Posts Tagged ‘อั้ม’

อั้มพัชราภา ฉุนผู้จัดการ

Monday, August 24th, 2009

อั้ม ฉุน ถูกผู้จัดการ อะตอม พาดพิง

อะตอม สาวน้อยที่ตกเป็นข่าวกิ๊กใหม่ ต๊อด

“อั้ม” โวย ผู้จัดการ “อะตอม” พาดพิงชื่อ แถมยังปล่อยข่าว “ต๊อด” แอบกิ๊กอะตอม ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ปัด ไม่คิดจะเอาเรื่อง แค่สงสารที่ดาราน้องใหม่ต้องโดนผู้จัดการคนนี้ทำเสียหาย ก่อนแง้มต๊อด ยังเป็นหนุ่มคนสนิทเหมือนเดิม แต่ยังไม่อยากเลือกใคร แอบกัดมีผู้หญิงมาหาต๊อดถึงหน้าบ้าน ตนก็ไม่เคยว่าอะไร
       
       ตั้งแต่มีข่าวว่าอดีตหวานใจ “ต๊อด ศิณะ อุ่นทรพันธุ์” แอบไปให้นักแสดงสาวจากภาพยนตร์เรื่อง “สึนามิ” อย่าง “อะตอม ชาตยา วงษ์ไทย” ดามอกให้ เล่นเอาอดีตคนเคยหวานอย่าง “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ต้องรีบปฏิเสธแทนทันควันว่าไม่เป็นความจริง แถมยังแสดงความมั่นอกมั่นใจว่าหนุ่มต๊อดยังไม่มีคนใหม่ กระทั่งผู้จัดการของสาวอะตอม ออกมาสวนกลับว่าจริงๆ แล้วทั้งคู่กำลังคบกันอยู่ แต่กลัวจะโดนอั้มเล่นงานเอา เนื่องจากสาวอะตอมเพิ่งเข้าไปเป็นเด็กใหม่ของทางช่อง 7 ด้วย จึงไม่อยากถูกจับตามองเรื่องนี้
       
       ซึ่งทันทีที่สาว “อั้ม” ทราบว่าตัวเองถูกพาดพิงก็ถึงกับควันออกหู ยอมรับว่าไม่พอใจมาก แต่ไม่ได้คิดจะตามเอาเรื่องอย่างที่ถูกกล่าวหา
       
       “คือเรื่องมันเกิดขึ้นว่าผู้จัดการของน้องอะตอมไปสัมภาษณ์ผ่านสื่อเล่มนึง ขอพูดตรงๆ เลยว่าอั้มก็ไม่ปลื้ม ไม่พอใจเท่าไหร่หรอก ต๊อดก็ไม่พอใจที่มีมาพาดพิงถึงอั้มด้วย คือก่อนหน้านั้นมีบอกว่าต๊อดไปจับมือกับผู้หญิงที่หัวหิน ต๊อดก็บอกต๊อดไม่ได้ทำ อั้มก็ได้บอกกับพวกพี่ๆ แล้วว่าต๊อดเขาบอกเขาไม่รู้เรื่อง แต่เราก็คงไม่มีน้ำหนักพอเท่าต๊อดพูดแล้วกันเนอะ ก็เขาบอกเขาไม่ได้ทำ”
       
       “แล้วก็ผู้จัดการบอกว่าคบกัน ต๊อดบอกว่าไม่ได้คบ ไม่ได้สนิทกับอะตอมขนาดนั้นเลย แล้วน้องก็โทรมา จริงๆ ก็ไม่มีอะไร เพราะต๊อดกับอะตอมเขาก็รู้จักกันแค่ระดับเดียวเท่านั้นเอง ก็คุยกันไม่มีอะไร น้องเขาก็น่ารัก คือน้องเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยหรอก เขายังเด็กด้วยนะ แล้วก็สงสารเขาด้วยว่าผู้จัดการมาพูดอย่างนี้อั้มก็เสีย ที่บอกว่าอั้มจะเล่นงานเขา ซึ่ง โห อั้มน่ากลัวขนาดนั้นเชียวเหรอ(หัวเราะ) ต๊อดเขาก็ห่วงเรื่องนี้ด้วย แล้วมันก็เป็นผลเสียกับอั้ม แล้วก็อะตอมด้วยที่ออกมาพูดอย่างนี้”
       
       “ก็ดีใจว่าเขาไม่ค่อยได้พูด ที่ผ่านมาอั้มพูดคนเดียวมันก็เหนื่อย ดีใจที่เขาออกมาพูดมากกว่า แล้วก็ไม่คิดว่าเขาจะพูดอย่างนั้นด้วย เราคุยกันตลอดเลยค่ะ คือรู้แต่ว่าวันที่สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เล่นนึง เรื่องผู้จัดการคนนึงว่าเขาไม่พอใจ เขาก็บอกเขาจะให้สัมภาษณ์ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะให้สัมภาษณ์อะไรบ้าง อั้มก็บอกว่าพูดไปตามความจริงแล้วกัน เธอไปทำอะไรมา เธอพูดความจริงแล้วกัน เพราะเรามาแก้ข่าวก็ไม่ไหวแล้ว”
       
       “เขาก็ตื่นเต้นค่ะ ไม่ได้ปรึกษาว่าจะพูดยังไง อยากให้เขาเป็นธรรมชาติมากกว่า ให้เขาพูดด้วยความรู้สึกของเขาเอง จริงๆ แล้วเขาบอกว่าเขาอยากจะสัมภาษณ์เรื่องผู้จัดการของน้อง แต่กลายเป็นว่าสัมภาษณ์เรื่องอั้มทั้งนั้นเลย ก็ได้คุยกันแค่นี้แหละค่ะว่าเรื่องอะไร”
       
       โต้ที่ “ต๊อด” ให้สัมภาษณ์ว่าจะปรับปรุงตัวเองใหม่เพื่อ “อั้ม” เจ้าตัวเผยไม่ได้ทำเพื่อตน เพราะเชื่อว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าจะปรับก็คงปรับเพราะตัวเองที่โตขึ้นมากกว่า
       
       “ไม่เห็นปรับเลยค่ะ เขาก็เป็นของเขาปกติ คงไม่ได้ปรับหรอกค่ะ คงดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอายุของเขา เดี๋ยวเขาก็ต้องไปทำงานแล้วต้องดีขึ้นอยู่แล้วค่ะ ไม่ได้รู้สึกดีใจ เพราะว่าอั้มคิดว่าใครไปบอก เขาก็ปรับไม่ได้หรอก เพราะว่าเขาต้องทำงานแล้วเขาถึงต้องปรับเอง”
       
       “ก็ไม่เห็นเขาบอกอย่างนั้นเลย คืออาจจะเป็นความไม่เข้าใจกันมากกว่า คือเราเห็นเขาออกไปเที่ยวทุกวัน แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าเขาเรียนจบแล้ว เขาก็อยากจะทุกวันบ้าง แค่ไม่เข้าใจก็เดี๋ยวต้องรอดูอีกทีนึง ยอมรับผิดเหรอคะ(หัวเราะ) ถ้างั้นก็คงผิดเหมือนกัน เพราะทำงานเกือบทุกวันเลย”
       
       เผย ทุกวันนี้ “ต๊อด” ก็ยังเป็นคนสนิทเหมือนเดิม แม้ไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ยังโทรคุยกันทุกวัน แต่แอบกัดว่าเคยมีผู้หญิงมาหาถึงหน้าหมู่บ้านตนก็ยังเฉยๆ เพราะถึงแม้จะมีใครก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นคนดีก็ยินดีด้วย
       
       “อั้มก็สนิทกับเขาจริงๆ คืออั้มไปไหนเขาก็ไม่ค่อยถามเท่าไหร่ ก็มีถามบ้างถ้ามีข่าวออกก็ถามกันบ้าง เขาไปไหนไปทำอะไรเราก็ไม่ค่อยได้ถามเขา ไปกับเพื่อนผู้หญิงเดี๋ยวนี้เราก็ไม่ค่อยได้ว่าก็ปกติ ผู้หญิงมาหาถึงหน้าหมู่บ้านก็โอเคก็ไม่เป็นไรก็ปกติค่ะ(หัวเราะ) รู้ตลอดค่ะ และรู้ว่าตัวเองทำอะไรและอยู่ที่ไหนด้วย”
       
       “เจอกันเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วไปทำบุญเท่านั้นเองค่ะ นอกนั้นก็ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่คุยกันเกือบทุกวัน ตอนนี้ก็คุยสนิทกันที่สุดนะคะ แต่แค่ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ แต่พอเจอกันก็งัดกันทุกทีเลย(หัวเราะ) ภาพกับโน้ตเหรอ จริงๆ มันก็ไม่มีอะไร คือถ้าใครดีกับเราๆ ก็ดี ถ้าถามว่าผู้หญิงที่มาทำความรู้จักกับต๊อด ถ้าเขาดีกับต๊อดเราก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้คุยนี่คะ คนเรามีเพื่อนที่ดีๆ ได้”
       
       “ไม่ได้สนิทกับโน้ตมากกว่า ก็เป็นเพื่อนกันหมดน่ะค่ะ แต่ต๊อดนี่รู้จักกันมานานมากกว่าเท่านั้นเอง คือเขาก็ไม่ได้รออะไรนี่คะ เขาก็ออกไปของเขาทุกวัน โน้ตกับต๊อด ก็มันไม่รู้จะเลือกไปทำอะไร เลือกมาเป็นแฟนอย่างเนี้ยเหรอ ก็ต้องดูๆ กันไปแล้วกัน เพราะกับต๊อดเราก็สนิทกันจริงๆ มันนานมาก เพราะปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว มันก็เป็นเรื่องทะเลาะกันปกติ อั้มก็ผิดเขาก็ผิดเอาแบบนี้ดีกว่า ไว้วันนึงถ้าเกิดว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็คงรู้กันแหละ”

พิงค์กี้สาวิกา เลิกอั้มแล้ว

Monday, August 3rd, 2009

สรภพ ลีละเมฆินทร์

ความขัดแย้งที่ยังบานปลายระหว่าง นายสรภพ ลีละเมฆินทร์ หรือ “พระเพชร” ทายาท พุ่มพวง ดวงจันทร์ อดีตราชินีเพลงลูกทุ่ง ที่เปิดศึกทะเลาะวิวาทกับนายไกรสร ลีละเมฆินทร์ (แสงอนันต์) ผู้เป็นพ่อ น.ส.จันทร์จวง และ น.ส.ดวงใจ ดวงจันทร์ น้าสาว กลางงานรำลึกถึงอดีตราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ปีที่ 17 ที่วัดทับกระดาน จ.สุพรรณบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ครอบครัวพุ่มพวง ได้แก่ นางจรัญ (แม่เล็ก) มารดา น.ส.จันทร์จวง น.ส.สลักจิตร น.ส.ดวงใจ และนายอำนาจ จิตรหาญ พร้อมทั้งนายไกรสรเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่สังคมยังสงสัย ขณะที่พระเพชรยังครองผ้าเหลือง อยู่ที่วัดภาษี ถนนเอกมัย ซอย 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

  ล่าสุด เมื่อเวลา 08.09 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่วัดภาษี พระเพชรได้ลาสิกขากับพระครูอนุกูล พัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดภาษี มีเพียงญาติพี่น้องฝ่ายแฟนสาวมาร่วมพิธี

 นายสรภพกล่าวหลังลาสิขาว่า เดิมมีกำหนดสึกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากนี้ก็ห่วงอนาคตของตัวเองเหมือนกัน และจะกลับไปหาข้อมูลในเรื่องปัญหาที่ผ่านมา อยากจะให้ทุกๆ คนหยุดความขัดแย้ง เพราะสงสารวิญญาณแม่ผึ้ง หากทะเลาะกันไปก็ไม่มีวันจบ ความจริงก็คือความจริง แต่ละคนควรจะมองภาพที่สวยงามของแต่ละคนดีกว่า หลังบวชแล้วยอมรับว่ามีสติมากขึ้น เมื่อสึกแล้วรู้สึกเคว้งคว้างคิดถึงธรรมะ ต่อไปเป็นเรื่องของอนาคต ตนเป็นคนพูดตรง พูดจริง แต่ไม่รู้ว่าฝ่ายพ่อจะคิดอย่างไร

 ”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจกับพ่อมาก เพราะแทนที่จะเข้ามาห้ามปรามกลับยืนเฉย ตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะเคลียร์กับพ่อแล้ว แต่ถ้าเจอก็จะทักปกติ ผมไม่เกลียด ไม่อาฆาตแค้น แต่เสียใจ ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องก็รู้ว่าใครรักผมบ้าง ใครไม่เป็นผม ไม่รู้หรอก สื่อก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ผมอยากบอกว่า คุณปล่อยผมไปเถอะ ผมไม่กลับไปอีกแล้ว ยอมรับว่าเรื่องวันนั้นผมขอโทษ ยอมรับว่าทนไม่ได้ที่ใครมาต่อว่าแม่ผึ้ง และดูถูกผู้อุปฌาย์” นายสรภพกล่าว

 นายสรภพกล่าวว่า ตอนนี้อยากขอให้ทุกคนพูดในสิ่งที่ดีขอให้จบ หากทะเลาะไปอีก 50 ปี ก็จะไม่จบขอให้จบไปถ้าทุกคนรักแม่ผึ้งจริงก็ไม่อยากให้ทะเลาะกันอีก ใครได้เห็นวิดีโอตั้งแต่แรกจนจบใช้วิจารณญาณก็จะรู้วันนั้นยอมรับว่าไม่สำรวมเพราะทนไม่ได้ ต่อพูดคำว่า “ทุกคนฆ่าแม่ผม” หากไม่มีสื่อวันนั้นคงไม่มีวันนี้ เรื่องก้าวร้าวขอโทษและเสียใจ แต่จะให้พูดอย่างไร ก็พูดคำเดิมใครถามก็ตอบคำเดิม รักทุกคน เก็บไว้ในใจตลอด

 ”ผมยอมรับว่า พ่อก็คือพ่อใครบ้างไม่รักพ่อ เชื่อว่าหลายคนมีพ่อที่ดี มีหลายคนถามว่าผมเอาเงิน 50 ล้านไปใช้ตอนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ยืนยันว่าที่ไปเรียนก็เรียนฟรี สำหรับความรู้สึกที่บวชครั้งนี้เชื่อว่าแม่ผึ้งน่าจะรับรู้เพราะว่าตอนสึกมีลมพัดแรงมาก เชื่อว่าแม่ผึ้งมารับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมขอบคุณแฟนเพลงที่ยังรักแม่ผึ้งตลอดไป แม่ก็เป็นศิลปินระดับโลก” นายสรภพกล่าว

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นกระแสข่าวเรื่องวิตถารทางเพศของนายไกรสร ซึ่งมีการพูดถึงกันอย่างมาก นายสรภพกล่าวว่า ไม่ขอพูดถึง เพราะจะทำให้หลายคนรับไม่ได้ อีกทั้งตอนที่พูดเรื่องนี้ เพราะเกิดความรู้สึกน้อยใจที่พ่อมีแม่เลี้ยงคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าอยากให้เรื่องจบลงตรงนี้

 นายสรภพกล่าวว่า การสร้างหุ่นขี้ผึ้งนั้น จะยังดำเนินการต่อไป เพราะตั้งใจไว้แล้ว ส่วนรายละเอียด ตอบไม่ได้ในตอนนี้

 ”ส่วนเรื่องที่น้าๆ และยาย แถลงข่าวขอโทษนั้น ผมยังไม่ทราบเรื่อง เพราะไม่ได้ดูทีวีเลย เพราะอยู่ในช่วงบวช ก็ต้องดูว่าฝ่ายโน่นเขาพูออะไรบ้าง ขอไปศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะนัดพี่ๆ นักข่าวมาคุยกันอีกรอบ” นายสรภพกล่าว

 ด้าน น.ส.ธิดารัตน์ อรรถรัฐ หรือน้องอ้อย 26 ปี แฟนสาวนายสรภพ มาพร้อมนางสุพรรณี สุประการ อายุ 49 มารดา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า อยากจะให้เพชรบวชต่อเพราะจะได้มีจิตใจสงบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 นายไกรสรกล่าวว่า สงสารลูกชาย อยากให้พูดในสิ่งที่ดีๆ เพราะกลัวลูกชายจะเสียหาย ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าลูกชายจะออกมาแฉเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ดีของตนนั้น เชื่อว่าคงไม่มีอะไรที่จะออกมาแฉ เพราะไม่มีอะไรที่ผิดปกติ

 ”ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก อยากให้มันจบ แต่จะจบแบบไหน ก็แล้วแต่ใจของลูก ปีนี้เป็นปีที่มีความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุด ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่เกิดมาแล้ว ก็ต้องยอมรับสภาพ อย่างที่บอก ผมดำเนินชีวิตมาผิด เมื่อมีปัญหาผมก็ต้องยอมรับ ใจจริงก็ยังเป็นห่วงลูก ไม่เคยโกรธ และไม่เคยว่าเขา อยากให้เขาทำสิ่งที่ดีๆ แล้วที่เพชรบอกว่าให้ต่างคนต่างอยู่นั้น อย่างที่บอกผมต้องการให้เรื่องมันจบ แต่จะออกมาในลักษณะแบบไหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ผมไม่อยากพูดอะไร ถ้าจบได้ก็อยากจบ ผมไม่ไหวแล้ว ก็คงต้องรอว่าลูกจะตัดสินใจยังไง เพราะพ่อก็คือพ่อ ลูกก็คือลูก” นายไกรสรกล่าว

 ในวันเดียวกัน นายไกรสร พร้อมนางสิริกร อินพรหม ภรรยา เดินทางไปอัดรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ที่มีกระแสออกมาว่า นายไกรสรข่มขืนลูกมาตั้งแต่เด็ก ทำให้น้องเพชรต้องหนีออกจากบ้านนั้นนายไกรสรบอกว่า เรื่องนี้โกรธอย่างมากๆ ชนิดที่ว่าก่อนมาออกรายการนี้ ก็ได้ยินข่าวอย่างนี้ แต่ยังไม่ได้ยินจากปากน้องเพชร หรือผู้หญิงคนนั้น ถ้าน้องเพชรพูดเมื่อ 2 วันก่อน ตนจะจี๊ดขึ้นสมอง

 ”มันพูดไม่ถูกเลยกับความรู้สึกแบบนี้ มันพูดไม่ออก การหนีออกจากบ้านไป เขาก็ต้องการให้คนที่เขาไปอยู่ด้วยสนใจ สงสาร ต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้คนที่จะไปอยู่ด้วยเห็นใจ เขาเมกขึ้นมา ให้คนรุมประณาม ผมเกิดมาอายุ 52 แล้ว ถ้าผมวิปริตทางเพศ มันก็ต้องมีข่าวออกมาบ้าง ถ้าว่าเจ้าชู้ไม่เถียง ต้องมีบ้าง ตอนเด็กๆ ผมหอม กอด จูบเขา พอโตแล้วก็ไม่ได้ทำ เขาคงอายที่จะกอด จะหอมพ่อ กอดกันแบบพ่อลูก ความจริงก็คือความจริง ประเด็นแบบนี้ไม่ได้คิดว่าจะเกิดขึ้น เพชรไม่เป็นตัวของตัวเอง มีคนเอาข้อมูลไปใส่ให้เขา” นายไกรสรกล่าว

  จากนั้นผู้ดำเนินรายการท้าให้นายไกรสรสาบาน ซึ่งนายไกรสรก็ยอมและพูดว่า “เอาวัดที่ไหน เอาศาสนาอะไรที่คนนับถือ พระเจ้าเป็นพยาน ผมอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ถ้าผมคิดทำอะไรกับลูก อย่าให้ผมมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ให้ผมตายไปอย่างทุเรศ ให้คนรุมประณามสาปแช่งผม อะไรไม่ดีให้เกิดกับตัวผม ถ้าผมทำอย่างนั้น” นายไกรสรกล่าวจบ นางสิริกรถึงกับร้องไห้

“พิ้งค์กี้” รับ “อั้ม” พาไปหาผู้ใหญ่ช่อง 3 แต่ยังไม่คิดย้ายช่อง

Tuesday, April 21st, 2009

“พิ้งค์กี้” เผย “อั้ม” พาไปทำความรู้จักผู้ใหญ่ในช่อง3 จริง แต่ไม่ใช่เป็นการทาบทามให้ย้ายช่อง แง้ม อบอุ่นผู้ใหญ่เอ็นดูถึงกับชวนไปเที่ยวกองถ่ายบ่อยๆ เจ้าตัวยัน แม้สัญญาใกล้หมด แต่ยังไม่คิดย้ายตอนนี้ ด้านหวานใจหนุ่มอั้มออกตัว จะย้ายหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแฟนสาว พร้อมฟุ้งเคยเข้าไปไหว้ “คุณแดง” บิ๊กช่อง7 แล้วเช่นกัน

สัญญากับช่อง7 กำลังจะหมดลง ก็เลยมีข่าวว่านางเอก “พิ้งค์กี้ สาวิกา ไชยเดช” จะโบยบินไปอยู่ช่อง3 สังกัดเดียวกับหวานใจ “อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” แถมมีข่าวว่าหนุ่มอั้มเป็นคนออกปากชวนด้วยตัวเอง ซึ่งกับเรื่องนี้สาวพิ้งค์กี้ปฏิเสธข่าวแฟนหนุ่มชวนย้ายช่อง แต่ยอมรับว่าได้พาไปแนะนำให้รู้จักกับผู้ใหญ่ในช่อง3จริงๆ พร้อมเผยรู้สึกดี ที่ผู้ใหญ่ปากชวนไปเที่ยวกองถ่ายละครบ่อยๆ ส่วนจะย้ายหรือเปล่าให้เป็นเรื่องของอนาคต

พิ้งคกี้ : “พี่อั้มไม่ได้ชวนย้ายช่องหรอกค่ะ แต่พี่อั้มพาไปรู้จักกับผู้ใหญ่ที่อยู่ช่องเขา ไปหาอาต้อย(เศรษฐา) ไปหาหลายคน เราก็ไปในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง มันก็รู้สึกอบอุ่น”

“ผู้ใหญ่ก็มีชมพิ้งค์กี้ค่ะ แต่ก็ไม่ถึงขั้นว่าจะชวนไปช่อง 3 มั้ยอะไรแบบนี้ แต่ก็จะบอกให้เราไปหาไปเที่ยวเล่นที่กองละครบ่อยๆ นะ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นว่าชวนให้ไปอยู่ช่อง 3 เลยไม่ขนาดนั้นค่ะ จริงๆ ไม่ได้หวั่นไหวนะคะ แต่รู้สึกว่ามันทำให้เรารู้สึกอบอุ่นมากที่สุด ไม่นึกว่าเค้าจะเอ็นดูเรามากอย่างนี้ เพราะเหมือนเราเป็นเด็กช่องอื่นก็ไม่คิดว่าจะอะไรกับเรามากขนาดนี้”

“เรื่องสัญญาที่ใกล้จะหมด พิ้งค์กี้ไม่ได้วางแผนค่ะ อย่างที่บอกว่าปีนี้เอาให้ผ่านไปก่อน ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ ยังไม่ได้ย้ายค่ะ ยังแฮปปี้ยังมีความรู้สึกดีกับช่อง คงยังไม่ต้องย้ายค่ะ”

ด้านหวานใจหนุ่มอั้ม เผย ย้ายหรือไม่แล้วแต่ฝ่ายหญิง ส่วนตัวเคารพการตัดสินใจของสาวพิ้งค์กี้อยู่แล้ว พร้อมแง้ม เคยเข้าไปไหว้ “คุณแดง สุรางค์” บิ๊กช่อง7 แล้วเหมือนกัน
อั้ม : “โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้รู้สึกว่าเค้าต้องย้ายหรือไม่ย้าย เรื่องอย่างนี้คงต้องถามน้องเขา เพราะผมก็เคารพในการตัดสินใจทุกอย่าง ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็ยังคงรักบ้านที่เราเคยอยู่ ส่วนที่เหลือคงเป็นการตัดสินใจของน้อง แล้วแต่ในการที่มันจะเกิดขึ้น ตรงนี้ผมคงตอบอะไรไม่ได้เหมือนกัน”

“ผมก็เคยได้เจอคุณแดงตามงานบ้างครับ ก็เข้าไปกราบเข้าไปไหว้ท่านบ้าง คุณแดงท่านก็ไม่ได้พูดอะไรก็ยิ้มๆ แล้วก็มอง (คุณแดงชวนย้ายช่องบ้างมั้ย?) เราตั้งช่องใหม่กันเลยดีกว่ามั้ย ล้อเล่นครับจริงๆ ไม่ได้มีครับ”

สาวพิ้งค์กี้เคลียร์ หนุ่มอินเดียที่หอบดอกไม้ไปมอบให้ในงานคอนเสิร์ตของ “ไอซ์ ศรัณยู” เป็นผู้จัดการส่วนตัว ที่ดูแลตอนไปทำงานที่อินเดีย ไม่ใช่กิ๊ก
พิ้งค์กี้ : “ใช่ๆ คือจริงๆ ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ คนๆ นี้เขาเป็นผู้จัดการพิ้งค์กี้ที่อยู่อินเดีย แล้วเขามาเมืองไทย คือมาเซอร์ไพร์สแบบเราก็ไม่นึกว่าจะมา เขามากับเพื่อนคุณแม่ คือวัฒนธรรมอินเดียไม่ว่าจะแสดงอะไร จะเป็นการแสดงความจริงใจของเขา คือเรียกกี้แล้วกี้ไม่ยอมรับดอกไม้จากเขา เขาก็เลยวิ่งขึ้นเอามาให้บนเวทีเลย”

อั้ม : “ก็โอเคครับ ผมรู้จักเขาอยู่แล้วด้วย ก็สนิทกัน สนิทกันตอนที่ผมมีโอกาสไปไหว้พระที่อินเดียก็ได้ไปเจอเขาเหมือนกัน (พิ้งค์กี้จะไปทำงานที่อินเดียจะตามไปดูแลมั้ย?) ก็เป็นกำลังใจให้ครับ จะไปหามั้ยคงจะดูก่อนว่ามีเวลาก็คงจะไปหาบ้าง จริงๆ ผมว่าน้องเขาเก่งอยู่แล้ว ถ้ามีปัญหาอะไร หรือเกิดอะไรขึ้นน่าจะรับมือได้อยู่แล้ว(ยิ้ม)”