Archive for the ‘ไม่น่าเชื่อ’ Category

ดูดปากสาว หูฉีก!!

Friday, December 12th, 2008

จูบดูดดื่มเกิน สาวแก้วหูแตก หมวยจีน-หึ่มโลก! ต้องรักษานับเดือน

สาวจีนเป็นข่าวกระหึ่มโลก จูบดูดดื่มกับแฟนหนุ่มรุนแรงเกิน ถึงกับแก้วหูแตก กลายเป็นคนหูหนวก ระบุเหตุจากการจูบที่ยาวนาน ส่งผลให้ความดันในช่องปากฝ่ายหญิงลดลง จนเกิดเป็นแรงอัด ทำเอาแก้วหูซ้ายขาดทะลุ ต้องรักษานานนับเดือนกว่าการได้ยินจะกลับคืนเป็นปกติ

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเซี่ยงไฮ้ว่า สื่อมวลชนในประเทศจีน อาทิ หนัง สือพิมพ์กวางโจวเดลี่ เซี่ยงไฮ้เดลี่ และไชน่าเดลี่ ต่างประโคมข่าวพาดหัวตัวไม้ตรงกันว่า “คิส ออฟ เดฟ” (Kiss Of Deaf) หรือ “จูบหนวก” หลังเกิดกรณีคู่รักหนุ่มสาวจูบปากกันดูดดื่มรุนแรงเกินไป จนฝ่ายหญิงแก้วหูแตกทะลุเป็นรู กลายเป็นคนหูหนวกชั่วคราว แพทย์ระบุต้องใช้เวลารักษาตัวนานนับเดือนกว่าจะกลับมาได้ยินตามปกติ

รายงานข่าวแจ้งว่า สาวเคราะห์ร้ายคนดังกล่าวอาศัยอยู่ในเมืองซูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ก่อนเกิดเหตุกำลังพลอดรักอย่างเมามันร้อนแรงกับแฟนหนุ่ม ซึ่งประกบปากระดมจูบและดูดปากหญิงสาวอย่างรุนแรงและยาวนาน เป็นเหตุให้ความดันในช่องปากฝ่ายหญิงลดลง และเกิดแรงอัดไปดึงเยื่อแก้วหูในหูข้างซ้ายจนขาดทะลุ ทำให้สาวรายนี้สูญเสียการได้ยินทันที และรีบมาตรวจอาการที่โรงพยาบาล

“หลังจากนี้ผู้ป่วยต้องใช้เวลารักษาตัวประมาณ 2 เดือน หูข้างซ้ายจึงจะกลับมาได้ยินดีเหมือนเดิม” นายแพทย์หลี่ ผู้รักษากล่าว

ด้านหนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี่กับเซี่ยงไฮ้เดลี่ ปิดท้ายข่าวด้วยคำแนะนำของแพทย์ว่า การจูบโดยทั่วไปนั้นปลอดภัย และไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีถ้าจูบแรงเกินไป อาจทำให้ความดันในช่องหูเสียสมดุลและเป็นสาเหตุของอาการเยื่อแก้วหูแตกหรือทะลุได้

ทั้งนี้ เยื่อแก้วหูเป็นแผ่นเนื้อเยื่อบางๆ ที่แบ่งหูชั้นนอกกับหูชั้นกลาง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1 เซนติเมตร ทำหน้าที่นำเสียงจากภายนอกผ่านไปยังหูชั้นกลางและหูชั้นในตามลำดับ

สาวพิการ ขับเครื่องบิน

Friday, December 12th, 2008

ตะลึงสาวพิการมะกันใช้เท้าแทนมือขับเครื่องบิน ฝึกหนัก 3 ปี จนได้รับใบอนุญาต

ความพิการไร้แขนทั้งสองข้างไม่ใช่อุปสรรคในการขับเครื่องบิน สาวอเมริกันวัย 25 ปี ใช้เท้าบังคับเครื่องบินฯแทนมือจนได้รับใบอนุญาต กลายเป็นนักบินคนแรกของโลกที่ไร้แขน

เว็บไซต์ บิลด์ ดอทคอม ของเยอรมนี รายงานว่า ได้เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดในการบินเมื่อ เจสซิก้า ค็อกซ์ สาวไร้แขนทั้งสองข้างจากอริโซน่า สหรัฐ สามารถใช้เท้าแทนมือในการขับเครื่องบินได้จนได้รับใบอนุญาต กลายเป็นนักบินคนแรกของโลกที่ไม่มีแขน

เจสซิก้า วัย 25 ปี ใช้เวลา 3 ปี ในการฝึกฝนก่อนจะสอบและได้รับอนุญาตในที่สุดปลายเดือนตุลาคม ในการสอบเพื่อขอใบอนุญาตครูฝึกชมเจสซิก้าว่าลงจอดได้เยี่ยมยอดมาก ขณะที่เจสซิก้า กล่าวว่า เมื่อเครื่องขึ้นสู่อากาศมีกระแสลมพัดเข้ามาทำให้เกิดปัญหา แต่เธอบังคับมันจนผ่านไปด้วยดี

“ขณะที่กำลังอยู่ในอากาศเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์และดีที่สุดในโลก”

สำหรับเจสซิก้า พิการไร้แขนทั้งสองข้างมาตั้งแต่กำเนิดโดยแพทย์ก็ไม่รู้สาเหตุของความพิการ แต่ใช้ชีวิตอิสระเหมือนคนปกติทำอะไรด้วยตัวเองได้หมด แต่งตัว ว่ายน้ำ เล่นยิมนาสติคและเป็นนักเทควันโดสายดำ ยังสามารถแต่งหน้า ใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ โดยทั้งหมดใช้เท้าแทนมือ

หอ นาฬิกาบิ๊กเบน ช็อกโกแลต

Friday, December 12th, 2008

ไม่บอกคงไม่รู้หรอกว่าหอนาฬิกา “บิ๊กเบน” ที่เห็นในภาพนี้ ทั้งหมดผลิตจากขนมหวาน “ช็อกโกแลต” ประดิษฐกรรมฝีมือเซียนทำขนมชาวอิตาเลียน

แองเจโล เฟดุซซี่ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญการทำขนม บรรจงย่อส่วน ถอดแบบ สร้างหอคอยเซนต์สตีเฟน ที่ติดตั้งนาฬิกาบิ๊กเบน ในกรุงลอนดอน จากขนาดจริงลงเหลือสูง 35 ฟุต โดยใช้ช็อกโกแลตหนัก 17,600 ปอนด์ โชว์ในเทศกาลอาหารคริสต์มาส ที่เมืองมาเซอราตา เฟลเตรีย ภาคกลางอิตาลี

หอคอยนาฬิกาบิ๊กเบนช็อกโกแลต ใช้เวลาสองสัปดาห์จึงรังสรรค์เสร็จสมบูรณ์ “ผลงานชิ้นนี้กลายเป็นไฮไลต์ จุดโดดเด่นของเทศกาลอาหารไปแล้ว” เฟดุซซี่บอก

“ประชาชนจากถิ่นใกล้แดนไกลหลั่งไหลมาเพียงเพื่อชมบิ๊กเบนของผม ผมแฮปปี้ปลาบปลื้มภาคภูมิใจม้ากมากครับ”

ทีมจัดงานชี้แจงว่ากลางวันอุณหภูมิราว 3 องศาเซลเซียส จึงหายห่วงเรื่องหลอมละลาย ปิดงานแล้วจะตัดแจกจ่ายชาวบ้านได้ “ชิมบิ๊กเบน” เป็นบุญลิ้น

ตะลึง แมวมีสองหน้า น่ารักน่าชัง

Sunday, November 23rd, 2008

ออสซี่ตะลึง เจอแมวประหลาดมีสองหน้า คลอดร่วมพี่น้องๆ หน้าตาปกติ ด้านเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์สารภาพสุดมหัศจรรย์ เพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก

เดลี่ เทเลกราฟ รายงานเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนว่า แม่แมวออสเตรเลียให้กำเนิดลูกแมวประหลาดมีสองหน้า พร้อมลูกแมวอีก 2 ตัวซึ่งมีรูปร่างปกติ สร้างความรู้สึกทึ่งให้แก่เจ้าของแมว และเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์เป็นอย่างมาก ขณะที่แมวสองหน้าตัวนี้ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 1 เดือน เวลากินอาหารด้วยปากข้างเดียวแต่จะขมับปากทั้งสองพร้อมๆ กัน

ด้านนายจอร์จ ฮูเบอร์ เจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีอาชีพเป็นสัตว์แพทย์มาตลอด 12 ปี ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์อะไรทำนองนี้ อย่างมากก็แค่เจอแมวมีสองหาง มีขาประหลาด แต่ไม่ถึงกับเจอแมวมีสองหน้าเช่นนี้ และว่าสาเหตุที่แมวดังกล่าวมีสองหน้า เพราะความผิดรูปแต่กำเนิด คาดว่าน่าจะมาจากพัฒนาการด้านตัวอ่อนบกพร่อง

อย่างไรก็ตาม ด้านเจ้าของมีแผนจะเลี้ยงเจ้าแมวสองหน้าตัวนี้ต่อไป และเตรียมจะตั้งชื่อมันแล้ว ระหว่างมิสเตอร์เมน กับเคาซี โมโมโด้

หมาที่น่าเกลียดที่สุด ในโลกตายแล้ว อย่างสงบ

Wednesday, November 12th, 2008

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของรัฐฟลอริดา สหรัฐ ชื่อ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่นว่า สุนัขน่าเกลียดมากสุดในโลกปี 2008 นามว่า “กัส” พันธุ์ไชนีสเครสต์ ที่มีตาเดียวสามขา วัย 9 ปี ได้เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ วันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานหลายปี

ทั้งนี้ กัส มีเจ้าของชื่อ เจนีน ทีด ผู้ซึ่งนำมันออกมาจากบ้านหลังหนึ่งที่เลี้ยงมันอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ ในลังไม้ภายในโรงรถ ก่อนที่จะพาไปประกวดสุนัขที่น่าเกลียดมากสุดในโลกในงานโซโนมา-มาริน แฟร์ ซึ่งจัดขึ้นในเมืองเพทาลูมา ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา จนสามารถคว้าตำแหน่งสุนัขที่น่าเกลียดมากสุดในโลกมาครองได้สำเร็จ

รายงานระบุต่อว่า หลังจากกัสย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ในเมืองกัล์ฟพอร์ต รัฐฟลอริดา มันก็ต้องประสบกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ในชีวิต หลังต้องผ่าตัดขาหลังซ้ายทิ้ง เนื่องจากป่วยเป็นเนื้องอกที่ผิวหนัง จนขาเริ่มเน่าเปื่อย และต้องสูญเสียตาข้างซ้ายระหว่างกัดกับเจ้าเหมียวสลิงกี สัตว์เลี้ยงอีกตัวของครอบครัวทีด

ก่อนหน้านี้เจ้าของของกัสได้ระบุว่า จะนำเงินรางวัลที่ได้จากการประกวดไปใช้เป็นค่าฉายรังสีให้กับเจ้ากัสต่อไป ก่อนที่มันจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบในที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1226446670&grpid=03&catid=06

หมากับลิง เป็นเพื่อนซี้กัน

Tuesday, November 11th, 2008

ปกติหมากับลิงสมานไมตรียากอภิมหายากส์ แต่เจ้าตูบน้อยสัตว์เลี้ยงกับคุณจ๋อซึ่งถูกขังกรงอยู่ในสวนสัตว์ กลับรักใคร่ซี้แหงย่ำปึ๊กแบบเหลือเชื่อ!?

พนักงานสาวประจำสวนสัตว์หนานไห่ เมืองจู้หม่าเตี้ยน เธอชื่อแซ่ใด นสพ.ต้าเห้ เดลี่ไม่ยักแจ้ง รายงานเพียงว่าอาหมวยอุ้มลูกสุนัขอายุครึ่งปีไปทำงานด้วยทุกวัน

ถึงสวนสัตว์ก็ปล่อยมันวิ่งเล่นเที่ยวดูโน่นซุกซนนี่ ตามประสาหมาน้อยไร้เดียงสา กระทั่งราวเดือนเศษมานี้ เธอสังเกตเห็นการพัฒนามิตรภาพระหว่างสัตว์เล็บงามกับทายาทหนุมาน

“พอสุนัขเดินหรือวิ่งผ่านกรง วานรจะแสดงท่าทียินดี ส่งเสียงกรี๊ดร้อง ออกลิงออกค่างต้อนรับอย่างลิงโลด” สาวหมวยเล่า “ครั้นดิฉันปล่อยหมาไปเยี่ยมลิงบ่อยเข้า ทั้งคู่เลยกลายเป็นเพื่อนสนิทแนบแน่น ลิงป้อนกล้วยให้หมากินและช่วยเก็บเห็บหมัดทำความสะอาดขนหมา ฝ่ายหมาให้ลิงขี่หลังวิ่งเล่นครื้นเครง ดึงดูดคนเข้าชมสวนสัตว์เพิ่มเพียบ”

ขอขอบคุณ
http://www.thairath.co.th/news.php?section=international03&content=110924

หนูน้อย เป็นโรคโดนต่อย

Sunday, November 9th, 2008

หนูน้อยผู้ดีป่วยโรคพิลึก หน้าตาช้ำเหมือนถูกซ้อม-พบแค่60รายในโลก

เด็กหญิงเบธาน-เมย์ สเลเตอร์ วัย 9 ขวบ จากเมืองปีเตอร์โบโรห์ เป็นโรคประหลาดที่มีผู้ป่วยเพียง 60 คนในโลก และเป็น 1 ใน 14 เป็นผู้ป่วยชาวอังกฤษ

เธอมีอาการช้ำตามตัวและใบหน้ากว่า 100 แห่ง อยู่ตลอดเวลา เหมือนถูกทำร้ายร่างกาย จนผู้พบเห็นเข้าใจผิดว่า พ่อแม่ทำร้ายลูกหรือเปล่า

นางแจ๊กกี้ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า “คนที่ไม่รู้จักฉันและลูก จะด่าว่าฉันว่าทำร้ายลูก ฉันต้องอธิบายให้เข้าใจว่าลูกป่วย”

โรคที่เด็กหญิงเป็นมีชื่อว่า “กลอมิวเวนนัสมัลฟอร์มเมชั่น (Glomuvenous Malformation-GVM)” เธอต้องกินยาวันละ 12 เม็ด และไปหาหมอเพื่อตรวจเช็กที่โรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา และกำลังทำให้เด็กหญิงตาบอด

GVM เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบยาก ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตโปรตีนสำคัญ ส่งผลให้เส้นเลือดแตกจนเกิดรอยช้ำ

เบธาน-เมย์ เปราะบางต่อสภาพอากาศ ถ้าอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด จะรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกายมาก จนเมื่อต้นปี แพทย์ทดลองให้เธอเข้ารับการรักษาด้วยวิธี “ออรัล คีโม ธาลิโดมายด์ (Oral Chemo Thalidomide)” เพื่อลดการเจ็บปวด และป้องกันไม่ให้โรคลุกลามมากขึ้น แต่การรักษานี้มีผลข้างเคียง คือไปทำลายประสาท ทำให้แพทย์ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด

นางแจ๊กกี้ กล่าวว่า “แม้ลูกจะป่วย แต่ฉันพยายามให้ลูกได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ เช่น ให้ได้ไปว่ายน้ำ เต้นรำ ฉันอยากให้ลูกคิดว่า เขาสามารถทำอะไรๆ ได้เหมือนคนอื่น เพื่อให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง และอยากให้เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงของชีวิต เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี” - เดลี่เมล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://www.matichon.co.th/khaosod/