ่บอกมา ซึ่งผู้ใหญ่ท่านนั้นไม่อยากจะยุ่งเรื่องในครอบครัว และคิดว่าหากบวช อย่างไรต้องมีคนมาทำบุญให้อยู่แล้ว จึงจะนำเงินส่วนนี้ไปสร้างหุ่นแทน ส่วนเรื่องจะทวงสิทธิ์มรดกของแม่หรือไม่ ผมยังขอไม่พูดตอนนี้ และยังไม่มีการติดต่อคุยกับพ่อเรื่องมรดก ยังไม่ทันไร พ่อก็ออกข่าวมาแล้ว ว่าถ้าผมจะเอามรดกตรงนั้นไปใช้ ก็ให้ไปฆ่าเขาเสียก่อน พ่อเขาคิดได้อย่างไร ผมจะไปฆ่าเขาได้ยังไง ผมงง คือผมไม่ได้เรียกร้องแล้วจู่ๆ พ่อมาหาว่าผมจะเอา ซึ่งเงินของพ่อผมไม่ยุ่งแน่นอน ชาติปางก่อนไม่รู้ว่าเคยทำอะไรกับน้าๆ ญาติๆ อาจเป็นเวรกรรม แต่อยากจะบอกว่าขอให้ทุกคนหยุด ให้เห็นใจแม่ผึ้ง ยอมรับว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา เบื่อที่จะต้องออกมาทะเลาะกับญาติ วันนี้จึงขอยุติทุกอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันอีกในปีหน้า หรือปีไหนๆ ก็ตาม” นายสรภพ กล่าว 

          ส่วนเรื่องการละเมิดทางเพศที่มีการเปิดประเด็นว่าเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น นายสรภพ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าข่าวนี้ออกไปได้ยังไง ใครเป็นคนจุดประเด็นขึ้นมา ตลอดที่อยู่มา 18 ปีที่ผมอยู่บ้านหลังนั้น ได้รับหลายสิ่งหลายอย่าง หากใครไม่ใช่ผมคงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร อีกทั้งไม่มีหลักฐานที่จะมาแสดง จึงอยากให้เรื่องยุติ 

          ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามถามเกี่ยวกับกรณีเรื่องละเมิดทางเพศของผู้เป็นพ่อ ว่าจริงหรือไม่ แต่นายสรภพพยายามตอบเลี่ยง ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าโดนกระทำตั้งแต่เมื่อไหร่ นายสรภพจึงตอบว่า ตั้งแต่เมืองนอก คนที่เมืองนอกก็รู้ และเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เคยคุยกับพ่อแล้ว และได้คำตอบว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ

          จากนั้นนายสรภพได้กล่าวขอให้พ่อและน้าๆ ปล่อยตนไป แต่ไม่ใช่ตัดขาด เพราะถ้าตัดขาดคือการไม่เจอกัน ไม่คุยกัน อยู่ในวงการก็ต้องเจอกันคุยกันเป็นธรรมดา ปัญหาทุกอย่างขอเก็บไว้คนเดียว ยอมเจ็บคนเดียวดีกว่า หลายคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่ขอพูดจากปากตนจะดีกว่า

ท๊อฟฟี่นิชาภา โพธิ์งามห่วงพ่อ

Saturday, August 1st, 2009

ลูกเทพ โพธิ์งาม เครียด พ่อโดนฟ้องล้มละลาย

ลูกเทพ โพธิ์งาม เครียด พ่อโดนฟ้องล้มละลาย

“ลูกเทพ โพธิ์งาม” เครียดพ่อโดนฟ้องล้มละลาย ไปไหนเพื่อนฝูงก็กระทบกระเทียบ เผยพ่อมีรายจ่ายเดือนหนึ่งเป็นแสน บางครั้งก็ขาดมือบ้างแต่ก็ไม่ท้อ ไม่คิดฆ่าตัวตาย เผย “นีโน่-หนุ่ม กรรชัย” จะช่วยกันจัดคอนเสิร์ตช่วยล้างหนี้
       
       ตั้งแต่ตลกรุ่นชั้นครู “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” โดนฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ด้านลูกสาว “ท๊อฟฟี่ นิชาภา โพธิ์งาม” แม้จะไม่ต้องแบกรับภาระอะไร แต่ก็ยอมรับว่าเครียดไม่น้อย เพราะโดนเพื่อนกระทบกระแทกเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ
       
       “ตอนแรกก็เครียดนะคะ เพราะแรกๆ เวลาไปข้างนอกก็เจอเพื่อน แล้วเขาก็บอกว่าอ้าวออกมาทำไมล่ะ ทำไมไม่ไปช่วยพ่อใช้หนี้อะไรอย่างนี้ หนูก็อ้าวคือเราไม่รู้เรื่องเลย แต่หนูให้กำลังใจพ่อตลอดนะคะ พ่อเขาก็บอกว่าอย่างน้อยเราก็ยังอยู่ เรายังไม่ตาย ถึงให้เราติดคุกก็ติดไป ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราก็ยังใช้ชีวิตอยู่ได้”
       
       “พ่อเขาไม่เคยเครียดให้เห็นเลย ตอนนี้เขาก็ยังทำหนังซีดีของเขา 4 เรื่องอยู่ด้วย แต่ผลกระทบตั้งแต่โดนฟ้องก็…ไม่นิดหน่อยหรอกค่ะ เพราะว่าโดนตั้ง 3 ล้าน แต่ว่าหนูก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนะคะเห็นแม่บอกว่ายอดจริงๆ มัน 8 แสน แต่เหมือนกับว่ามันเพิ่มดอกน่ะค่ะ คือถ้าหนูช่วยเขาได้หนูก็อยากจะช่วยเขาเหมือนกัน แต่ก็ทำแค่เราไม่เป็นภาระให้กับเขา แค่นี้เขาก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ”
       
       “คือถ้าหนูมีพอที่จะจ่ายให้ได้หนูก็จะช่วย ตอนนี้หนูก็หาเงินเอง ใช้เองไม่ได้ไปรบกวนคุณพ่อหรือคุณแม่ แต่ไม่ใช่ว่าหนูแยกตัวออกมาจากครอบครัวนะคะ คือหนูดีใจตรงที่พ่อบอกว่าพ่อปลื้มใจแล้วที่รู้ว่าเราไม่เป็นภาระ และเรากล้าที่จะออกมาใช้ชีวิต เพราะตัวเขาเองทุกวันนี้ที่อยู่ตรงนี้ได้ก็ต้องต่อสู้และก็อดทน”
       
       “แต่ก็มีให้แม่บ้างค่ะ แต่ถ้าจะให้หนูไปจ่ายเดือนละเป็นหมื่นๆ หนูก็ไม่รู้ว่าจะส่งยังไง แล้วก็อึดอัดเหมือนกันถ้าจะให้เงินพ่อ คือมันไม่ใช่น่ะค่ะ พ่อหนูไม่ได้ต้องการอย่างนั้น พ่อหนูต้องการแค่ว่าเราอยู่ได้ ทำงานได้เราโตเองได้”
       
       เผยว่าเดือนๆ หนึ่งค่าใช้จ่ายที่ “ป๋าเทพ” ต้องแบกรับภาระนั้นเกือบแสน แต่พ่อก็ยังทำธุรกิจต่อไป แม้จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จก็ตาม
       
       “พ่อเขาไม่เคยบอกนะคะว่าต้องจ่ายอะไรเดือนละเท่าไหร่ เพราะเขามีค่าใช้จ่ายเรื่องไร่ เรื่องอะไรเยอะแยะเลย แค่ไร่ก็เกือบแสนแล้วค่ะ พวกอาหารหมู อาหารเป็ด ไก่ ปลาที่เขาเลี้ยงไว้น่ะค่ะ ก็เคยคุยเรื่องที่เขาชอบทำธุรกิจอะไรเหมือนกัน แต่ว่าเขาไม่ค่อยอยากหยุดทำสักเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ยังทำซีดี 4 เรื่องที่เขาทำอยู่ เวลาเขาไปถ่ายหนูก็ไปด้วย เพราะหนูรู้ว่าถ้าไม่ไปพ่อเขาจะรู้สึกไม่ดีน่ะ”
       
       “แต่หนูก็งงเหมือนกันนะ บางทีที่มีคนมาถามหนูว่ารู้สึกยังไงที่เราโดนข่าวเรื่องล้มละลาย แต่พ่อเราก็เป็นคนธรรมดาก็เหมือนคนทั่วไปแค่นั้นเอง ก็ต้องมีปัญหาเหมือนกันทุกคน ทุกคนก็ต้องแก้ปัญหา พ่อเขาก็บอกว่าเรามีปัญหาเราก็ต้องแก้ของเราไปซิ ก็คือต้องจ่ายตามที่เราทำไว้ แต่ถ้าหนูมีเงินหนูต้องเต็มที่อยู่แล้ว หนูรักพ่อ”
       
       “หนูก็ไม่รู้นะคะว่าพ่อเขามีเงินเก็บไว้ด้วยรึเปล่า เพราะยังไม่เคยรู้ว่าบางทีแต่ละเดือนที่เขาได้มาเขาเก็บกันยังไง เพราะว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ค่าน้ำมัน ค่ากินในบ้าน ค่าแม่บ้านมันก็เยอะแล้ว แค่ไร่ก็เยอะแล้วเหมือนกันน่ะค่ะ”
       
       เผยว่าไม่เคยท้อกับเรื่องที่เกิดขึ้น และมีนักแสดงหลายๆ คนยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อย่าง “นีโน่ เมทนี บุรณศิริ” และ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ว่าจะจัดคอนเสิร์ตให้หาเงินสมทบทุนให้
       
       “ถามว่าท้อมั้ย ไม่ท้ออยู่แล้ว เพราะพ่อบอกว่าอย่าท้อ อายเพื่อนมั้ยเหรอ ถ้าสำหรับตัวหนูเอง พ่อเขามีวิธีสอนหนูคิดตั้งแต่เด็ก ตอนนี้หนูก็เลยรู้สึกว่าหนูต้องเข้มแข็ง คือเราไม่ได้เป็นใครมาจากไหน บ้านเราฐานะก็ไม่ได้ว่าร่ำรวยมาจากไหน”
       

       “เห็นพวกอานีโน่ พี่หนุ่ม กรรชัยเขาก็ช่วยน่ะค่ะ แต่เห็นพ่อเขาบอกว่าเขาจะทำคอนเสิร์ตแฟมิลี่ล้างหนี้ หนูก็คุยกับพ่อแล้ว ก็พอดีไปดูคอนเสิร์ตอาหม่ำ พ่อเขาก็เลยบอกว่าเนี่ยเดี๋ยวเขาจะทำคอนเสิร์ตมั่ง หนูก็ว่าเอาจริงเหรอ จะเอาอีกแล้วเหรอ เรื่องเก่ายังไม่รู้จะเป็นยังไงเลย แต่เขาเป็นคนที่คิดอยากจะทำอะไรตลอดเพื่อผลงาน หนูมีความรู้สึกอย่างนั้นนะคะ ถึงแม้มันจะเป็นการสนองความต้องการของเขาก็ตาม”
       
       “แต่ส่วนใหญ่แม่จะเครียด เพราะว่าเงินในส่วนที่เอาไปลงทุนเขาก็ต้องแบ่งมาจ่ายค่าอย่างอื่น ซึ่งบางทีก็ไม่พอ พ่อเขาก็เลยต้องลงทุนกับตรงนี้ให้สำเร็จ แต่เรื่องฆ่าตัวตายนี่ไม่มีอยู่แล้วค่ะผู้ชายคนนี้ เขาถึงบอกว่าห้ามท้อ อายหมามัน หนูได้ดูโฆษณา หนูไม่รู้นะว่าใครจะมองยังไง แต่หนูรู้ว่าหนูภูมิใจในตัวพ่อกับแม่ แล้วหนูก็รู้สึกว่าเขาสอนให้หนูโตแล้วก็คิดได้ด้วยตัวเอง”